Monday, August 30, 2010

Strawberry and Mascarpone Cupcake: cute little cake with a review of the book, ラブリー!ハッピー!贈るお菓子



Lovely! Happy! Sweet for Gift คือชื่อของหนังสือเล่มนี้ค่ะ ดังนั้นจากชื่อก็คงพอรู้ว่า เป็น ขนมที่ทำขึ้นมา เพื่อเป็น ของขวัญในโอกาสต่างๆค่ะ ^^.
ปุ๊กก็บอกได้ค่ะว่า ปุ๊กอะ ชอบรูปหน้าปกหนังสือก่อนเลยค่ะ แล้วก็ไม่เคยเห็นข้างในมาก่อนด้วย (เพราะหนังสือเล่มนี้ นี่สั่งจาก Amazon แต่ก็นะ เห็นหน้าปก ก็คิอว่า โอค่ะ 555) แต่ที่ทำให้คิดว่า หนังสือน่าจะดี ก็เพราะว่า ผู้เขียน เป็นอาจารย์สอนทำขนมที่ดังมากคนหนึ่งค่ะ มีชื่อเสียงทั้งจาก การเปิดคลาสสอน และ จากหนังสือที่เธอแต่งค่ะ 


แต่ถึงเธอจะดังขนาดไหน หนังสือเล่มนี้เป็น หนังสือเล่มแรกของเธอค่ะที่ปุ๊กซื้อ 555 แต่ก็ถูกใจมากทีเดียวค่ะ เพราะว่า ด้านในสวยมากเลย !!!!! ก็รู้อยู่นะคะ ว่า ปุ๊กชอบหนังสือสวยๆค่ะ  ^^.
หนังสือเล่มนี้ จะแบ่งออกเป็น 5 chapterค่ะ เริ่มต้นด้วย  1. A Gift for Thanks, 2.A Gift of Hello, 3.A Gift of Congratulations, 4.A Gift of Merry Christmas และท้ายสุดคือ A Gift of Love โดยมีส่วนพิเศษด้านท้ายเล่มเป็น การสอนวิธีทำเบสที่ต่างกัน รวมถึงการตอบคำถามโดยอาจารย์ Chie Kato ค่ะ 


ในทุกบทก็จะมีขนมที่หลายหลายค่ะ โดยในเล่มนี้ จะมีทั้ง cakes, roll cakes, cheese cake, marshmallow, scone, jam  cookies, pies, jelly, quiche, choux, และ chocolate. ที่ปุ๊กชอบมากเกี่ยวกับเล่มนี้ ก็คงจะเป็น การตกแต่งขนมที่น่ารักมากๆ แล้วก็ มีวิธีการแพ็คขนม แบบเก๋ๆ อีกด้วยค่ะ  


ในส่วนของสูตร ถ้ามีของที่ต้องใช้ตกแต่งก็จะมีการสอนทำด้วยนะคะ เช่นในส่วนที่โชว์ก็จะเป็น การทำ iced flowerค่ะ


รูปก็สวยดีค่ะ แค่นั่งดูรูปสวยๆ ปุ๊กก็ happy ^^ มากๆแล้ว มันเป็นการ ตกแต่งขนมธรรมดา ให้ดูน่ารักขึ้นมาได้อย่างง่ายๆค่ะ เช่นอย่างที่เอามาโชว์นะคะ คุกกี้แบบตัดที่แสนจะธรรมดา สามารถตกแต่งได้น่ารกๆ แบบนี้ล่ะค่ะ  
ในส่วนของขนมสำหรับช่วงเทศกาล Christmas ก็น่ารักมากค่ะ ดูเข้ากับเทศกาล และฤดูกาลมากๆ เรียกว่าถ้าทำให้ใครในช่วงนี้ คนรับคงยิ้มกว้างแน่เลยค่ะ 


ในส่วนของ chapter สุดท้าย A Gift of Love จะเน้นเป็น ขนมที่ใช้ช็อกโกแลตเป็นส่วนประกอบค่ะ แล้วก็ตกแต่งน่ารักมากๆค่ะ ทำให้รู้สึกถึงความรู้สึก แบบ Love love มากค่ะ ^^ ปุ๊กว่า ความน่ารักของมัน อาจจะทำให้ เราอยากจะให้คนอื่นที่เรารัก (นอกเหนือไปจาก คุณแฟนนะคะ อิอิ) เพราะใครที่ได้รับ คงรับรู้ได้ถึงความรู้สึกว่า เราตั้งใจทำเพื่อเขาค่ะ


