Sunday, November 30, 2008

November 2008 Daring Bakers Challenge #24: CARAMEL CAKE WITH CARAMELIZED BUTTER FROSTING

ตอนแรกคิดว่าจะไม่ได้ทำซะแล้วค่ะ รอบนี้ ยุ่งๆ หลายเรื่อง แล้วยังต้องไปหาหมอหลายรอบด้วย แต่ในที่สุด เราก็เลื่อนนัดหมอ เพื่อมาทำขนมแทน 555 เดือนนี้เป็น Caramel Cake with Caramelized Butter Frosting ของคุณ Shuna Fish Lydonค่ะ

ก็เหมือนเคยค่ะ รอบนี้ไม่เคยทำมาก่อน ก็เลยสนุกดี แบ่งเป็น 2 วันค่ะ ทำเค้ก 1 วันแล้วก็ทำ Frosting อีก1 วัน
แต่บอกเลยว่า ที่ทำตามสูตรเขา แล้วผิดหวังนิดหน่อยค่ะ เพราะเค้กออกมาหวานๆๆๆ มากเลย ทานแล้วแสบคอเชียว ก็เลยเขียน version ของตัวเองลงไปด้วย เผื่อใครไม่ชอบทานหวานจัด จะได้ปรับสูตรได้นะคะ แต่ Frosting ของเขา (นอกจากปัญหาเรื่องความหวาน) ก็ดีนะคะ ปาดง่าย แล้วก็ไม่ละลายด้วย (น่าจะเหมาะกับงานปาร์ตี้ของเด็กๆเลยนะคะ)
คราวนี้ที่ชอบที่สุด ก็ตรงได้ทำน้ำเชื่อมคาราเมลถ้วยใหญ่นี่ล่ะค่ะ เป็นของสนุกไปเลย จะมีเหลือพอประมาณ เลยค่ะ ก็เอาไปทำกาแฟเย็นก็ได้นะคะ อร่อยดีค่ะ

Host of this month : http://culinarycuriosity.blogspot.com/ with Alex (Brownie of the Blondie and Brownie duo: http://blondieandbrownie.blogspot.com/, Jenny of Foray into Food (http://forayintofood.blogspot.com/).


CARAMEL CAKE WITH CARAMELIZED BUTTER FROSTING

ทำได้ เค้กขนาด 9 นิ้ว


10 Tablespoons

เนยจืด

1 ¼ Cups

น้ำตาลทราย (ถ้าไม่ชอบทานหวานจัดให้ใช้ 1 1/8 cup)

½ teaspoon

เกลือทะเล

Cup

Caramel Syrup (สูตรอยู่ด้านล่างค่ะ)

2 ฟอง

ไข่


vanilla extract นิดหน่อย

2 Cups

แป้งอเนกประสงค์

½ teaspoon

ผงฟู

1 cup

นม


Candied fruit สำหรับตกแต่ง ดูวิธีทำจากที่นี่ค่ะ

เปิดเตาอบที่ 350F
ทาเนยให้ทั่วพิมพ์กลมขนาด 9 นิ้ว ขอบสูง 2 นิ้ว

ตีเนย ให้เนียน แล้วใส่น้ำตาลและเกลือลงไป ตีจนขึ้นฟู

ค่อยๆเท caramel syrup ที่เย็นตัวลง (เท่ากับอุณหภูมิห้อง) ลงไป เพิ่มความเร็วเครื่องขึ้น คอยปาดขอบอ่าง


ค่อยๆ ใส่วานิลลา และไข่ ลงไป ตีให้เข้ากัน ดี คอยปาดขอบอ่างเป็นระยะ



ร่อนแป้งและผงฟูเข้าด้วยกัน

ลดความเร็วเครื่องลงเป็นสปีดต่ำสุด ใส่ 1 ใน 3 ส่วนของแป้งลงไป เมื่อเข้ากัน ใส่ 1/2 ของนม แล้วสลับกับแป้ง จนหมด โดยรอบสุดท้าย เมื่อใส่แป้งลงไป ให้ใช้พายยางตะล่อมส่วนผสมให้เข้ากันแทนการใช้เครื่อง


เทลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้

วางลงในถาด แล้วตั้งเวลารอบแรกที่ 30 นาที เมื่อครบ ให้หมุนเค้กจากด้านในมาด้านนอก แล้วอบต่ออีก 15-20 นาที หรือจน เหลืองสวย และเมื่อใช้ไม้จิ้มลงไปไม่มีเศษเค้กติดออกมา
นำเค้กออกมาพักไว้บนตะแกรง

Note: สามารถอยู่ในอุณหภูมิห้องได้ 1 วัน

CARAMEL SYRUP

2 cups

น้ำตาลทราย

½ cup

น้ำ

1 cup

น้ำ (สำหรับหยุด caramelization process)



ใส่น้ำตาลและน้ำ 1/2 ถ้วยลงในหม้อ คนให้เข้ากัน
นำขึ้นตั้งไฟ โดยคอยเอาแปรงชุบน้ำ ทาด้านข้างของหม้อเป็นระยะ
ใช้ไฟแรง จนน้ำตาลไหม้เป็นสีน้ำตาล

เมื่อได้สีที่ต้องการแล้ว เทน้ำ 1 ถ้วยลงไป (ระวังด้วยนะคะ เพราะน้ำตาลจะกระเด็น)
ลดไฟลงเป็นปานกลาง จนข้นขึ้นเล็กน้อย และเหนียวเมื่อจับ(เมื่อใช้ช้อนตักขึ้นมา ให้พักให้เย็นก่อน แล้วจึงลองจับค่ะ)


Note: เพื่อความปลอดภัย ควรวางชามใส่น้ำแข็งไว้ข้างๆนะคะ เผื่อโดนน้ำตาลจะได้จุ่มมือลงไปทันค่ะ

CARAMELIZED BUTTER FROSTING

12 tablespoons

เนยจืด

1 pound

น้ำตาลไอซิ่งร่อน (ถ้าไม่ชอบหวานให้ใช้ 14oz.)

4-6 tablespoons

heavy cream

2 teaspoons

vanilla extract

2-4 tablespoons

caramel syrup


เกลือทะเล


นำเนยขึ้นตั้งไฟ จนละลายและเป็นสีน้ำตาล
กรองด้วย กระชอนตาถึ่ แล้วพักไว้จนเย็น


ใส่เนยลงในอ่างผสม

ใส่น้ำตาลไอซิ่งลงไปทีละน้อย แล้วตีให้เข้ากัน ใส่วานิลลา เมื่อส่วนผสมข้นมากไป ให้ใส่ ครีม และ caramel syrupลงไป แล้วตีจนกระทั่งเข้ากัน และใช้น้ำตาลจนหมด ปรุงรสด้วยเกลือ และตีให้เข้ากัน


ประกอบเค้ก

1 ตัดเค้กเป็น 2ชั้น วางขั้นนึงลงบนถาด แล้วทาบัตเตอร์ครีมให้ทั่ว

2 วางเค้กอีกชิ้นทับด้านบนแล้ว ทา Frostingให้ทั่ว ทั้งด้านบนและด้านข้าง

3 ตกแต่งตามต้องการ



CARAMEL CAKE WITH CARAMELIZED BUTTER FROSTING

Thursday, November 27, 2008

Green tea Sponge Cake: Japanese style high tea!

