Wednesday, April 30, 2008

April 2008 Daring Bakers Challenge #18: Cheesecake Pops

สายอีกแล้วค่ะ แต่ก็ยังอยู่ในเดือนเมษายนเนอะ แย่จริงๆเลย เพราะลืมดูวันโพสทุกทีเลยค่ะ (เดือนที่แล้วก็เกือบไปค่ะ แต่ยังทัน ) แต่เดือนนี้ทำยังไงก็ไม่ทันค่ะ เพราะวันที่ 27 เมษายน ปุ๊กยังไม่ได้เริ่มทำเลยค่ะ แล้วสูตรนี้ก็ต้องใช้เวลาตั้ง 2 สองกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ค่ะ สูตรนี้มาจากหนังสือSticky, Chewy, Messy, Gooey: Desserts for the Serious Sweet Tooth อีกแล้วค่ะ(น่าจะจำกันได้แล้วนะคะ หนังสือของ Jill O’Connor ที่ปุ๊กเคยเขียนถึงแล้วก็ลงสูตรไปหลายสูตรแล้วค่ะ กลายเป็นหนึ่งในหนังสือในดวงใจไปซะแล้ว) สูตรนี้คือ cheesecake pops ค่ะ น่ารักน่าทานดีจริงๆค่ะ เป็น challenge ที่ดีมากอีกครั้งหนึ่งค่ะ ผลออกมาอร่อยแล้วก็ขอแนะนำให้ลองทำที่บ้านนะคะ (แม้ว่าจะใช้เวลามากสักนิด)

Cheesecake Pops

Makes 30 – 40 Pops




5 8-oz. packages

ครีมชีส

2 cups

น้ำตาล

¼ cup

แป้งอเนกประสงค์

¼ teaspoon

เกลือ

5

ไข่ฟองใหญ่

2

ไข่แดง

2 teaspoons

pure vanilla extract

¼ cup

heavy cream

น้ำเดือด สำหรับอบเค้ก

ไม้โลลิป๊อบยาว 8 นิ้ว 30-40 อัน

1 pound

ช็อกโกแลตแบบไหนก็ได้ค่ะ หรือจะเป็นโค้ดดิ้งก็ได้

2 tablespoons

เนยขาว

Note:White chocolate จะใช้ยากกว่าแบบอื่นนะคะ แต่ก็ใช้ได้ค่ะ

ของสำหรับตกแต่ง พวกน้ำตาลสี ถั่วสับ หรือ dragees

เปิดเตาอบที่ 325 degrees F แล้วต้มน้ำรอไว้

ตีครีมชีส น้ำตาลแป้งและเกลือจนเนียน (ใช้สปีดต่ำนะคะ ถ้าใช้เครื่องตี) ใส่ไข่และไข่แดง ทีละฟอง ตีให้เข้ากัน (โดยใช้สปีดต่ำ) ใส่วานิลลา และครีม

ทาพิมพ์ขนาด 10 นิ้วด้วยเนย (อย่าใช้แบบถอดก้นนะคะ) แล้วเทส่วนผสมลงในพิมพ์ แล้ววางพิมพ์ลงในถาดอบ แล้วนำเข้าเตา เทน้ำร้อนลงในถาดให้สูงประมาณ ครึ่งนึงของพิมพ์ แล้วอบประมาณ 35-45 นาที หรือจนด้านบนของเค้กมีสีเหลืองทองและเค้กไม่เละเวลาจับ

นำเค้กออกจากถาด แล้วปล่อยให้เย็นหลังจากนั้นปิดด้วยพลาสติก แล้วนำเข้าแช่ตู้เย็น ประมาณ 3 ชั่วโมง หรือ ข้ามคืน

เมื่อชีสเค้กเย็นและแข็งตัวดี ให้ใช้สกูปตักชีสเค้กเป็นลูกบอล น้ำหนักประมาณ 2 ออนซ์ แล้วใช้ไม้เสียบไว้ นำเข้าช่องฟรีสโดยไม่ต้องปิด แช่จนแข็งประมาณ 1-2 ชั่วโมง

เมื่อ ชีสเค้กป๊อบแข็งจัดพร้อมที่จะชุบช็อกโกแลตได้ ให้เตรียมช็อกโกแลต

ละลายช็อกโกแลตโดยใช้ double boiler โดยละลายทีละครึ่งส่วนของช็อกโกแลตและเนยขาว (เพื่อไม่ให้ที่เหลือแข็งตัวก่อนทำหมด) คนจนละลายเข้ากันดี ระวังอย่าใช้ความร้อนมากเกินไปเพราะจะทำให้ช็อกโกแลตไม่มันวาว

ชุบชีสเค้กป๊อบ ลงในช็อกโกแลตหมุนให้คลุมจนทั่ว แล้วเขย่าให้ส่วนที่เกินหยดออก ตกแต่งโดยการใช้ น้ำตาลสี ถั่วสับ หรือ dragees ตามชอบ แล้วพักไว้ให้แห้ง ทำให้หมดทุกอัน