ในส่วนสุดท้ายของหนังสือ จะมีภาพประกอบ และวิธีทำเบสของขนมต่างๆ เช่นเค้ก โรลเค้ก พัฟพาสตรี้ บัตเตอร์เค้ก หรือวิธีการเทมเปอริ่งช็อกโกแลตด้วยค่ะ
 สำหรับในส่วนของ  Q&A จะเป็น การรวบรวมคำถามที่ อาจารย์ได้รับจากทั้งนักเรียนที่มาเรียนด้วย และคนที่ อีเมลล์เข้าไปถามค่ะ เช่นการทำขนม โดยการเตรียมบางส่วนไว้ก่อน หรือ ไม่มีเวลา คำแนะนำเกี่ยวกับ ส่วนผสม และ อุปกรณ์ด้วยค่ะ 

เรียกว่า แนะนำเลยค่ะ สำหรับคนที่ชอบทำขนม และชอบการตกแต่งเล็กๆน้อยๆ ชอบ แพ็คขนมให้สวยๆ และโดยเฉพาะคนที่ชอบให้ขนมเป็น ของขวัญค่ะ เล่มนี้ใช่เลย!


คราวนี้ปุ๊กก็ลองสูตรค่ะ  ^^ ปุ๊กเลือกที่จะทำขนมเค้กชิ้นเล็กๆสูตรนี้ค่ะ   "Strawberry and Mascarpone Cupcake".
โดยมาจาก chapter 1, A gift of Thanks, ซึ่งปุ๊กว่า คนได้รับต้องรู้สึกได้ถึงความรู้สึกขอบคุณที่เรามีให้เขาแน่นอนเลยค่ะ  

คัพเค้กสูตรนี้ ก็เป็น บัตเตอร์เค้กค่ะ เนื้อนิ่มแล้วก็ฉ่ำ อร่อยค่ะ โดยมีเจ้าสตรอเบอรี่ชิ้นเล็กๆด้านในเพิ่มรสชาติความอร่อยค่ะ แต่ที่พิเศษของสูตรนี้คือ ฟรอสติ้งค่ะ ซึ่งปุ๊กชอบมากๆเลยล่ะค่ะ อร่อยมากเลย แล้วก็ทำง่ายๆๆๆๆๆๆๆ ที่สุดเลย อย่างว่าค่ะ ใครชอบทาน mascarpone ก็ต้องชอบเหมือนปุ๊กแน่เลย 
ส่วนbuttercream rose, ปุ๊กใช้สูตร Italian meringue buttercream ค่ะ แต่จริงๆไม่ต้องทำก็ได้นะคะ เพราะว่า แค่รสชาติของเค้ก และฟรอสติ้งรวมกันก็อร่อยมากๆแล้วล่ะค่ะ 

ปุ๊กว่า เค้กแบบนี้ จะทำในโอกาสไหนก็ได้ค่ะ จะให้เป็นของขวัญคนอื่น หรือเปล่า อืม.....ให้เป็นของขวัญตัวเองก็ดีนะคะ 555 เพราะ การได้ทานเค้กอร่อยๆ หน้าตาน่ารักๆ แบบนี้ ตัวเราเองก็คงรู้สึกดีมากเช่นกันค่ะ อย่างว่า  ถ้าจะให้ของขวัญตัวเองก็คงไม่มีใครห้ามได้ใช่ไหมคะ อิอิ



Strawberry and Mascarpone Cupcake
Make 7 (7cm cupcake)


50g .................................. เนย
80g .................................. น้ำตาล
1 ....................................... ไข่
.......................................... เกลือ นิดหน่อย
60ml ................................ Half and half (ถ้า ไม่มี ให่ใช้นม 30ml กับครีม 30ml)
100g ................................ แป้งเค้ก
1tsp .................................. ผงฟู
½tsp ................................ Vanilla bean paste
4 ....................................... สตรอเบอรี่, ผ่าครึ่ง

Mascapone frosting
200ml ............................. Whipping cream
35g .................................. น้ำตาล
50g .................................. Mascarpone cheese
1tbsp ............................... น้ำเลมอน

เปิดเตาอบที่ 170 °C
วางถ้วยกระดาษลงในพิมพ์คัพเค้ก 
ร่อนแป้งและผงเข้าด้วยกัน แล้วพักไว้ 


ตีเนย, เกลือ และน้ำตาล เข้าด้วยกัน จนสีอ่อนลง ใส่ vanilla bean paste แล้วตีให้เข้ากันจนเนยดูฟูขึ้น 
ใส่ไข่ลงไป แล้วตีให้เข้ากัน 


แบ่่งแป้งเป็น 3 ส่วน ใส่1/3 ของแป้งลงไป ตะล่อมให้เข้ากัน ตามด้วย ครึ่งส่วนของ half and half, ตะล่อมให้เข้ากัน ใส่แป้งอีก 1/3 ส่วน ตะล่อมให้เข้ากัน แล้วตามด้วย half and half ที่เหลืออยู่ ตะล่อมให้เข้ากัน แล้วตามด้วยแป้งที่เหลือ


ตักแบทเทอร์ลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้ แล้วใส่ สตรอเบอรี่ที่ตัดไว้ลงไปตรงกลาง 
นำเข้าอบ ประมาณ 20 นาที หรือจน เค้กไม่ยุบตัวลง เมื่อแตะเบาๆ 
พักจนเย็นสนิทก่อนจะฟรอสค่ะ 


ตีส่วนผสมของฟรอสติ่งเข้าด้วยกันใส่ถุงบีบ
 แล้วนำไปบีบลงบนหน้าเค้ก
ตกแต่งให้น่ารักอย่างที่ต้องการค่ะ  ^ ^.