ปุ๊กชอบชาเขียวมากเลยค่ะ แค่ได้กลิ่นก็รู้สึกว่าใจสงบแล้ว (โอเวอร์จริงๆ 555) เวลาเจอเป็นต้องซื้อมาลองอยู่เรื่อยเลย แย่บ้าง ดีบ้าง ปนๆกันไปค่ะ แต่หลายๆคนก็คงเป็นเหมือนปุ๊กใช่ไหมค่ะ รสฝาดนิดๆของชาเขียวเองก็เป็นเสน่ห์ ในตัวเองด้วย (อันนี้พูดถึงแบบชงเองนะ ปุ๊กไม่ได้ทานแบบสำเร็จที่ใส่น้ำตาลนะคะ ไม่ค่อยชอบค่ะ) คราวนี้ก็เลยหาขนมที่จะเอามาทานคู่กับน้ำชาสักหน่อย รสชาติของเค้กชาเขียวก้อนนี้เรียกว่า ไม่มีอย่างอื่นเจือปนเลยค่ะ (ไม่ได้ใช้เนย หรือน้ำมันด้วย) เวลาทานคู่กับชาร้อนนี่เข้ากันดีเลยค่ะ เพราะเค้กหวานๆ เนื้อแห้ง พอทานกับชาที่ขมนิดๆ เรียกได้ว่าเกิดมาคู่กันจริงๆ ปุ๊กว่าเค้กก้อนนี้มีเสน่ห์อีกอย่างคือ ด้านบนที่ออกจะรสชาติเหมือนคาราเมลนิดๆ (เนื่องจากน้ำตาลที่ค่อนข้างมาก ในสูตร) อร่อยดีค่ะ
เค้กสักก้อน กับชาร้อนๆ สักถ้วย อืม...เหมาะกับเวลาพักผ่อนดีนะคะ

Adaptation from: 天板でしっとり焼き菓子


Green Tea Sponge Cake
Makes 20x20 cm cake


90g

ไข่

2

ไข่แดง

100g

น้ำตาลทรายละเอียด

20g

แบะแซ (หรือ corn syrup)

25g

น้ำผึ้ง

15ml

น้ำร้อน

70 g

แป้งเค้ก

5g

ผงชาเขียว

7g

นมผง



เปิดเตาอบไว้ที่ 180°C
วางกระดาษรองอบลงในพิมพ์
ร่อน แป้ง ผงชาเขียว และ นมผงเข้าด้วยกัน

ผสมน้ำร้อน น้ำผึ้ง และแบะแซลงในถ้วย คนให้เข้ากัน

ใส่ไข่ ไข่แดง และน้ำตาลลงในชาม แล้ววางชามไว้บนหม้อที่มีน้ำเดือดเบาๆอยู่
ตีจนฟูขาว แล้วค่อยๆใส่ส่วนผสมของน้ำผึ้งลงไป ตีให้เข้ากัน
นำลงจากหม้อ แล้วใส่ส่วนของแป้งลงไป
ตะล่อมให้เข้ากัน

เทส่วนผสมลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้
อบไป 15 นาที แล้วลดไฟลงเหลือ 160°C แล้วอบต่ออีก 25-30 นาที

Note:ด้านบนของเค้กจะเป็นสีน้ำตาลแล้วก็กรอบนะคะ แต่ถ้าไม่ชอบให้เอา aluminum foil ปิดไว้หลังจากอบไป 20 นาทีค่ะ

Green tea Sponge Cake: Japanese style high tea!

Monday, November 24, 2008

Easy Layer Bread: Croissant!

หลังจากลองทำมาหลายสูตร ก็ยังอยากได้สูตรที่มันง่ายๆอยู่ดีอ๊ะค่ะ แต่ก็บอกไว้ก่อนว่านี่ไม่ได้บอกว่าเป็นสูตรที่ดีที่สุด แต่มันง่ายจริงๆค่ะ (แล้วก็บอกได้เลยว่ามันไม่เป็นสูตรแบบ Traditional นะคะ เพราะใส่ไข่ลงไปในสูตรด้วยค่ะ) ส่วนผสมจะคล้ายกับ danish bread นะคะ แต่ปุ๊กเอามาขึ้นรูปแบบ croissant ค่ะ

สูตรนี้ดัดแปลงมาจากตำราหลายๆเล่มแล้วก็ประสบการณ์ (ที่เคยทำผิดพลาดมา555) ของปุ๊กค่ะ ลองทำแล้ว เรียกว่าง่ายมากๆเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นตอนรีดพับแป้ง แล้วเนยก็ไม่ค่อยไหลออกมานอกแป้งด้วยค่ะ เพราะตัวโดค่อนข้าง sticky นะคะ (แต่เวลารีดแป้ง 1 หรือ 2 รอบแรก จะใช้แป้งเยอะนิดหน่อยค่ะ)