แช่เย็นประมาณ 24 ชั่วโมงก่อนเสิร์ฟ

Sunday, April 27, 2008

Mini Apple and Rum Raisin Cake

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา มีความรู้สึกอยากได้อะไรใหม่ๆค่ะ คือไม่ใช่สูตรใหม่ๆ (มีสูตรมากเกินพอแล้วค่ะ รู้กันอยู่แล้วเนอะ) อยากลองทำอะไรที่ไม่เคยทำมาก่อนบ้างค่ะ แล้วก็นึกขึ้นมาได้ ปุ๊กไม่เคยทำเค้กแอ๊ปเปิลเลยค่ะ ทั้งๆที่ชอบทานนะ แต่ไม่เคยทำเอง ก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยค่ะ ดังนั้นพอเห็นสูตรนี้ Cake à la pomme et aux raisins (เป็นเว็ปภาษาฝรั่งเศสนะคะ) ก็เลยคันมือขึ้นมาเลย แต่ก็ไม่ได้อยากได้สูตรนิ แค่ขอต้นแบบมาทำอะไรเล่นๆค่ะ ดังนั้นก็เลยแปลงสูตรแบบตามใจฉันค่ะ เริ่มต้นจากสูตรนี้ไม่ใช้แอ๊ปเปิลขูดค่ะ แค่สับเป็นชิ้นๆ เค้กเลยมีอะไรให้เคี้ยวมากเลยตั้งแต่แอ๊ปเปิล ถั่ว แล้วยังลูกเกดอีกด้วย เปลี่ยนวิธีทำ (เพราะอ่านแล้วงงเกินค่ะ ทำแบบบัตเตอร์เค้กซะเลย) ลดสูตรลงเป็นสูตรเล็กค่ะ ทำได้แค่ 6 อัน เพราะเพิ่งได้รับถ้วยกระดาษมาจากน้องก้อย(Bake-Aholic) คนที่ชอบทำขนม พอๆกัน (หรือมากว่า) ปุ๊กด้วยค่ะ (แล้วพอเค้กออกมาน่ารักขนาดนี้ ก็ขอยกเครดิตให้น้องก้อยเลยค่ะ, ขอบคุณสำหรับถ้วยน่ารักๆค่ะ) เค้กออกมาอร่อยดีค่ะ เหมาะกับคนที่ชอบทานผลไม้ และถั่วค่ะ ให้ความรู้สึกว่าดีต่อสุขภาพจังเลย

Note: ปุ๊กใช้น้ำตาลแค่ 60 กรัม เพราะแอ๊ปเปิลที่ใช้ไม่เปรี้ยวค่ะ แต่ถ้าแอ๊ปเปิลที่ใช้มีรสเปรี้ยวก็เพิ่มน้ำตาลเป็น 85 กรัมได้นะคะ

Mini Apple and Rum Raisin Cake

ทำได้ 6 อันค่ะ




1

แอ๊ปเปิลขนาดกลาง (ปอกเปลือกแล้วตัดเป็นชิ้นเล็กๆค่ะ)

15 g

Raisins แช่ใน dark rum *

60 g

ถั่วที่ชอบค่ะ(ปุ๊กใช้ macadamia), อบพอหอมแล้วสับค่ะ

60 g

เนยจืด

60 g

น้ำตาล

1

ไข่

1

ไข่แดง

90 g

แป้งเค้ก

tsp

เกลือ

¼ tsp

ผงฟู

¼ tsp

ผงอบเชย




เปิดเตาอบที่ 180°C

วางถ้วยกระดาษไว้ในพิมพ์มัฟฟิน

ร่อนแป้งรวมกับเกลือ, ชินนามอน และผงฟู



ตีเนยให้นิ่ม แล้วใส่น้ำตาล ตีจนขึ้นฟูขาว ใส่ไข่ และไข่แดง แล้วตีให้เข้ากัน



ใส่ครึ่งส่วนของแป้งลงในส่วนของเนยและไข่ แล้วคนให้พอเข้ากัน แล้วจึงใส่ลูกเกด แอ๊ปเปิลและถั่วลงไป หลังจากนั้นใส่ส่วนของแป้งทั้งหมดลงไป คนให้พอเข้ากัน

ตักถ้วยที่เตรียมไว้ โดยใส่ประมาณ ¾ ของถ้วย นำเข้าอบ20-25 นาที หรือจนด้านบนของเค้ก ไม่แฉะ (ใช้ไม้จิ้มฟันแทงเข้าไปแล้วมีเศษเค้กนิดนึงก็ได้ค่ะ) นำออกมาพักไว้จนเย็น


* ทำได้โดยการใช้ลูกเกด 100 g และdark rum 50 g, แช่จนลูกเกดพองค่ะ

ตักออกมาใช้แค่ตามสูตร ที่เหลือแช่ตู้เย็นเก็บไว้ใช้ในสูตรที่ใช้ลูกเกด สูตรอื่นๆได้ค่ะ