Strawberry and Mascarpone Cupcake: 
cute little cake with a review of the book, ラブリー!ハッピー!贈るお菓子 

Friday, August 27, 2010

August 2010 Daring Bakers Challenge #43: Baked Alaska

Daring bakers มาแล้วค่าาาาาา ^^ เดือนนี้ ปุ๊กไม่มีเหตุผลที่จะสกิปแล้วค่ะ แต่ก็นะเดือนที่แล้ว ชีวิตเต็มไปด้วย การเที่ยวๆๆๆ กินๆๆๆ ช็อปๆๆๆ จนไม่มีเวลาจะทำขนมเท่าไหร่ค่ะ 555

สำหรับเดือนนี้ มีคุณ Elissa (จากบล็อก 17 and Baking) เป็นโฮสค่ะ โดยได้ให้โจทย์เป็น Baked Alaska หรือ Ice Cream Petit Fours,  เราจะเลือกทำอะไรก็ได้ค่ะ ปุ๊กเอง ตั้งใจไว้เลยนะคะ ว่าจะทำทั้ง 2 อย่างเลยล่ะค่ะ แต่ก็นะ บางทีชีวิตก็มีเรื่องวุ่นวายไม่ได้ดังใจค่ะ ผลสรุปคือ ปุ๊กไม่สามารถทำ Ice Cream Petit Fours ให้เสร็จได้ค่ะ ทั้งๆที่เหลืออยู่ขั้นตอนเดียวคือ การทำ chocolate glaze เท่านั้นเอง !!!!
แต่ก็ยังดีค่ะ ที่ได้ทำ Baked Alaska ไว้ก่อน แล้วสามารถทำส่งได้ทัน เพราะอันนี้เป็น อะไร ที่อยากลองค่ะ เหตุผลไม่มีอะไรมาก ก็แค่ไม่เคยทำมาก่อนเท่านั้นเอง ^^ พอได้ลองทำก็เลยรู้สึกสนุกมากๆค่ะ 

Baked Alaska เป็นขนมที่มีส่วนประกอบอยู่ 3 อย่างค่ะ คือ เค้กเนย ไอศครีม และเมอแรงค์ โดยมีจุดสำคัญคือการนำตัวขนมที่คลุมด้วยเมอแรงค์แล้ว ไปอบ หรือ เผาด้วย  blow torch ค่ะ ซึ่งแนะนำว่า วิธีการ เผาด้วย blow torch ดีกว่าการอบนะคะ ค่อนข้างแน่ใจได้ว่า ไอศครีมภายในจะไม่ละลาย ก่อนที่เมอแรงค์จะเป็น สีน้ำตาลสวยค่ะ 
ถึงแม้ว่า จะมีตัวเลือกมากมายนะคะ แต่ในคราวนี้ ปุ๊กทำไอศครีมสูตรเบสิคมากๆค่ะ คือ เป็น ไอศครีมวานิลลาค่ะ ซึ่งก็รสชาติดีมากเลยนะคะ (จริงๆหนังสือเล่มนี้ปุ๊กก็มีนะคะ และยังลองไปหลายสูตรแล้วด้วย เพียงแต่ไม่เคยลองสูตรนี้เลย 555) แต่สูตรที่ทำให้ประทับใจมากๆ น่าจะเป็น สูตรของเค้กค่ะ เรียกว่า ร้อง "Wow" เลยล่ะค่ะ เนื้อนิ่ม ฉ่ำ แล้วก็อร่อยมากทีเดียว เรียกว่าประทับใจสุดๆค่ะ !!!!  ปุ๊กว่า น่าจะมาจากการที่ เราเอาเนยไปต้มให้ ส่วนของนมไหม้ ซึ่งทำให้ ส่วนของน้ำในเนยระเหยไปด้วยค่ะ เนยก็เนยจะคล้ายๆกับช็ตเทนนิ่ง (ช้อตเทนนิ่งไม่มีน้ำเป็นส่วนประกอบค่ะ) ทำให้เค้กเบาฟูขึ้น 

แต่ว่า เค้กจะเนื้อแน่นนะคะ เมื่อนำไปแช่ช่องแช่แข็ง แต่ก้ไม่ได้แย่อะไร เมื่อเราทานรวมกับไอศครีมค่ะ ปุ๊กว่า มันอร่อยดีทีเดียวค่ะ  คราวนี้ เลยขอขอบคุณโฮส คุณ Elissa จากบล็อก 17 and Baking มากๆเลยค่ะ สำหรับสูตรดีๆ 

The August 2010 Daring Bakers’ challenge was hosted by Elissa of 17 and Baking. For the first time, The Daring Bakers partnered with Sugar High Fridays for a co-event and Elissa was the gracious hostess of both. Using the theme of beurre noisette, or browned butter, Elissa chose to challenge Daring Bakers to make a pound cake to be used in either a Baked Alaska or in Ice Cream Petit Fours. The sources for Elissa’s challenge were Gourmet magazine and David Lebovitz’s “The Perfect Scoop”.