จะใช้แป้งสูตรนี้ทำขนมปังเดนิชก็ได้นะคะ ดังนั้นถ้าใครไม่กล้าลองทำขนมประเภท laminated dough สูตรนี้อาจจะเป็นสูตรแนะนำ ที่อาจจะทำให้มีความมั่นใจมากขึ้นก็ได้นะคะ

Note: ขนมปังสูตรนี้ไม่ rich มากนะคะ เพราะ butter block มีน้ำหนักประมาณ 50 % ของแป้งเท่านั้นเองค่ะ แต่ก็ทานอร่อยนะคะ (ไม่อ้วนมากดี 555)

Easy Layer Bread: Croissant
Makes 10


Dough


160g

แป้งขนมปัง

40g

แป้งเค้ก

2g

Instant dry yeast

30cc

น้ำ

4g

เกลือ

80cc

นม

10g

น้ำตาล

60g

ไข่ (ประมาณ 1ฟอง)

20g

เนยจืด



Butter Block


5g

แป้งเค้ก

100g

เนยจืด



Egg Wash


1 ฟอง

ไข่แดง

2 tbsp

นม


ใส่แป้งผสมกับ Instant dried yeast และน้ำตาลลง ในชาม คนให้เข้ากันใส่ เกลือ แล้วคนอีกรอบ ใส่ไข่ นม และน้ำลงไปในแป้ง

ใช้พายยางหรือช้อนคันใหญ่คนให้ส่วนผสมเข้ากัน นวดเล้กน้อยให้แป้งจับตัวรวมกัน แล้วใส่เนยลงไป
นวดเล็กน้อยให้พอเข้ากัน
โดจะเหนียวและเละค่ะ
ห่อด้วยพลาสติก แล้วนำเข้าแช่ในตู้เย็น อย่างต่ำ 6 ชั่วโมง (หรือข้ามคืน)

Making the butter block:

ผสมแป้งและเนยเข้าด้วยกัน
รีดให้เป็นแผ่นขนาด 13 เซนติเมตร

นำโดออกจาตู้เย็น แป้งจะขึ้นมากๆเลยค่ะ

โรยแป้งที่โต๊ะ ที่จะใช้นวด
ค่อยๆ ใช้มือยืดมุมทั้ง 4 ด้านให้แป้งเป็นรูป 4 เหลี่ยม
รีดแป้งให้เป็น 4 เหลี่ยมใหญ่กว่า butter block (ประมาณ 30 เซนติเมตร) โดยให้ตรงกลางของแป้งหนากว่า ด้านข้าง
วาง butter block ลงตรงกลางโด โดยวางแบบขวาง แล้วพับมุมแป้งทั้ง 4 ด้านเข้ามาตรงกลาง กดให้แป้งติดกัน
ใช้ไม้นวดแป้งกดแป้งลง ก่อนที่จะรีดแป้ง (อันนี้เป็นวิธีการของตัวเองค่ะ ช่วยทำให้เนยไม่ไหล ออกมา เวลารีดแป้ง ดูได้ ที่นี่ ค่ะ) รีดให้แป้งให้ได้ขนาด 40X30 เซนติเมตรค่ะ อย่ารีดให้ยาวเกินถาดที่เราจะใส่เวลาแช่ตู้เย็นนะคะ


รีดแป้งรอบแรก โดยพับ 1/3 ของแป้งด้านล่างมาไว้ตรงกลางนะคะ จับแป้งให้เสมอกัน ปัดแป้งนวดออก แล้วพับด้านบนลงมาทำให้เป็นสี่เหลี่ยม ปัดแป้งนวลออกด้วยค่ะ

พับแป้งแบบนี้อีก 2 ครั้ง โดยพักแป้งไว้ในตู้เย็นอย่างน้อย 30 นาที ก่อนพับแป้งทุกรอบค่ะ ห่อให้สนิททุกครั้งก่อนแช่ตู้เย็น (ปุ๊กห่อด้วยกระดาษซิลิโคน แล้วห่อด้วย พลาสติก อีกรอบ)