Thursday, April 24, 2008

Coffee Crumble Cupcake

เป็นขนมที่ใครๆก็ชอบนะคะ ก็มันออกจะน่ารัก แล้วก็ทานง่ายด้วย (รู้สึกว่าทานน้อยเลยทานได้หลายชิ้นไง) สูตรนี้ปรับสูตรมาจากหนังสือデイリーマフィン&おめかしカップケーキ (Daily muffin & Decoration cup cake) โดย Kaori Ishibashi (ที่เคยเขียนถึงไปแล้วนะคะ อ่านได้ ที่นี่ ค่ะ) ก็อย่างที่บอกตอนเขียนถึงหนังสือนะคะ ว่าจากสูตรเรานำมา mix and match ได้ หลากหลาย และอันนี้คือแบบของปุ๊กค่ะ เริ่มต้นจากคัพเค้กรสกาแฟ แล้วใส่ ครัมเบิลรสกาแฟลงไปค่ะ ก็กลายเป็นคัพเค้กที่สุดจะน่าทานของพี่สาวเรา (จำกันได้ใช่ไหมเอ่ย พี่สาวปุ๊กชอบครัม มากถึงมากที่สุดค่ะ) แล้วยังทำง่ายกว่าการทำด้วยบัตเตอร์ครีมอีกต่างหาก สูตรนี้ทำได้แค่ 6 อันนะคะ แต่รสชาติไม่ได้น้อยเลย นะคะ ดังนั้นเตรียมของแล้วเข้าครัวกันดีกว่า แค่ไม่ถึงชั่วโมงก็จะได้ขนมเค้กก้อนเล็กๆแสนอร่อยแล้ว (ก็ออกจากเตามาก็ทานได้เลยนี่น่า อร่อยด้วยสิตอนอุ่นๆ)

Crumble Coffee Cupcake

ทำได้ 6 อันค่ะ



สำหรับเค้ก




2 tsp

กาแฟสำเร็จรูป

80 ml

นม

90 g

เนยจืด

70 g

น้ำตาล

1

ไข่

110 g

แป้งเค้ก

1 tsp

ผงฟู

ปลายนิ้ว

เกลือ



สำหรับ coffee crumble




¼ tsp

กาแฟสำเร็จรูป

1 tbsp

Whipping cream (อุ่น)

30 g

เนยจืด(เย็น)

40 g

น้ำตาลทรายสีรำ

50 g

แป้งเค้ก

tsp

เกลือ



เตรียมตัวค่ะ:

ทำ crumble:

ละลายกาแฟใน whipping cream

ใส่ส่วนผสมที่เป็นของแห้งทั้งหมดลงในชามคนให้เข้ากัน

ใช้นิ้วยีเนยให้เข้ากับของแห้ง ใส่ส่วนของกาแฟ แล้วยีจนดูเหมือน breadcrumbs

Make the coffee cup cake:

เปิดเตาอบที่ 180°C

วางถ้วยกระดาษไว้ในพิมพ์มัฟฟิน



ร่อนแป้งรวมกับเกลือและผงฟู

อุ่นนมในไมโครเวฟ แล้วละลายกาแฟในนม แล้วปล่อยให้เย็น




ตีเนยให้นิ่ม แล้วใส่น้ำตาล ตีจนขึ้นฟูขาว ใส่ไข่แล้วตีให้เข้ากัน


ใส่ส่วนของแป้งลงโดยแบ่งเป็น 3 รอบ ใส่แป้งสลับกับนมแล้ว ผสมจนเข้ากันดีค่ะ



ตักถ้วยที่เตรียมไว้ โดยใส่ประมาณ ¾ ของถ้วย โรยด้วยครัมเบิ้ล นำเข้าอบ30-35 นาที หรือจนด้านบนของเค้ก ไม่แฉะ (ใช้ไม้จิ้มฟันแทงเข้าไปแล้วมีเศษเค้กนิดนึงก็ได้ค่ะ) นำออกมาพักไว้จนเย็น หรือจะทานเลยก็ได้ค่ะ เพราะตอนอุ่นๆก็อร่อยค่ะ

Wednesday, April 23, 2008

Daily muffin & Decoration cup cake


ตามชื่อหนังสือค่ะ cupcake และ decoration แล้วยังเพิ่ม imagination ให้เราด้วยสิデイリーマフィン&おめかしカップケーキ (Daily muffin & Decoration cup cake) โดย Kaori Ishibashi

Decoration suggestions

หนังสือแบ่งเป็น สองส่วนค่ะ คือส่วนที่เป็นสูตรของ muffin (cupcake) และส่วนdecoration part ค่ะ
ในส่วนสูตรของ
muffin ก็มีสูตรมากมาย รวมถึง variation ของสูตรด้วยค่ะ(มีสูตรหลักประมาณ 12 สูตร และ variationประมาณ 24 สูตร)ค่ะ รวมถึงแนะนำการตกแต่งแบบง่ายๆ ด้วยค่ะ สูตรเล็กค่ะ ทำได้ 6 ถ้วยต่อสูตร ก็คงดีสำหรับครอบครัวเล็กๆ หรือคนที่ชอบลองอะไรใหม่ๆนะคะ

Basic recipes and variations

ส่วนของสูตร muffin นั้น ก็ไม่ใช่ธรรมดานะคะ ค่อนข้างหลากหลายเลย white chocolate, green tea, caramel และอื่นๆ รวมถึงในส่วนของสูตรจะมี variation ด้วย เช่น cornmeal muffin กับ blue cheese หรือ milk chocolate กับ งา ที่เป็นการผสมผสานแบบง่ายๆค่ะ ซึ่งทำให้เราได้มองเห็นความเป็นไปได้อีกหลายๆด้านของสูตรด้วย (อันนี้ชอบมากค่ะ เพราะเราจะได้ไม่รู้สึกเบื่อค่ะ)