Baked Alaska 
Make 8-9 (6 cm mold)



Vanilla Ice Cream

1 cup (250ml) นม (แบบไม่พร่องมันเนย)
เกลือเล็กน้อย
3/4 cup (165g) น้ำตาล
1 vanilla bean, ผ่าครึ่ง หรือ pure vanilla extract  2ช้อนชา
2 cups (500ml)  (approx 35% butterfat) Whipping cream
5 ไข่แดง
1 teaspoon (5ml) pure vanilla extract


1. ต้มนมและเกลือ ในหม้อ จนเริ่มมีไอขึ้น ขูดเม็ดวานิลลา แล้วใส่ลงในหม้อนมพร้อมกับผักวานิลลา ปิดฝา แล้วนำลงจากเตา พักไว้ 1 ชั่วโมง (ถ้าไม่มีเม็ดวานิลลาก็ข้ามขั้นตอนนี้ไปเลยค่ะ) 
2. วางชามผสมขนาด 2 litre เพื่อทำ ice bath วางกระชอนไว้บนชามผสมใบเล็กอีกใบแล้ววางลงไปใน ice bath แล้วใส่ครีมลงไป  
3. ในชามอีกใบ ตีไข่แดงและน้ำตาล อุ่นนมให้ร้อน แล้ว เทลงในส่วนของไข่ ค่อยๆเทลงไปในขณะที่ตีไข่ไปด้วย เมื่อเทส่วนผสมไปประมาณ 1/4 ถ้วยแล้ว ให้เททั้งหมดกลับลงไปในหม้อ 


นำขึ้นตั้งไฟอ่อน โดยคนตลอด จนกระทั่งข้น จนสามารถ ปิดช้อนมิด 
4. กรองส่วนผสมผ่านกระชอนลงในครีม แล้วคนให้เข้ากัน จนเริ่มเย็นใส่ vanilla extract (1 teaspoon [5ml] ถ้าใช้ vanilla beanหรือ 3 teaspoons [15ml] ถ้าไม่ได้ใช้ค่ะ) แล้วพักไว้ให้เย็นจัดในตู้เย็น ประมาณ 1คืน  
5. เอาฝักวานิลลาออก แล้วนำลงปั่นในเครื่อง หรือถ้าไม่มีเครื่องให้ลองทำตามคำแนะนำจาก David Lebovitz ค่ะ

Brown Butter Pound Cake
19 tablespoons (9.5 oz) (275g) เนยจืด
2 cups (200g) แป้งเค้ก ร่อน
1 teaspoon (5g) ผงฟู
1/2 teaspoon (3g) เกลือ
1/2 cup (110g) น้ำตาลทรายแดง (ถ้าตวงแบบถ้วยให้อัดลงในถ้วยค่ะ)
1/3 (75g) cup น้ำตาลทราย
4 ไข่
1/2 teaspoon pure vanilla extract


1. เปิดเตาอบที่ 325°F/160°C  และทาเนย และโรยแป้งลงในพิมพ์สี่เหลี่ยมขนาด  9”x9” (23cmx23cm) 
2. ใส่เนยลงในกระทะขนาด 10” (25cm) แล้วตั้งไฟปานกลาง (ปุ๊กใช้หม้อค่ะ ตามความถนัด 555) ละลายเนย และปล่อยให้ส่วนของนม เริ่มเปลี่ยนเป้น สีน้ำตาลเข้ม เนยจะหอมเหมือนถั่วค่ะ (ตอนนี้ ห้ามละสายตาค่ะ แป๊บเดียวก็ไหม้ได้เลยนะคะ) เทลงในชาม แล้วพักให้เย็น นำเข้าแช่ช่องแช่แข็ง จนเนยเริ่มจับตัวเป็น ก้อนอีกครั้งประมาณ 15-30 นาที


3. ผสมแป้งเค้ก ผงฟู และเกลือเข้าด้วยกัน พักไว้ 
4. ตีเนย น้ำตาลทรายแดง และ น้ำตาลทราย เข้าด้วยกัน จนฟูขาว ประมาณ 2 นาที ใส่วานิลลาเอ็กแทร็ค แล้วใส่ไข่ลงไปทีล่ะฟอง ตีให้เข้ากัน 
5. ใส่แป้งลงไป โดยผสมด้วยเครื่องที่ความเร็วต่ำ จนเข้ากันดี  