พอรีดรอบสุดท้าย ให้แช่ตู้เย็ นก่อน ขึ้นรูป 1 ชั่วโมง


วางกระดาษรองอบไว้บนถาด
รีดแป้งให้ได้ขนาด 55x 30 เซนติเมตร
ถ้าบ้างครั้งแป้งยังยืดตัวไม่ได้ ให้พักแป้งไว้ในตู้เย็นก่อนค่ะ

ตัดขอบแป้งออก ให้ได้ขนาด 50X25 เซนติเมตร
ตัดเป็น 3 เหลี่ยม ขนาด 10X 25 เซนติเมตร ต่อชิ้น


ตัดตรงกลางของฐาน 3 เหลี่ยม เล็กน้อย
ม้วนโดให้เป็นรูป ครัวซองค์ แล้วพักไว้ในถาด

เปิดเตาอบที่ 200°C

Making the egg wash:


ผสมไข่แดง และนมเข้าด้วยกัน แล้วกรองด้วยกระชอน

ปล่อยให้ครัวซองค์ขึ้นจนเกือบ 2 เท่า
ทาด้วย egg wash ก่อนเข้าอบ

นำเข้าอบประมาณ 20 นาที จนเป็นสีน้ำตาลสวย
แล้วนำออกมาพักไว้บน ตะแกรง


Easy Layer Bread: Croissant!

Thursday, November 20, 2008

Lemon and Vanilla Pound Cake: Simple delicious treat !

พบแล้วค่ะ ความสุขเล็กๆน้อยในชีวิตที่สามารถมั่นใจได้ ถ้าคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรดี ก็อบเค้กปอนด์ล่ะค่ะ เชื่อใจได้มากที่สุด 555 จริงๆเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น หลังจากที่อบช็อกโกแลตคัพเค้กไป 3 รอบ แล้วออกมาสยองหมดเลย T T (ห้ามถามนะว่าจากเล่มไหน ไม่อยากพูดถึงมันแล้วอ๊ะ เรื่องมันเศร้า) ไม่ว่าจะพยายามด้วยวิธีไหน เค้กก็ออกมาแย่รับไม่ได้เลยค่ะ ทั้งเพิ่มไฟ เพิ่มแป้ง เอ้อ..เบื่อ (รู้สึกแย่นิดหน่อยค่ะ เพราะหนังสือเล่มนี้หน้าตาน่ารักมากเลย เสียดาย คงต้องเอาเข้าไปเก็บในกรุซะแล้ว..แง)

คราวนี้ก็เลยต้องหาอะไรมาทำ เพื่อให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นบ้างค่ะ ก็เลยคิดถึงเค้กปอนด์นี่ล่ะค่ะ (ว่าไปปุ๊กไม่เคยมีปัญหากับเค้กประเภทนี้เลยน้า จะบอกให้ ^ ^) ปุ๊กเลือกสูตรธรรมดาๆ แต่เอามาทำให้มันไม่ธรรมดาค่ะ สูตรที่เอามาเป็นสูตรเค้กเลมอนธรรมดา แต่เนื่องจากว่าเราต้องการของที่มีกลิ่นหอมชื่นใจค่ะ ปุ๊กก็เลยใส่เม็ดวานิลลาเข้าไปแบบเต็มๆค่ะ แล้วสำหรับรสชาติ แทนที่จะได้แค่กลิ่นหอมของผิวเลมอน ปุ๊กเลยใส่น้ำเลมอนลงไปด้วย เพื่อเพิ่มให้รสชาติของเค้กมีรสเปรี้ยวเพิ่มขึ้นมานิดๆค่ะ
Trick ที่ให้เอาเค้กที่ราดไอซิ่งแล้วนำไปอบอีกรอบก็เป็น ทริคที่เพิ่งลองค่ะ Icing Glaze จะแห้งลง แล้วก็ติดกับเค้กดีขึ้นมากเลยค่ะ
ก็บอกแล้วไงว่า เค้กปอนด์ไม่เคยทำให้คุณผิดหวังค่ะ ^_^