Many varieties

ส่วนdecoration part ก็จะเป็นสูตรของ butter cream (แบบ Italian meringue และแบบ custard) กานาช, cream cheese frosting, คาราเมลครีม และอื่นๆม รวมถึงยังมี combination ที่แนะนำ เช่น banana muffin กับ caramel butter cream, pumpkin muffin กับ custard butter cream หรือ plain muffin กับ chocolate ganache ค่ะ (รวมถึงวิธีการตกแต่งเช่นใช้ถั่ว, sugared flower, หรือครัมเบิลค่ะ) แต่ก็ไม่ใช่หนังสือที่จะเน้นการตกแต่งแบบยากๆนะคะ จะเป็นแบบง่ายๆ โดยที่ไม่ต้องมีประสบการณ์ ในการแต่งเค้กมาก่อนก็ยังทำได้ค่ะ

Decoration part

ก็อย่างที่บอกค่ะ ว่าหนังสือเล็กๆเล่มนี้ ทำให้มี imagination มากมายได้ค่ะ เพราะจาก suggestion ในเล่ม เราก็จะสามารถคิดถึงการปรับปรุง เปลื่ยนแปลงใหม่ๆที่เป็นของเราเอง จับคู่ใหม่เพื่อให้เหมาะกับความชอบของเรา เพื่อที่จะเปลื่ยน cupcake ธรรมดาให้กลายเป็น คัพเค้กที่ถูกใจเราที่สุดได้เลยค่ะ อ้อลืมบอกอีกอย่างค่ะว่ารูปประกอบในเล่มน่ารักมากค่ะ

Monday, April 21, 2008

Tuilles Cookies

ชื่อของคุกกี้ แปลว่าหลังคาค่ะ เป็นคำภาษาฝรั่งเศส เพราะว่าเวลาที่อบเสร็จแล้วเราจะ เอามาวางบนขวดแก้วหรือ ที่นวดแป้งให้มีลักษณะโค้งค่ะ ที่บ้านชอบทานกันมากๆ ค่ะ แต่ปุ๊กเองเวลาทำก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้ทานค่ะ เพราะพอทำเสร็จแล้ว เอาออกมาวางในจาน ทุกคนในบ้านก็เริ่มทานกันเลยค่ะ กว่าปุ๊กจะออกมาจากครัวก็แทบไม่เหลือแล้วค่ะ ต้องบอกไว้ก่อนว่าถ้าใช้แผ่นซิลิโคน แนะนำให้ใช้เทมแพลนะคะ เพราะ คุกกี้จะไม่แผ่ออกอีกในเตาอบค่ะ


Tuilles

ทำได้ประมาณ 30 ชิ้นค่ะ




2

ไข่ขาว

½ cup

น้ำตาลทราย

1/3 cup

แป้งอเนกประสงค์

½ tsp

Vanilla extract

50 g

เนยละลาย

¼ cup

Sliced almond

เปิดเตาอบที่ 190°C

วางกระดาษรองอบไว้บนถาด

คนไข่ขาวและน้ำตาลให้เข้ากัน ใส่แป้ง vanilla extract และเนยละลาย

คนให้เข้ากันดี แล้วตักส่วนผสม ประมาณ 1 ช้อนชาลงในถาด แล้วแผ่ออกให้ได้วงกลมขนาดประมาณ 8 เซนติเมตร (ประมาณ 6-8 ชิ้นต่อถาดค่ะ)

นำเข้าอบประมาณ 6 นาที หรือจนเริ่มเป็นสีทองสวย

นำออกจากเตาแล้ว นำคุกกี้ร้อนๆวางลงบนไม้นวดแป้งเพื่อให้คุกกี้โค้ง

Saturday, April 19, 2008

Small and Selfish Brownie

ได้รับคำขอมาค่ะ ว่าอยากได้สูตร บราวนี่ที่เหมาะสำหรับเตาเล็กๆที่บ้าน ปุ๊กก็เลยคิดถึงสูตรนี้ขึ้นมาทันทีเลย เพราะหนังสือเล่มนี้ ตอนที่ซื้อก็เพราะว่าสูตรบราวนี่น่าทำมากๆ หนังสือชื่อ 魅惑の欧風菓子甘いもの好きをうならせる (Yarning for great European pastry) by Masaki Sameijima ค่ะ สูตรนี้ใช้พิมพ์ขนาด 16X16 cm เองเล็กมากๆเลยใช่ไหมค่ะ ส่วนใหญ่แล้วสูตรที่พบก็จะใหญ่แบบ 23x33 cm (9x13 inch) ซะมากกว่าซึ่งถ้าใหญ่ขนาดนั้นคงเข้าเตาเล็กๆของคนที่ request ไม่ได้แน่ๆเลยค่ะ บราวนี่สูตรนี้เป็นแบบเค้กค่ะ คือเนื้อเบา แต่รสชาติไม่เบานะคะ เพราะใช้ 70% cocoa chocolate ค่ะ (จะใช้แบบที่โกโก้แมสน้อยกว่านี้ก็ได้นะคะ แล้วแต่อยากให้เข้มข้นแค่ไหนค่ะ) ตอนนี้ทานจะหมดถาดอยู่แล้ว ก็ถาด เล็กๆแค่นี้ไม่พอจะแบ่งใครค่ะ จะว่าไปปุ๊กก็อยากจะตั้งชื่อใหม่ค่ะ ว่าเป็นบราวนี่เห็นแก่ตัว เพราะถ้าทำเสร็จแล้วคงทานเองหมดแบบไม่มีแจกค่ะ