6. เทส่วนผสมลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้ ปาดให้เรียบ แล้วเคาะพิมพ์กับเคาเตอร์เล็กน้อย
แล้วจึงนำเข้าอบ ประมาณ 25 นาที หรือจนด้านบนสีทองสวย และเมื่อใช้ไม้จิ้มลงไปไม่มีเศษเค้กติดออกมา 
7. พักในพิมพ์ ประมาณ 10 นาที แล้วใช้มีดแซะด้านข้างของเค้ก แล้วนำออกมาพักบนตระแกรง

Assembly Instructions – Baked Alaska



1. ใช้พลาสติกแร็ปรองในถ้วยขนาด 4นิ้ว (10cm)  4 ใบ โดยให้มีปลายเหลือออกมา แล้วใส่ไอศครีมลงไป แล้วใช้ ปลายพลาสติกที่เหลือปิดลงไป แช่เย็นจนอยู่ตัว 
Note: ปุ๊กใช้ถ้วย pudding ที่เป็นซิลิโคนค่ะ ขนาดจะเล็กกว่าของต้นฉบับ ดังนั้น หากใครทำแบบปุ๊กก็จะได้ขนมประมาณ 8-9 ชิ้น ขึ้นอยู่กับการตัดเค้กค่ะ 



Note:ปุ๊กใช้ที่ตัด ขนาด 6 cm เพื่อตัดเค้กเป็น ฐานค่ะ 


คว่ำไอศครีมลงบนเค้กที่ตัดไว้ หากไม่พอดี ให้ตัดแต่งเล็กน้อยค่ะ 

Meringue (For the Baked Alaska)


8 ไข่ขาว
½ teaspoon (3g) cream of tartar
½ teaspoon (3g) เกลือ
1 cup (220g) น้ำตาล

ตีไข่ขาว เกลือ และ cream of tartar ด้วยความเร็วสูงจนตั้งยอดอ่อน แล้วจึงค่อยๆใส่น้ำตาลลงไป ตีไปเรื่อยจนตั้งยอดแข็ง

บีบเมอแรงค์ลงบนเค้ก (หรือจะใช้ที่ปาด ปาดก็ได้นะคะ) ให้ เมอแรงค์คลุมไอศครีม และเค้กให้ทั่ว นำเข้าแช่ช่องแข็ง ประมาณ 1 ชั่วโมง หรือ 1 วัน 

ใช้ blow torch เผาปลายของเมอแรงค์ หรือ จะนำเข้าอบที่อุณหภูมิ  500°F/260°C ประมาณ 5 นาที หรือจนเมอแรงค์สีทองสวย เสิร์ฟ ทันทีค่ะ 



August 2010 Daring Bakers Challenge #43: Baked Alaska 

Wednesday, August 25, 2010

Triple chocolate cookies: Comfort me with chocolate cookies!


สำหรับปุ๊กแล้ว ปุ๊กสนุกมากเลยนะคะ กับการทำขนมพวกนี้ ไม่ว่าจะเป็น คุกกี้ เค้ก ทาร์ต พาย หรือ อะไรก็ตามที่มันเป็นขนมนี่ล่ะค่ะ บางทีลองนั่งดูเล่นๆว่า โพสอะไรไปแล้วบ้าง ก็อดคิดไม่ได้ว่า อืม เรานี่ทำขนมไปเยอะแล้วเหมือนกันนะ แต่ก็นะคะ ยังคงมีอะไรมากมายค่ะที่อยากทำอยู่ ก็คงต้องทำไปเรื่อยๆอะนะ 555

อย่างคุกกี้นี่ปุ๊กก็ชอบมากเหมือนกันค่ะ เพราะว่ามันทำได้รวดเร็ว ง่ายด้วย และอีกเหตุผลที่สำคัญคือ มันอร่อยดีค่ะ ปุ๊กเองทำแล้วใส่กระป๋องเอาไว้ แล้ววางไว้ ตรงเคาเตอร์ ก็จะมีคนแวะเวียนมาหยิบเรื่อยๆค่ะ ^^ อย่างว่านะคะ คงไม่มีใครเบื่อคุกกี้แบบนี้ใช่ไหมคะ  
คราวนี้ปุ๊กก็ทำคุกกี้ช็อกโกแลตค่ะ  (อิอิ คงไม่ต้องถามใช่ไหมคะ ว่าทำไม 555) โดยเอาสูตรมาจากนิตยสาร BBC Good Food magazine, Issue April 2010 ( เล่มนี้ใช้ไป หลายรอบแล้วค่ะ สูตรนี้เป็นสูตรที่ 3 จากเล่มนี้แล้วค่ะ ) สำหรับคุกกี้สูตรนี้ คงไม่ต้องพูดอะไรมาก เพราะว่ามีแต่ช็อกโกแลตและช็อกโกแลตเท่านั้นค่ะ เริ่มต้น จากการมีช็อกโกแลตในเนื้อคุกกี้ แล้วก็ตามมาด้วยช็อกโกแลต chunk ทั้งแบบไวท์ช็อกโกแลตแล้วก็ช็อกโกแลตธรรมดา

