Saturday, August 9, 2008

Apple and Toffee Muffins: They are good for everyone

ใครๆก็มีของที่ตัวเองชอบเป็นพิเศษนะคะ ปุ๊กชอบขนมอบที่ใส่แอปเปิลลงไปด้วยมากๆค่ะ เพราะรสชาติที่หวานๆของแอปเปิลอบนี่ถูกใจจริงๆค่ะ แต่ก็มีปัญหาเล็กน้อยค่ะ เพราะสูตรส่วนใหญ่จะต้องมี อบเชยด้วย ซึ่งลูกค้าคนสำคัญของปุ๊ก (คุณพี่สาวสุดสวยที่อยู่ด้วยกันนี่ล่ะ) ไม่ชอบอบเชยนะสิ ดังนั้นเวลาที่ทำขนมอะไร ก็ต้องสัญญาว่าจะไม่ใส่ (บางทีแอบใส่ นิดๆ เธอก็จับได้ค่ะ จมูกดีชะมัดเลย) แต่มัฟฟินสูตรนี้ผ่านกฎของเธอได้ ก็เพราะว่ามันมีของโปรดของเธอเหมือนกันนะสิ ก็ ทอฟฟี่คาราเมลนี่ล่ะค่ะ (จะใช้ของ ยี่ห่อไหนก็ได้ค่ะ เอาแบบที่ชอบ – แต่ของปุ๊กอันนี้ทำเองค่ะ) ดังนั้นสูตรนี้ก็เลยลงตัว มีความสุขกันได้ทั้งสองคนค่ะ

From: James Martin - Desserts by James Martin


Apple and toffee muffins

ทำได้ 12 ชิ้น



2

ไข่

80g

น้ำตาลทราย

240ml

นม

100g

เนยจืด, ละลาย

300g

แป้งอเนกประสงค์

2 tsp

ผงฟู

½ tsp

เกลือ

อบเชยนิดหน่อย

2 ลูก

แอปเปิล ปอกแล้วสับเป็นชิ้นเล็ก

50g

คาราเมลทอฟฟี่ ทุบเป็นชิ้นเล็ก

เปิดเตาอบที่ 19O°C 375°F เอาถ้วยกระดาษวางรองไว้ในพิมพ์มัฟฟิน



ร่อนแป้ง ผงฟู เกลือ และอบเชยเข้าด้วยกัน ใส่ลงในชามใบใหญ่ ใส่แอปเปิลลงในส่วนของแป้งคลุกให้เข้ากัน พักไว้

ผสม ไข่ น้ำตาล นม และเนยละลายเข้าด้วยกัน แล้วเทลงในส่วนของแป้ง ผสมให้พอเข้ากัน


ตักส่วนผสมลงในถ้วย แล้วโรยด้วย ทอฟฟี่ แล้วตักส่วนผสมทับลงด้านบน


นำเข้าอบประมาณ 30-35 นาที หรือจนเป็นสีทองสวย

แล้วนำออกมาพักบนตะแกรง

Thursday, August 7, 2008

Very Strawberry Cup Cake: this one can be called strawberry cup cake!

เมื่อเดือนที่แล้วตอนที่ไปตรวจที่โรงพยาบาล ระหว่างรอมีโอกาสได้ทานเค้กที่ร้านในนั้นค่ะ เป็นสตรอเบอรี่ คัพเค้ก แต่ทานแล้ว มันไม่เห็นเหมือนเค้กสตรอเบอรี่เลย คือรสชาติและกลิ่นของสตรอเบอรี่มันน้อยมากเลยค่ะ ก็เลยเริ่มคิดว่าถ้าเป็นเรา เราจะทำแบบไหนให้มันออกมาเป็นเค้กสตรอเบอรี่ ที่รสชาติของตรอเบอรี่เต็มเปี่ยม (แบบเก็บเอาไปฝันเลยนะคะ อยากทำมากๆๆ)แล้ววันนี้ก็ได้ออกมาเป็นคัพเค้กสูตรนี้ล่ะค่ะ เบสของสูตรตัวเค้กเอามาจาก Yellow butter cake (จากหนังสือ CakeLove: How to Bake Cakes from Scratch โดย Warren Brown) จากบล็อกbake-aholic ของก้อยนะคะ แล้วก้อยยังใจดีแถมสูตร Italian meringue buttercream มาให้ด้วยสิ ปุ๊กก็เลยใส่ สตรอเบอรี่ลงในเค้ก เพื่อให้รสชาติของเค้กเด่นชัดขึ้นมาค่ะ (เค้กเนื้อนี้อร่อยมากค่ะ เบานุ่มดี) แล้วก็ใส่ Strawberry buttercream เพิ่มเข้าไป

ในที่สุดก็ได้ สตรอเบอรี่คัพเค้กแล้วค่ะ ปุ๊กว่าแบบนี้สิถึงจะเรียกได้ว่า Strawberry cup cake ของจริง


Very Strawberry Cup Cake

Makes about 12 cupcakes


ของแห้ง


100 g

แป้งอเนกประสงค์

30 g

แป้งมันฝรั่ง

¾ tsp.