Small and Selfish Brownie

ขนาด 16X16 cm




120 g

เนยเค็ม

85 g

แป้งอเนกประสงค์

15 g

ผงโกโก้

60 g

Semisweet chocolate

60 g

Pecan nut

3

ไข่แดง

3

ไข่ขาว

120 g

น้ำตาล

½ tsp

Vanilla extract



เตรียมถาดขนาด 16 x 16 cm โดยรองด้วยกระดาษรองอบไว้

เปิดเตาอบไว้ที่ 180°C

ร่อน แป้งและผงโกโก้เข้าด้วยกัน




1. อบถั่วที่180°C โดยใช้เวลาประมาณ 5-6 นาทีจนหอม แล้วสับหยาบๆ



2. ใส่ช็อกโกแลตลงในถ้วยแล้ววางลงบนชามที่ใส่น้ำร้อนไว้ พอละลาย ใส่เนยลงไปแล้วคนให้เนยละลาย



3. ใส่ส่วนของแป้งลงในส่วนของช็อกโกแลต




4. ตีไข่แดงและครึ่งส่วนของน้ำตาลในชามใบใหญ่ จนสีอ่อนลง แล้วใส่ส่วนของช็อกโกแลตลงไป คนให้เข้ากัน



5. ทำ meringue โดยตีไข่ขาวกับน้ำตาลส่วนที่เหลือจนตั้งยอดอ่อน

6. ใส่ 1/3 ของ meringue ลงในส่วนของช็อกโกแลต ตะล่อมให้เข้ากันเพื่อให้ส่วนผสมเบาลง แล้วใส่อีกครึ่งของที่เหลือ ตะล่อมให้เข้ากัน ใส่ส่วนที่ของ meringue ที่เหลือทั้งหมด และถั่วที่เตรียมไว้ ตะล่อมให้เข้ากันดี แล้วเทลงในถาดที่เตรียมไว้

7. เข้าอบประมาณ 35-40 นาที (ในหนังสือบอกให้อบ 25-30 นาทีแต่ของปุ๊กอบนานกว่านั้นค่ะ) หรือจนด้านบนแห้งและด้านในไม่แฉะ

Wednesday, April 16, 2008

Macaroni Gratin

อาหารแบบนี้ทานแล้วรู้สึกดีจังค่ะ จะบอกว่าชอบพวก comfort foodมากๆเลย ด้านบนกรอบนิด แล้วก็ชีสเยอะๆด้านใน น่าทานดีไหมค่ะ ทำก็ไม่ยากสูตรมาจาก Macaroni Gratin by Keith McNallyมาจากหนังสือ The Balthazar Cookbook โดย Keith McNally, Riad Nasr, Lee Hanson. โดยตีพิมพ์ไว้ใน leites culinaria website ค่ะ แต่เอามาแปลงสูตรเป็นกรัม แล้วก็เพิ่มเวลาอบขึ้นเล็กน้อยค่ะ เพราะอบนานกว่าที่สูตรเขาบอกไว้ (แต่จะว่าไปต้องสังเกตเตาของตัวเองนะคะ อาจใช้เวลามากหรือน้อยกว่านี้ได้ค่ะ) กราแตงออกมาอร่อยดีค่ะ ให้คะแนนเต็มได้สำหรับ ความรู้สึกดีค่ะ

Macaroni Gratin

สำหรับ 6-8 คน




Base

450 g

elbow macaroni

120 g

เบคอน แบบ lightly smoked slab bacon ตัดเป็นชิ้นขนาด ¼ นิ้ว

2 tablespoons

olive oil

White sauces

60 g

เนย

60 g

แป้งอเนกประสงค์

5 cups

นมสด

40 g

Parmesan cheese ขูดฝอย

80 g

Gruyère cheeseขูดฝอย

teaspoons

เกลือ

½ teaspoon

พริกไทย

Topping

60 g

(หรือมากพอที่จะโรยได้ทั่วด้านบนของกราแตง)

Gruyère cheeseขูดฝอย

1. เปิดเตาอบไว้ที่ 400°F (200°C) ทาเนยให้ทั่วชามกราแตงขนาด 10 X 14นิ้ว

2. ต้มมักกะโรนีตามคำแนะนำข้างห่อ แล้วนำขึ้นจากน้ำ เทใส่ชามใบใหญ่ แล้วคลุกด้วยน้ำมันมะกอก

3. ผัดเบคอน ให้เหลืองบนไฟปานกลาง (ประมาณ 10 นาที) นำขึ้นมาซับบนกระดาษแล้วใส่ลงไปในชามที่ใส่ มักกะโรนีไว้

4. ต้มนมให้เดือด แล้วเบาไฟอุ่นไว้

5. ใส่เนยลงในหม้อ พอละลายเดือดเล็กน้อย นำลงจากเตาแล้วใส่แป้งลงไป คนด้วยที่ตีไข่จนเข้ากันทั่ว นำไปตั้งไฟ แล้วใส่นมลงไปทีละถ้วย คนตลอดเวลา รอจนเข้ากันดีแล้วจึงใส่นมเพิ่ม เมื่อใส่นมลงไปหมดแล้ว ให้ต้มต่อไป (โดยต้องคนตลอดป้องกันแป้งจับตัวเป็นก้อน) จนซ้อสเริ่มข้น และเดือดนิดๆ ใส่ Parmesan, Gruyère เกลือ และพริกไทย แล้วคนจนซีสละลายหมด

6.เทซ้อสลงในชามที่ใส่ มักกะโรนีไว้ คนให้เข้ากันทั่ว แล้วเทลงในชามกราแตง โรยหน้าด้วย Gruyère