จริงๆคราวนี้ทำให้พี่สาวทานค่ะ (ทั้งๆที่เธอไม่ชอบรสขมของช็อกโกแลตนี่ล่ะค่ะ 555) แต่ก็อยากให้ลองนิคะ เพราะว่า ในสูตรแบบนี้ เรามีทางเลือกว่า อยากจะให้รสชาติของคุกกี้ออกมาเป็น แบบไหน จากชนิดของช็อกโกแลตที่เราเลือกใช้ค่ะ เช่นอย่างปุ๊กเองไม่อยากให้คุกกี้ออกมาขม ดังนั้นปุ๊กก็เลยเลือกที่จะใช้ช็อกโกแลตแบบ 50%ค่ะ แต่ ถ้าใครอยากให้ได้รสชาติของช็อกโกแลตเข้มข้นขึ้น ก็ทำได้ค่ะ โดยการเปลี่ยนชนิดของช็อกโกแลต เช่นใช้เป็น 70 % แทนก็ได้ค่ะ นี่ล่ะค่ะ คือข้อดีของการที่เราทำขนมทานเองที่บ้าน ^^ คือ เราสามารถเลือกได้ ว่าเราอยากจะใส่อะไรลงไป หรือ อยากให้ รสชาติมันเป็นแบบไหน จริงไหมคะ 
คราวนี้ เราเลยมาทำขนมง่ายๆ อุปกรณ์น้อยชิ้น (หลังจากรอบที่แล้วทำงานหนักกัน 555) เพื่อสร้างกลิ่นหอมๆ อบอุ่นให้ ฟุ่งทั่วบ้าน และสร้างความอร่อยที่แสนสุขใจให้กับทุกคนที่ได้ชิมกันเถอะค่ะ  

From: Good Food magazine, issue April 2010


Triple chocolate cookies
Makes 24



100g ..................................... น้ำตาลทรายแดง
100g ..................................... น้ำตาลทรายสีรำ
100g ..................................... เนยจืด นิ่ม
1 ............................................ ไข่
1tsp ....................................... vanilla extract
225g ..................................... แป้งอเนกประสงค์
140g ...................................... Milk chocolate, ละลาย
85g ........................................ White chocolate chip หรือ chunks
85g ........................................ Plain chocolate chip หรือ chunks 

1. เปิดเตาอบ 200 °C. วางกระดาษรองอบ บนถาดอบ 



ตีเนย และน้ำตาลทั้ง 2 ชนิดเข้าด้วยกัน แล้วใส่ไข่ วานิลลา และครึ่งนึงของมิลล์ช็อกโกแลตลงไป ผสมให้เข้ากัน


 ใส่แป้งลงไป ตามด้วย ช็อกโกแลตขาว และ plain chocolate ผสมให้เข้ากัน 
แล้วใช้ที่ตักไอศครีม ตักแบทเทอร์ลงบนถาด.



2. อบประมาณ 8-9 นาที จนกระทั่งเริ่มมีสีน้ำตาลอ่อนๆ แต่ยังนิ่มอยู่ คุกกี้จะคงตัวขึ้นเมื่อเย็นลง
นำไปพักไว้ บนตะแกรง แล้วราดด้วยมิลล์ช็อกโกแลตที่เหลืออยู่ 


Triple chocolate cookies: Comfort me with chocolate cookies!

Monday, August 23, 2010

Raspberry Mousse Cake:Give it a try, why don't you make it today?

ปุ๊กว่า หลายๆคน คงคิดว่าเค้กแบบนี้คงทำยากใช่ไหมคะ แต่ถ้าปุ๊กจะพูดว่า มันไม่ได้ยากเท่าที่คิด จะเชื่อกันไหมเอ่ย เรียกว่าง่ายเลยด้วยซ้ำถ้าอยากจะทำกันจริงๆ 
ว่าไปแล้ว เค้กแบบนี้มันคือ การรวมกันของส่วนประกอบที่เป็นเบสิคหลายๆอย่างค่ะ เช่น เค้กฟองน้ำ (คราวนี้เป็นอีกประเภทหนึ่ง ที่เรียกว่า  Joconde ก็จะมีวิธีทำคล้ายๆกับเค้กฟองน้ำทั่วไป แต่จะมีส่วนประกอบของอัลมอนด์ด้วยค่ะ),มูส แล้วก็ไซรัปค่ะ ดังนั้น หากเราสามารถ ทำส่วนประกอบทุกอย่างได้ เราก็จะสามารถทำเค้กแบบนี้ได้เช่นกันค่ะ (อิอิ เอาไว้ทำโชว์ได้เลยนะคะ) 


