วันนี้เอาเค้กมาฝากค่ะ
Friday, March 27, 2026
Saturday, March 7, 2026
Finally, we've arrived in Manchester!
ในที่สุดก็เดินทางมาถึงแมนเชสเตอร์แล้วค่ะ
มาถึงตอนเย็นแล้ว อย่างแรกที่ทำก็คงจะต้องเป็นการกินอาหารเย็นค่ะ เรามีนัดกับญาติของพี่เขย เราเลยต้องไปหาซื้อของฝากเล็กๆ น้อยๆ ก่อน อันนี้เป็นเหมือนกับวัฒนะธรรมของคนที่นี่นะคะ ว่าถ้าจะไปเจอใครเราก็จะมีของฝากเล็กๆ น้อยๆ จะเป็นดอกไม้ หรือของกินก็ดีค่ะ
เย็นนี้เรากินอาหารจีนที่ Chinatown
Chinatown ของ Manchester เป็น 1 ใน 6 แห่งอังกฤษ โดยโดยซุ้มประตูสีแดงทองที่ทางเข้า Chinatown ถือว่าเป็นหนึ่งในซุ้มประตูจีนที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปด้วย
โดยส่วนตัว การกินอาหารจีนที่อังกฤษเป็นความสุขอย่างนึงของปุ๊กเลย เพราะอาหารจีนที่นี่อร่อยมาก
อิ่มอร่อยแล้วพรุ่งนี้เราจะมีเวลาครึ่งวันในการเที่ยวแมนเชสเตอร์ค่ะ
วันนี้เรากินอาหารเช้าง่ายๆ ที่โรงแรม ส่วนใหญ่เมนูก็จะเป็นพวกอาหารเช้าแบบอังกฤษนะคะ
เช้านี้เราไปที่ Manchester Cathedral มหาวิหารเก่าแก่ใจกลางเมืองแมนเชสเตอร์ กันก่อนเลยค่ะ
ด้านหน้าทางเข้าที่บริเวณ Cathedral Yard มีรูปปั้นของมหาตมะ คานธีอยู่ด้วย
รูปปั้นนี้ถูกตั้งขึ้นในปี 2019 เพื่อฉลองครบรอบ 150 ปีวันเกิดของมหาตมะ คานธี ผู้นำการต่อสู้แบบไม่ใช้ความรุนแรงของอินเดีย โดยรูปปั้นนี้เป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพและความหลากหลายค่ะ
เข้าไปดูในโบสถ์กันค่ะ
โบสถ์นี้มีอายุย้อนไปกว่า 600 ปี เดิมทีเป็นเพียงโบสถ์เล็กๆ ก่อนจะได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิหารในปี ค.ศ. 1847
หากมองขึ้นไปด้านบน จะเห็น เพดานไม้แกะสลักแบบยุคกลาง ลวดลายเทวดาและนักบุญที่เราเห็นนั้น ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ถือเป็นหนึ่งในเพดานไม้ที่สวยที่สุดในอังกฤษ
ถ้ามีเวลาลองนั่งเงียบๆ เพื่อสัมผัสบรรยากาศภายในเต็มไปด้วย ประวัติศาสตร์ และความทรงจำของเมือง
เพราะมหาวิหารแห่งนี้เคยผ่านเหตุการณ์สำคัญมากมาย ทั้งสงครามโลกครั้งที่สอง และเหตุระเบิดในปี 1996 แต่ทุกครั้งก็ได้รับการบูรณะ จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเข้มแข็งของชาวแมนเชสเตอร์
ก่อนออกจากที่นี่ก็มีเหตุเล็กน้อยค่ะเพราะเดินถ่ายรูปเพลินจนหมวกหล่นแบบไม่รู้ตัวเลย 555 ยังดีที่ทางผู้ดูแลของโบสถ์เก็บไว้ให้
มาที่แมนเชสเตอร์ เราจะเห็นผึ้งอยู่หลายที่เลยนะคะ ผึ้งเป็นสัญลักษณ์ประจำเมือง Manchester ค่ะ
เพราะเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมสิ่งทอของโลกตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 เริ่มแรกจึงเป็นสัญลักษณ์ของ ผึ้งงาน “ความขยัน ความสามัคคีและพลังของชนชั้นแรงงาน”