Adaptation from: コルドンブルーのフランス菓子基礎ノートサブリナを夢みて〈2 by Le Cordon Bleu Japan

Lemon and Vanilla Pound Cake
Makes 18 X 8X 6 cm cake



Cake


100 g

เนยจืด

90 g

Icing sugar

100 g

แป้งเค้ก

2 ฟอง

ไข่

20 cc

Whipping cream

1 tsp

น้ำเลมอน

5g

ผงฟู


เกลือเล็กน้อย


เม็ดวานิลลาจาก วานิลลาครึ่งฝัก


ผิวเลมอนจาก เลมอนครึ่งลูก

Apricot glaze


50 g

apricot preserves



Icing glaze


100 g

Icing sugar

10 cc

เหล้ารัม

15 cc

น้ำ



รองพิมพ์ด้วยกระดาษรองอบ พักไว้

เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 170°C ค่ะ

ร่อนแป้งและผงฟูเข้าด้วยกัน พักไว้
กรีดผัก วานิลลาแล้วรูดเอาเม็ดออกจากผัก เทเม็ดใส่ลงในน้ำตาลไอซิ่ง

ตีเนยกับน้ำตาลไอซิ่ง ที่ความเร็วสูงปานกลาง จนฟูขาว ใส่ผิวเลมอนลงไป ตีให้เข้ากัน เทไข่ใส่ลงไปเป็นสาย แล้วตีให้เข้ากัน

เทส่วนผสมของแป้งลงไป ครึ่งหนึ่ง แล้งตีให้เข้ากัน แล้วใส่ ครีมและ น้ำเลมอน

ใส่แป้งที่เหลือลงไป คนพอเข้ากันดี แล้วเทลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้ นำเข้าอบ จนเป็นสีเหลืองสวย โดยที่เอาไม้จิ้มเข้าไปในเนื้อจะมีเศษเค้กติดนิดหน่อยค่ะ ใช้เวลาประมาณ 40 นาที
นำออกมาพักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิท

Finishing touch

เปิดเตาอบไว้ที่ 220°C.

Make the Apricot Glaze:

อุ่น apricot preserves ให้ร้อน จนละลาย แล้วกรองผ่านกระชอน

ทา ให้ทั่วเค้ก แล้วพักให้แห้งลงเล็กน้อย

Make the Icing Glaze:

วางเค้กบนตะแกรงที่วางไว้บนถาดอีกที
ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน คนจนเนียน แล้วทา (หรือราด) ลงบนเค้ก
นำเข้าอบประมาณ 2 นาที
แล้วนำออกมาพักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิท

Lemon and Vanilla Pound Cake: Simple delicious treat!

Monday, November 17, 2008

Light Meal Breads: Sausage, Tomato and Cheese Bread

บางที ทานอาหรมื้อใหญ่ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องสนุกนะคะ อาจจะรู้สึกแย่ด้วยซ้ำ (โดยเฉพาะถ้าเกิดต้องไปงานเลี้ยง ตอนเย็น หรือทานมื้อเช้าแบบอิ่มสุดๆมานะคะ) ขนมปังสูตรนี้อาจจะเป็นคำตอบที่ดีก็ได้นะคะ สูตรนี้มาจากหนังสือ ほんのりしあわせ。おうちパンぱん工房「くーぷ」のBakery Diary by 門間 みか ( Mika Monma) ใครอยากเห็นด้านในของหนังสือก็คลิกที่นี่นะคะ เพราะเคยลงไปรอบนึงแล้วค่ะ ต้องบอกว่าปุ๊กกลายเป็นสาวกตัวจริง ของคุณมิกะเขาไปแล้วค่ะ ชอบหนังสือของเขามากเลย แม้ว่าส่วนใหญ่จะไม่ได้มีสูตรมากนัก (สูตรที่ใช้ก็เบสจาก Basic recipes นะคะ) แต่ความเจ๋งของเธออยู่ที่ ไอเดียค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขึ้นรูปหรือ รสชาติที่นำมาใช้ก็ลงตัวดีค่ะ