ปุ๊กเองพูดไปก็ไม่ได้เก่งอะไรหรอกค่ะ แต่ก็ชอบที่จะทำ แล้วก้ฝึกทำไปเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งเพราะยังไม่มีโอกาสได้ไปเรียนแบบจริงจัง (ก็นะ ยังต้องทำงานค่ะ ต้องยอมรับว่า บางทีคนเราก็ไม่ได้ทุกอย่างที่ตัวเองต้องการใช่ไหม TT) ดังนั้น การทำขนมที่บ้านจึงเป็นทั้งการฝึกฝน (แบบว่า ไม่ได้มีเป้าหมายอะไรมากค่ะ แค่อยากทำเป็น แล้วก็ทำได้ดีเท่านั้นเอง 555) แล้วก็เป็นการ fulfill passionของตัวเองค่ะ 


จริงๆก็แค่อยากจะพูดว่า อย่ากลัวเลยค่ะ ที่จะลองทำอะไร เพราะไม่มีอะไรยาก ถ้า เราตั้งใจจะทำมันค่ะ 
คราวนี้ปุ๊กก็เลยลองทำเค้กมูส น่ารักๆ ที่ปุ๊กได้สูตรมาจากหนังสือ 京都の洋菓子教室「ラ・プティ・シェリー」の パリのケーキと人気の焼き菓子 โดย Kanae Kobayashi ซึ่งตอนนี้ ปุ๊กเริ่มเก็บหนังสือของเธอค่ะ เพราะว่ามันทั้งน่ารักแล้วก็สวยด้วยค่ะ ตอนแรกๆหนังสือของเธอจะเกี่ยวกับมาคารองซะส่วนใหญ่ค่ะ ตอนนี้ เริ่มจะเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับ French traditional dessert ที่เธอจะใส่ส่วนที่เธอคิดเองลงไปบ้าง ซึ่งเธอก็ทำออกมาได้สวยงามน่ารักค่ะ (ปุ๊กว่ามันดู lighter กว่าสูตรแบบดั้งเดิมนะคะ) 
เช่นมูสเค้กสูตรนี้ ซึ่งมีส่วนประกอบเป็น  Italian meringue ที่ทำให้มูส เบาขึ้น ทั้งในเรื่องของ รสชาติ และเนื้อสัมผัสด้วยค่ะ ซึ่งปุ๊กคิดว่า ถ้าใครไม่เคยลองทำ อิตาเลี่ยนเมอแรงค์มาก่อน จะเริ่มต้นโดยการ ลองทำจากสูตรนี้ ก็ดีนะคะ  ^^ เพราะว่า หากทำได้แล้ว ก็จะทำขนมหน้าตาน่ารักๆได้อีกหลายสูตรค่ะ เพราะ มีสูตรขนมอีกหลายสูตร ที่ใช้ อิตาเลี่ยน เมอแรงค์ เป็น เบสค่ะ  
สำหรับ apricot glaze จะกรอง แยมapricot jam แทนก็ได้นะคะ เพียง แต่สีที่ได้ อาจจะเข้มกว่านี้นิดหน่อยค่ะ 
ปุ๊กว่า มูสรสชาติดีนะคะ เบา แล้วก็ไม่หวานเลี่ยน ส่วนตัว Joconde biscuit ก็ออกมาดีค่ะ ไม่แห้งเหมือนกับเค้กฟองน้ำทั่วไป และเข้ากันดีกับมูสด้วยค่ะ  
คราวนี้ ปุ๊กพยายามชวนเต็มที่แล้ว มีใครตกหลุมพลางปุ๊กบ้างยังคะ 555
มาลองทำเค้กแบบนี้ด้วยกันนะคะ ปุ๊กว่า หลายๆคน จะพบว่า มันง่ายกว่าที่คิดไว้ค่ะ ลองเชื่อปุ๊กดูสักครั้งเนาะ  

Mousse aux Framboises
Make one (15cm cake)


Biscuit Joconde
3 ...................................... ไข่ขาว
60g ................................. น้ำตาล
50g ................................. Almond powder
50g ................................. Icing sugar
1 ...................................... ไข่
3 ...................................... ไข่แดง
45g .................................. แป้งเค้ก
-Pâte à decor
   20g ................................. เนยจืด นิ่ม
   20g ................................. Icing sugar
   15g .................................. ไข่ขาว
   20g ................................. แป้งเค้ก
   ......................................... สีผสมอาหาร สีแดง

Meringue Italienne
50g ................................. ไข่ขาว
100g ............................... น้ำตาล
20cc ................................ น้ำ