7. นำเข้าอบประมาณ 25-30 นาที หรือจนด้านบนกรอบ และเป็นสีเหลืองสวย

Monday, April 14, 2008

Blueberry Cream Yogurt Ice Cream

สูตรนี้ใช้บลูเบอรี่เยอะดีค่ะ แล้วก็ง่ายด้วย คงถูกใจคนชอบบลูเบอรี่นะคะ เปรี้ยวๆชื่นใจดีค่ะ สูตรนี้ปรับสูตรมาจาก หนังสือPerfect Scoop: Ice Creams, Sorbets, Granitas, and Sweet Accompaniments ของ David Lebovitz และLara Hata นะคะ ลดน้ำตาลลงไปหน่อยค่ะ แต่ถ้าใครชอบหวานนิดก็สามารถใช้น้ำตาลได้ถึง 150 กรัมค่ะ สูตรนี้ไม่ใช่ custard base ดังนั้น ก็ง่ายมากๆเลย แค่เอาทุกอย่างใส่รวมกันในเครื่องปั่นเท่านั้นเอง (โดยเฉพาะถ้าใครไม่เอาเม็ดออกด้วย ก็ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่เลย) ไอศกรีมมีรสเปรี้ยวนำค่ะ แต่ทานแล้วสุดจะชื่นใจโดยเฉพาะ ในวันที่แสนจะร้อนแบบช่วงนี้ค่ะ


Blueberry Cream Yogurt Ice Cream

ได้ประมาณ 1 liter



180 g

Whipping cream

180 g

โยเกิร์ต รสธรรมชาติ (แบบไม่พร่องมันเนยนะคะ)

130 g

น้ำตาล

340 g

blueberries, สด หรืดแช่แข็งก็ได้ค่ะ

ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในเครื่องปั่น แล้วนำมากรองเม็ดออก (อันนี้แล้วแต่นะคะ ปุ๊กไม่เอาออกเพราะว่าชิมแล้วไม่มีผลค่ะ) แล้วนำเข้าตู้เย็น แช่ไว้ 1 ชั่วโมง

นำมาปั่นในเครื่องทำไอศครีม ตาม instructions ของเครื่องค่ะ

Saturday, April 12, 2008

Cordon Rose Banana Cake with Sour Cream Chocolate Ganache

เค้กกล้วยหอมสูตรนี้ดีที่สุดเท่าที่เคยเจอมาเลยค่ะ นิ่มและ ฉ่ำมากๆ สูตรนี้มาจาก หนังสือThe Cake Bible (เล่มนี้ได้รับเลือกเป็น cookbook of the year จาก the International Association of Culinary Professionals ในปี1988ด้วยนะคะ) โดย Rose Levy Beranbaum ค่ะ บางคนอาจเคยรู้จักเธอจากหนังสือในซีรีส์ bible ของเธอเล่มอื่นเช่น The Bread Bible หรือ The Pie and Pastry Bible มาแล้ว สูตรนี้ใช้กล้วยเยอะมากเลยค่ะ แต่ก็ไม่ออกมาแฉะนะคะ รวมถึงเกลือในสูตรก็ทำให้เค้กอร่อยมากเลยค่ะ

Cordon Rose Banana Cake with Sour Cream Chocolate Ganache
เค้กขนาด 9 นิ้ว สูง 2 นิ้ว

227 g
กล้วยหอม
30 g
sour cream
2 (100g)
ไข่ฟองใหญ่
2 tsp
ผิวเลมอนขูด
1½ tsp
Vanilla
200 g
แป้งเค้ก
170 g
น้ำตาลทราย
1 tsp
Baking soda
¾ tsp
ผงฟู
½ tsp
เกลือ
142 g
เนยจืด (นิ่มๆ)


*สามารถใช้ sour cream ได้มากถึง 120 กรัมนะคะ ถ้าต้องการให้ชุ่มมากขึ้น
เตรียมพิมพ์ขนาด 9 นิ้ว โดยทาเนยแล้ววางกระดาษรองอบทับที่ก้น แล้วทาเนย และโรยแป้งอีกรอบ
เปิดเตาอบที่ 350°F
ใส่กล้วย และ sour cream ลงใน food processor และปั่นให้ละเอียด แล้วใส่ไข่ ผิวเลมอนขูด และวานิลลาลงไป
ใส่ของแห้งลงในชามผสมของเครื่องตี ผสมให้เข้ากัน ที่ความเร็วต่ำ ประมาณ 30 วินาที
ใส่เนย และครึ่งหนึ่งของส่วนผสมของกล้วย ตีที่ความเร็วต่ำจนเริ่มแฉะ เพิ่มสปีดเป็น ปานกลาง (หรือสูงถ้าใช้ hand mixer) แล้วตีต่อไปอีก 1½ นาที เพื่อสร้างโครงสร้างให้เค้ก ใช้พายยางปาดขอบ แล้วค่อยๆใส่ส่วนของกล้วยลงไป โดยแบ่งเป็น 2 รอบ ตีประมาณ 20 วินาทีต่อรอบ จนเข้ากันดีและทำให้เค้กมีโครงสร้างขึ้น
เทส่วนผสมลงในพิมพ์ ที่เตรียมไว้ แล้วปาดหน้าให้เรียบ นำเข้าอบประมาณ 30-40 นาที หรือจนใช้ไม้จิ้มลงไปแล้วไม่มีเศษเค้กติดออกมา
นำเค้กออกจากเตา แล้วพักไว้บนตระแกรงพักประมาณ 10 นาที ก่อนนำออกจากพิมพ์ แล้วพักไว้ให้เย็น