ปุ๊กชอบขนมปังแบบนี้ค่ะ เพราะว่าเราสามารถจะใส่อะไรลงไปก็ได้ เรียกได้ว่าเป็นขนมปังตามใจเลยล่ะ เวลาทานก็เหมือนทานพิซซ่าชิ้นเล็กๆเลยค่ะ แต่ขนมปังแบบนี้ก็มีข้อเสียอยู่นิดหน่อยนะคะ เพราะว่าตัวขนมปังเป็นขนมปังแบบนิ่ม เมื่อเก็บไว้นานด้านล่างอาจจะแฉะค่ะ แต่คิดนะว่าคงเก็บไว้ได้ไม่นานหรอกค่ะ แหมก็ขนมปังชิ้นเล็กนิดเดียวเอง ทาน 2 ชิ้น ยังไม่มากเกินไปเลย เชื่อปุ๊กซิ (^_^)


Adaptation from: ほんのりしあわせ。おうちパンぱん工房「くーぷ」のBakery Diary by 門間 みか ( Mika Monma)

Sausage, Tomato and Cheese Bread

Makes 10

200 g

แป้งขนมปัง

3 g

Instant dried yeast

20 g

น้ำตาล

3 g

เกลือ

20 g

เนยจืด

140 g

นม ไม่พร่องมันเนย


ใส้กรอก หั่นเป็นชิ้น

มะเขือเทศ หั่นเต๋า

Mozzarella cheese ขูด


Mayonnaise และซ้อสมะเขือเทศ





ใส่แป้งผสมกับ Instant dried yeast และน้ำตาลลง ในชาม คนให้เข้ากันใส่ เกลือ แล้วคนอีกรอบ ใส่นม ลงไปในแป้ง


ใช้พายยางหรือช้อนคันใหญ่คนให้ส่วนผสมเข้ากัน นวดเล้กน้อยให้แป้งจับตัวรวมกัน


นำก้อนแป้งออกจากชาม นวดประมาณ 2 นาทีให้แป้งเริ่มจับเป็นก้อนและยืดหยุ่นขึ้น


ใส่เนยแล้วนวด โดยใช้อุ้งมือดันแป้งไปด้านหน้า แล้วม้วนกลับ กลับด้านแป้ง 90 องศา แล้วนวดแบบเดิมต่อ โดยใช้อุ้งมือดันแป้งไปด้านหน้า อย่าลืมทิ่งน้ำหนักลงไปด้วยนะคะ)และม้วนกลับ เป็นจังหวะสม่ำเสมอนวดประมาณ 10-15 นาที (ขึ้นอยู่กับการออกแรงของแต่ละคนค่ะ) นวดจนแป้งเนียน, นุ่ม, ยืดหยุ่นดี และ shiny ค่ะ


ถ้าลองดึงแป้งบางส่วนดูก็จะยืดเป็นฟิมล์บางๆได้ แปลว่านวดได้ที่แล้วค่ะ

นำก้อนแป้งใส่ลงใน ชามที่ทาเนยไว้ พักแป้งไว้จนขึ้นประมาณ 2 เท่า (1 ชม-1 ชมครึ่ง) แล้วแต่ความร้อนของอุณหภูมิห้อง


เปิดเตาอบที่ 180°C.
ทาเนยที่พิมพ์ทาร์ตขนาด 9 cm.
แบ่งโดเป็น 10 ชิ้น ปั้นเป็นก้อนกลม แล้วพักไว้ 10 นาที
รีดแป้งเป็นแผ่นกลม ขนาด 12 เซน แล้ววางลงในพิมพ์ทาร์ต ที่เตรียมไว้
ใช้นิ้วกดให้แป้งติดกับขอบของพิมพ์ (โดยไม่หดคืนตัวอีก)


ทาด้านล่างด้วยซ้อสมะเขือเทศ วางใส้กรอลงด้านบน แล้วโรยด้วย ชีส
วางมะเขือเทศลงไป แล้วโรยทับด้วยชีสอีกรอบ
บีบมายองเนสลงด้านบน

นำขนมปังเข้าอบนาน 10-12 นาที หรือจนสีเหลืองสวยค่ะ

Light Meal Breads: Sausage, Tomato and Cheese Bread

Printfriendly

LinkWithin

Related Posts with Thumbnails