Mousse au Framboise 
100g ............................... Raspberry puree
3g .................................... เจลาติน
80g ................................. Meringue Italienne
60cc ................................ Whipping cream

Simple syrup

50cc ................................  น้ำตาล
50g .................................. น้ำ


Kirsch Syrup
50cc ................................ Simple syrup
20cc ................................ เหล้าKirsch

Filling
6 ...................................... ราสเบอรี่ ลูกเล็ก  

Nappage neutre
50g ................................. Nappage neutre (ปุ๊กใช้ apricot glazeค่ะ)
20cc ............................... น้ำ

Topping
......................................... สตรอเบอรี่ และราสเบอรี่


Make the Biscuit Joconde:

เปิดเตาอบที่ 200 °C.
วางกระดาษรองอบ ลงในพิมพ์ขนาด  30x30cm 
ผสม อัลมอนด์บด และน้ำตาลไอซิ่งเข้าด้วยกัน พักไว้
ร่อนแป้ง พักไว้ 

Make the pâte à decor:


ตีส่วนผสมสำหรับแป้งที่ใช้ตกแต่งเข้าด้วยกัน แล้วใส่ลงใน กรวยกระดาษ แล้วบีบเป็นจุดเล็กๆให้ทั่วพิมพ์ 


ตีไข่ขาวจนตั้งยอดอ่อน ใส่ครึ่งนึงของน้ำตาลลงไป (ค่อยๆใส่จนหมด) แล้วตีจนตั้งยอดแข็ง 


ตีไข่แดง, ไข่ทั้งฟอง และอัลมอนด์บด และน้ำตาลไอซิ่งเข้าด้วยกันจนขาวข้น 
ใส่ 1/3ของเมอแรงค์ลงไป แล้วตะล่อมให้พอเข้ากัน ใส่ครึ่งนึงของแป้งลงไป ตะล่อมให้พอเข้ากัน ใส่ครึ่งนึงของเมอแรงค์ที่เหลือ พร้อมกับแป้งที่เหลือ ตะล่อมให้พอเข้ากัน แล้วใส่ เมอแรงค์ที่เหลืออยู่ 


ตะล่อมให้เข้ากันดี 


เทลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้ แล้วนำเข้าอบ ประมาณ 10 นาทีหรือจนสีทองสวย 
ลอกกระดาษออก แล้วพักให้เย็นสนิท
เมื่อเย็นแล้ว ตัดเป็น เส้นขนาด 4 เซ็นติเมตร2 เส้น และ วงกลมขนาด 12 เซนติเมตร 1 ชิ้น 

วางลงในพิมพ์กลม ขนาด 15เซนติเมตร 

Make the Simple syrup:


ใส่น้ำและน้ำตาลลงในหม้อ แล้วนำขึ้นตั้งไฟจนเดือด แล้วพักให้เย็น 

Make the Italian meringue:

ใส่น้ำตาลและน้ำลงในหม้อ น้ำขึ้นตั้งไฟปานกลาง
เมื่อน้ำเชื่อมอุณหภูมิประมาณ 100°C, ให้เริ่มตีไข่ขาว
เมื่อน้ำเชื่อมร้อนถึง  117°C เทลงใส่ไข่ขาว เป็นสายและตีไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเมอแรงค์เย็น 


Make the raspberry mousse:


Bloom เจลาติน โดยแช่ลงในน้ำประมาณ 3-5 นาที
ใส่ ราสเบอรี่บด 50 กรัมลงใน ถ้วยที่เข้าไมโครเวฟได้ แล้วเปิดเครื่อง 30 วินาที ถึง 1 นาที (แล้วแต่เครื่อง) จนร้อน แล้วใส่เจลาตินลงไป คนให้ละลาย



ตี whipping cream จนกระทั่งตั้งยอดอ่อน  


ผสมราสเบอรี่บดและ อิตาเลี่ยนเมอแรงค์ เข้าด้วยกัน แล้วเททั้งหมดลงใน วิปปิ้งครีม ตะล่อมให้เข้ากัน 

ผสมsimple syrup 50 cc และ Kirsch เข้าด้วยกัน แล้วพรมให้ทั่วเค้ก 
ใส่ครึ่งนึงของมูสลงไป แล้ววางราสเบอรี่ลงไป แล้วเทมูสที่เหลือลงไป 
เกลี่ยให้เรียบ แล้วพักไว้ในตู้เย็น 12 ชั่วโมง
ผสมกลาสและน้ำเข้าด้วยกัน แล้วอุ่นให้ละลาย แล้วเทลงบนหน้าเค้กพักในตู้เย็น 1 ชั่วโมง 

ตกแต่งด้วยสตรอเบอรี่ และราสเบอรี่ ก่อนเสิร์ฟ 



Raspberry Mousse Cake:Give it a try, 
why don't you make it today?

Printfriendly

LinkWithin

Related Posts with Thumbnails