Sour Cream Ganache
ทำได้ 2⅔ cups
340 g
bittersweet chocolate
400 g
sour cream
ละลายช็อกโกแลตบน double boiler หรือในไมโครเวฟ โดยใช้ความร้อนสูงและคนทุกๆ 10 วินาทีจนละลาย เมื่อละลายแล้วใส่ sour cream ลงไปคนด้วยพายยางจนเข้ากันดี
ใช้ตกแต่งเค้กทันที หรือเก็บไว้โดยก่อนใช้ควรทำให้อุ่นขึ้นก่อน
Note: ช็อกโกแลตจะต้องยังอุ่นอยู่ และ sour cream จะต้องไม่เย็น ไม่เช่นนั้น ช็อกโกแลตจะจับตัวเป็นก้อน

Wednesday, April 9, 2008

Oatmeal Raisin and Nut Cookies

คุกกี้ข้าวโอ๊ตอร่อยๆค่ะ ไม่ได้เหมาะสำหรับเด็กเท่านั้นนะคะ ทุกคนที่บ้านปุ๊กก็ชอบกันค่ะ สูตรเดิมมาจากหนังสือBaking and Pastry: Mastering the Art and Craft ค่ะ แต่มาถึงตอนนี้ทุกคนคงชินกับนิสัยชอบขนมแต่กลัวความหวานของปุ๊กกันแล้วเนอะ (แต่ยังไงก็ยังจะหวานกว่าปรกตินิดนึงค่ะ ไม่งั้นคุกกี้ข้าวโอ๊ตจะไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่) ก็เลยจัดการลดน้ำตาลจากสูตรไป พร้อมใส่ถั่วเพิ่มค่ะ ออกมากรอบ หวาน มัน ต้องบอกก่อนนะคะ ว่าพอเอาออกจากเตาจะนิ่มแต่จะแข็งตัวขึ้นเมื่อเย็นลงค่ะ

Oatmeal Raisin and Nut Cookies

Makes 3 dozen cookies




260 g

แป้งอเนกประสงค์

7 g

BAKING SODA

4 g

อบเชยป่น

6 g

เกลือ

340 g

เนยจืด

80 g

น้ำตาล

390 g

น้ำตาลทรายแดง

140 g

ไข่

7.5 ml

VANILLA EXTRACT

260 g

ROLLED OATS

170 g

ลูกเกด

100 g

ถั่วสับ (ใช้ถั่วอะไรก็ได้ค่ะ ตามชอบ)

1. วางกระดาษรองอบไว้บนถาด

2. ร่อนแป้งเบกกิ้งโซดา อบเชย และเกลือเข้าด้วยกัน

3. ตีเนยกับน้ำตาลที่ความเร็วปานกลาง ด้วยหัวตีใบพัด โดยใช้พายยางปาดขอบชามเป็นระยะ จนกระทั่งขาวและเนื้อเนียน ประมาณ 7 นาที ใส่ไข่ วานิลลา แล้วผสมจนเข้ากันดี ปรับเครื่องเป็นความเร็วต่ำ แล้วใส่ส่วนผสมของแป้ง ลูกเกด ข้าวโอ๊ต และถั่วลงไป ผสมให้พอเข้ากัน

4. ตักโดประมาณ 2-oz/57-g แล้ววางลงในถาด

5. นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 375°F/190°C จนคุกกี้สีเหลืองสวย ประมาณ 12 นาที พักให้เย็นลงเล็กน้อยในถาด แล้วจึงนำมาพักบนตะแกรง

Adaptation from: Baking and Pastry: Mastering the Art and Craft

Monday, April 7, 2008

Focaccia


ไม่สบายไปหลายวันเลยค่ะ แต่ก็เหงามือเป็นอันมาก ไม่ได้ทำขนมเลย พอวันนี้เริ่มลุกได้ก็เริ่มดีขึ้นหน่อยชักอยากทำอะไรซักหน่อยค่ะ เพราะคิดถึงเตาอบจัง ก็นั่งๆดูหนังสือนะคะ เล่มที่เคยลงค่ะ パン作り12か月手軽に焼ける本格パンとクイックブレッド (Easy bread and quick bread for 12 months) by Naomi Nanasawa and Masayuki Tanikami มันทำง่ายๆค่ะ (วันนี้เราเน้นง่ายไว้ก่อนค่ะ) ตามสูตรจะทำได้ 4 ชิ้นนะคะ แต่วันนี้ขี้เกียจค่ะ ก็เลยทำเป็นชิ้นใหญ่ชิ้นเดียวแทน จะทำตามแบบ 4 ชิ้นก็ได้ แต่ ถ้าอยากทำชิ้นใหญ่ก็แค่เพิ่มเวลาอบเป็น 20- 25นาทีนะคะ


Focaccia

Makes 4 Focaccia




200 g

แป้งขนมปัง

3 g

Instant yeast

4 g

น้ำตาล

4 g

เกลือ

10 ml

น้ำมันมะกอก

150 ml

น้ำเปล่า

น้ำมันมะกอก สำหรับทาขนมปัง

Pitted dark olive

Thyme

ใส่แป้ง ยีสต์ เกลือ และน้ำตาลลงในชาม คนให้เข้ากัน กวาดแป้งให้เป็นร่องตรงกลาง แล้วเทน้ำกับน้ำมันมะกอกลงไป