ผงฟู

½ tsp.

เกลือ



ของเหลว


½ cup

Half-and- half

2 tsp

Vanilla extract



ครีม


85 g

เนยจืด

200 g

น้ำตาลทรายละเอียด

2

ไข่ฟองใหญ่



150 g

สตรอเบอรี่ ตัดเป็นชิ้น สี่เหลื่ยมเล็กๆ



1. เปิดเตาอบที่ 350°F หรือ 180°C เตรียมพิมพ์มัฟฟินไว้ โดยใช้ถ้วยกระดาษวางในพิมพ์

2. ร่อนแป้งแล้วชั่ง จากนั้นใส่ผงฟูและเกลือลงไป คนด้วยตะกร้อมือประมาณ 10 วินาที ผสมวานิลลาเอ็กซ์แทรคท์ ลงใน half-half

3. ตีเนยและน้ำตาลด้วยความเร็วต่ำสุด ประมาณ 3 -5 นาที่ จนได้ส่วนผสมที่ฟูขาว

4. จากนั้นเปิดเครื่องตีต่อไปเรื่อย ๆ ยังคงใช้ความเร็วต่ำสุดอยู่ ทะยอยใส่ไข่ไก่ลงไปทีละฟอง โดยให้ส่วนผสมเข้ากันดีก่อนใส่ฟองต่อไป


5. ใส่แป้งและของเหลวลงในส่วนผสมที่ได้ โดยแบ่งแป้งใส่ 3 ครั้ง ของเหลว 2 ครั้ง เริ่มที่แป้งและจบที่แป้ง โดยใส่สตรอเบอรี่ ลงไปพร้อมกับการใส่แป้งรอบสุดท้าย ขั้นตอนนี้ควรใช้เวลาไม่เกิน 60 วินาที

6.เทส่วนส่วนผสมลงในพิมพ์ที่เตรียม และนำเข้าอบประมาณ 22 นาที


Strawberry Puree

170 g

สตรอเบอรี่แช่แข็ง

45 g

น้ำตาล




1. ละลายสตรอเบอรี่ (ไม่ต้องทิ้งน้ำนะคะ)

2. ผสมสตรอเบอรี่ กับน้ำตาลลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟอ่อน เมื่อเดือดเบาๆ นำลงจากเตาทันที


3. เทส่วนผสมผ่านกระชอน โดยใช้พายยางกดส่วนผสมลงไป ระวังอย่าให้เมล็ดผ่านออกมา

4. ใช้พายยางกวาดด้านล่างของกระชอน

5. พักไว้ เพื่อรอบัตเตอร์ครีม

Italian Meringue Buttercream

75 g

ไข่ขาว

140 g

น้ำตาล

1/8 cup

น้ำ

225 g

เนยจืด (นิ่ม แต่ไม่เละ)


ทำ sugar syrup, ใส่ candy thermometer (เทอร์โมมิเตอร์สำหรับวัดน้ำตาล) ลงในหม้อ ใส่น้ำ และน้ำตาล 120 กรัม ลงในหม้อ แล้วนำขึ้นตั้งไฟปานกลาง (ใช้ฝาปิดไว้นิดๆ จะช่วยให้ไม่มีเกล็ดน้ำตาลขึ้นด้านข้างค่ะ)

ตีไข่ขาวโดยใช้ความเร็วสูง จนตั้งยอดแข็ง แล้วค่อยๆใส่น้ำตาลที่เหลือลงไป โดยยังตีที่ความเร็วสูงอยู่

เมื่อ sugar syrup มีอุณหภูมิ 245°F เทลงในเมอแรงค์อย่างช้าๆ

ตีต่อไปอีก 1-2 นาที แล้วลดความเร็วเป็นปานกลาง ตีต่อไปอีก 3-4 นาที หรือจนกระทั่งเมอแรงค์เย็นลง

ค่อยๆใส่เนยลงไปครั้งละประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ตีด้วยความเร็วสูงประมาณ 1-2 นาที หรือจนกระทั่งเข้ากันดี