แต่ความหมายของผึ้งลึกขึ้นในปี 2017 หลังเหตุการณ์ที่ Manchester Arena
ผู้คนทั่วเมืองใช้รูปผึ้ง เพื่อแสดงความรักและความเป็นหนึ่งเดียว” เพื่อแสดงถึงความเข้มแข็งของ Manchester ค่ะ
โดยเราจะเห็นผึ้งอยู่ทั่วไป ใครมีโอกาสมาที่นี่ก็ลองสังเกตุดูนะคะ เราจะผึ้งถูกซ่อนไว้ทั่วเมืองเลย
เพราะเวลาเรามีไม่มากนักอีกที่ ปุ๊กเลือกไป John Rylands Library ค่ะ
หนึ่งในหอสมุดที่สวยและมีความลับมากที่สุดของเมืองแมนเชสเตอร์
ที่นี่ไม่ใช่แค่หอสมุดธรรมดา แต่เป็นอนุสรณ์ที่สร้างขึ้นโดย Enriqueta Rylands เพื่อระลึกถึงสามีผู้ล่วงลับ
John Rylands นักอุตสาหกรรมผู้ยิ่งใหญ่ในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม
โดยที่นี่เปิดให้คนทั่วไปเข้าชมครั้งแรกในปี 1900 และตอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของ University of Manchester
สไตล์สถาปัตยกรรมแบบ Victorian Neo-Gothic ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในฉากจากภาพยนตร์แฟนตาซี
สิ่งที่ทำให้ John Rylands โดดเด่นระดับโลก คือคอลเลกชันหายากและสำคัญทางประวัติศาสตร์
ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนพระวรสารเก่าแก่ที่สุดในโลก — อายุเกือบ 2,000 ปี
รวมถึงต้นฉบับและเอกสารสำคัญจากนักคิดชื่อดังอย่าง Isaac Newton ที่ไม่ได้มีแค่ฟิสิกส์ แต่ยังรวมถึงงานเกี่ยวกับเคมีและปรัชญา
รวมถึงงานเขียนจากยุคกลาง ข้อความ Gnostic เก่าแก่ และแผนที่โบราณที่เคยถูกใช้กำหนดโลกในอดีต
ในวันที่เราไป ที่หอสมุดมีการจัดแสดงการพิมพ์หนังสือโดยการใช้บล็อกแบบโบราณให้ดูด้วย
บรรยากาศภายในที่ดูสวยและสงบแบบนี้ น่ามานั่งอ่านหนังสือมากๆ ค่ะ โดยในห้องอ่านหนังสือหลัก (Historic Reading Room)
ที่มีเพดานโค้งสูงแบบ Gothic กระจกสี (stained glass) โต๊ะไม้ยาว และแสงธรรมชาติที่สวยมากจนหลายคนบอกว่าเหมือนอยู่ใน Hogwarts เลย คนที่ชอบบรรยากาศขลังๆ ที่เหมือนอยู่ในโลกยุคเก่า แบบนี้ แนะนำมากค่ะ
เวลาที่เหลือก่อนออกเดินทาง ปุ๊กก็เลยได้โอกาวแวะไปชิมกาแฟสักหน่อยค่ะ เป็นร้านที่มองไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ที่ร้าน 200 Degrees Coffee Shop & Barista School (75 Mosley St, Manchester M2 3HR, United Kingdom)
กาแฟอร่อยแบบเข้มๆ ค่ะ แต่ที่ชอบที่สุดคือเครื่องคั่วกาแฟเครื่องใหญ่ที่ตั้งโชว์อยู่หน้าร้านมากๆ
เตรียมตัวจะออกจากแมนเชสเตอร์แล้วค่ะ แต่ก่อนออกเราก็แวะไปซื้อของฝากที่ MS เพราะเราจะไปที่บ้านญาติของเรา ไว้เจอกันครั้งหน้าที่ Carlisle และ Lake district




