ใช้มือกววนให้แป้งจัดตัวเป็นก้อน แล้วเอาออกจากชามมานวดบนโต๊ะที่โรยด้วยแป้งไว้บางๆ นวดประมาณ10-15 นาที(ประมาณ 100ครั้ง) หรือจนเนียน และไม่ติดมือ

นำโดใส่ลงในชามที่ทาน้ำมันไว้ แล้วพลิกให้น้ำมันคลุมโดด้วย ปิดด้วยผ้าชื้น แล้วพักให้ขึ้นสองเท่าประมาณ 1 ถึง1½ ชั่วโมง

นำแป้งออกจากชาม นวดเบาๆเพื่อไล่อากาศ แล้วตัดเป็น 4 ก้อน แล้วปั้นเป็นก้อนกลม

พักแป้งอีก 10-15 นาทีเพื่อให้แป้งยืดตัวได้มากขึ้น

รีดแป้งด้วยที่รีดแป้ง ให้เป็นแผ่นกลม กว้างประมาณ 5 นิ้ว วางแป้ง พักไว้ 30 นาที

เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 220°C


(ในรูปคือ ทำอันใหญ่อันเดียวค่ะ)

ก่อนเข้าอบ 10 นาที ใช้นิ้วกด ที่โดให้ทั่ว จนเป็นร่องแล้วโรย มะกอกและ ไทม์ลงไปราดด้วยน้ำมันมะกอกให้ทั่ว

วางโดลงบน ถาดที่ทาน้ำมันไว้ อบประมาณ 15 นาที แล้วนำมาพักไว้ที่ตะแกรงพัก


From:
パン作り12か月手軽に焼ける本格パンとクイックブレッド

Friday, April 4, 2008

Little Palmiers

Palmiers: แปลตามภาษาฝรั่งเศส แปลว่าต้นปาล์มค่ะเพราะคุกกี้จะมีลักษณะเหมือนกับใบปาล์ม (อันนี้อ่านมาจาก หนังสือ) แต่ส่วนตัวชอบเรียก butterfly มากกว่า (เรียกง่ายกว่าแล้วก็ฟังดูน่ารักดี) อยากทำมานานแล้วค่ะ แต่ตอนนั้นยังทำแป้งพัฟ เองไม่ได้ ก็เลย ไม่ตื่นเต้นพอ แต่ถ้าขี้เกียจทำแป้งเอง ทำตามวิธีนี้ก็ไม่ยากค่ะ

ตามจริงแล้วในสูตรบอกให้ใส่น้ำตาลลงในตัวแป้งเวลารีดด้วย เพื่อช่วยให้แป้งติดกันดีขึ้น แต่ก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เพราะรู้สึกว่าหวานเกินไปนิดค่ะ ตอนทำเองก็เลยไม่ใส่น้ำตาล แต่เอาน้ำตาลมาชุบตัวแป้งแทน (อาจจะเพราะสูตรของเขาดีมากอยู่แล้วก็เลยออกมาดีค่ะกรอบแบบไม่ต้องพึ่งนำตาลเพิ่ม) แต่จะทำแบบไหนก็ได้นะคะ แล้วแต่ความชอบค่ะ

แต่ในวิธีที่ลงไว้จะเป็นแบบใส่น้ำตาลด้วย เพราะคิดว่าคนส่วนใหญ่คงจะชอบหวานกว่าปุ๊กอยู่แล้วค่ะ


Little Palmiers

Make about 90 pieces




ครึ่งสูตรของ พัพพาสตรี้ เนยล้วน

น้ำตาล 8 ounces (225 g) (หรือแค่พอที่จะรีด palmiers)


1. รีดแป้งพัฟให้ได้ขนาด 24 x 12 inches หรือ 60 x 30 cm ค่ะ หนาประมาณ inch (3 mm) ตัดแป้งให้เสมอทุกด้าน โรยน้ำตาลให้ทั่วทั้งด้านบนและล่างเพื่อไม่ให้แป้งติดพื้นโต๊ะ (หรือใช้แป้งถ้าไม่ใส่น้ำตาลเพิ่มค่ะ)


2.พับแป้งทั้งสองด้านเข้ามาตรงกลาง แล้วพักทบกันอีกรอบ (เหมือนปิดหนังสือค่ะ) แล้วปิดด้วยพลาสติก นำเข้าแช่ในตู้เย็นจนแข็งอยู่ตัว


3. เปิดเตาอบที่ 219 °C ค่ะ

ตัดแป้งให้เป็นชิ้นขนาด 1/8 inch (3 mm) (ถ้าไม่ได้ใส่น้ำตาลในโด-เหมือนที่ปุ๊กทำค่ะ ให้นำมาคลุกด้วยน้ำตาลค่ะ) วางลงบนกระดาษรองอบ โดยเว้นช่องว่างไว้ให้พอนะคะ เพราะคุกกี้จะขยายขึ้นประมาณ 3 เท่าค่ะ



4. อบจนน้ำตาลละลายเป็นคาราเมลและคุกกี้เป้นสีเหลืองสวย ประมาณ 8 นาที

5.นำออกจากเตา แล้วพักคุกกี้ให้เย็น บนตระแกรง

Printfriendly

LinkWithin

Related Posts with Thumbnails