Strawberry Butter cream



ตีบัตเตอร์ครีม และ สตรอเบอรี่บดเข้าด้วยกัน

คราวนี้เราก็ได้ส่วนผสมพร้อมสำหรับการทำขนมเค้กอร่อยๆแล้วค่ะ ตกแต่งตามใจได้เลยค่ะ

Tuesday, August 5, 2008

LENOX ALMOND BISCOTTI: FROM BAKING FROM MY HOME TO YOURS

อาทิตย์ที่แล้วทำขนมเยอะมากเลยค่ะ แต่ออกมายังไม่ประทับใจเท่าไหร่ (ว่าไปส่วนหนึ่งเป็นเพราะตัวปุ๊กเองด้วย, คืออยากทำมากไปค่ะ เลยอ่านสูตรไม่ละเอียดก็มี ออกมาไม่ค่อยอร่อยค่ะ) ก็เลยรู้สึกเบื่อๆ แล้วก็เหนื่อยๆด้วย แต่ทุกคนก็คงรู้นะ ว่าปุ๊กหยุดทำขนมไม่ได้หรอกค่ะ ดังนั้นก็เลยต้องหันไปพึ่งคนที่เราไว้ใจได้ค่ะ ก็คือ Dorie Greenspan นี่เองค่ะ พร้อมกับหวังว่าเธอจะไม่ทำให้เราผิดหวังนะคะ สูตรนี้ปุ๊กอยากลองทำมานานแล้วค่ะ แต่นิสัยเป็นแบบนี้ตลอดคือ เวลามีหนังสือเล่มใหม่ๆก็อยากลอง (แล้วก็มีหนังสือใหม่เกือบทุกอาทิตย์ด้วยสิ) ก็เลยกลายเป็นสูตรนี้ถูกดองมาเกือบปีแล้วค่ะ ปุ๊กชอบทาน biscotti มากเลยค่ะแล้วก็ลองมาหลายสูตรแล้ว บอกได้เลยว่าสูตรนี้ถูกใจมากๆ ดังนั้นหลังจากลองมาหลายสูตร แล้วไม่ได้ดังใจ บิสกอตติสูตรนี้ทำให้รุ้สึกดีได้จริงๆ เอ้อแล้วอีกอย่าง สูตรนี้อร่อยมากเลยด้วยสิคะ

From: Baking: From My Home to Yours By Dorie Greenspan


LENOX ALMOND BISCOTTI: FROM BAKING FROM MY HOME TO YOURS

ทำได้ประมาณ 30 ชิ้น



1½ cups

แป้งอเนกประสงค์

1½ teaspoons

ผงฟู

¼ teaspoon

เกลือ

½ cup

yellow cornmeal

½ cup

เนยจืด

1 cup

น้ำตาลทราย

2

ไข่

1½ teaspoons

vanilla extract

¾ cup

sliced almonds (สไลด์ อัลมอนด์)

เปิดเตาอบที่ 350° F. วางกระดาษรองอบไว้บนถาดอบ


ใช้ตะกร้อมือคนแป้ง ผงฟู และเกลือเข้าด้วยกัน ใส่ Cornmeal แล้วคนอีกทีให้เข้ากัน

ตีเนยและน้ำตาลให้เข้ากันด้วยเครื่องโดยใช้หัวตีใบพัด (ใช้เวลาประมาณ 3 นาทีความเร็วปานกลาง) จนเนียน ใส่ไข่แล้วตีให้เข้ากัน หรือจนส่วนผสมเนียน และสีอ่อนลง ใส่ vanilla extract แล้วลดความเร็วลงใส่ส่วนของแป้งลงไป ผสมจนพอเข้ากัน

ใช้พายปาดขอบชาม แล้วใส่สไลด์ อัลมอนด์ ลงไป คนให้เข้ากัน

แบ่งโดเป็นสองส่วน แล้วเกลี่ยแต่ละส่วนลงในถาดให้เป็นชิ้นขนาด 12 นิ้วกว้าง1½ นิ้ว (เว้นช่องว่างตรงกลาง ป้องกันคุกกี้ไหลรวมกัน)

นำเข้าอบ 15 นาที หรือจนเป็นสีเหลืองทองอ่อนๆ แต่ยังนิ่มเล้กน้อยเมื่อใช้นิ้วกดเบาๆ

พักไว้ (โดยยังวางไว้บนถาด) 30 นาที


แล้วเปิดเตาอบที่ 350° F. อีกครั้ง (ถ้าปิดไปแล้วนะคะ)

ใช้มีดตัด ให้เป็นชิ้นขนาด ¾ นิ้ว แล้วนำกลับไปไว้ในถาด นำเข้าอบอีกรอบ ประมาณ 15 นาที หรือจนกระทั่งสีทองสวย และอยู่ตัว นำออกมาพักไว้บนตะแกรงพัก

Printfriendly