Monday, March 8, 2010

Quicky Sticky Biscuits: Let's fill your day with this gooey, and comfort biscuits!



ชีวิตเต็มไปด้วยความวุ่นวายนะคะ (คือปุ๊กไม่ได้มีปัญหาอะไรค่ะ , ^ ^ แค่บางทีรู้สึกเหนื่อยๆ นิดหน่อยค่ะ) บางครั้งการได้ทานอาหารหรือ ขนมที่ทำให้เรารู้สึกดี ก็ทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้นได้มากเลยค่ะ เพราะอาหารพวกนี้ ไม่ใช่แค่เพียงอิ่มท้อง แต่ทำให้ เรารู้สึกสบายใจ และกลับมายิ้มได้อีกครั้งด้วยนะคะ



มีอาหร หลายอย่างนะคะ ที่ทำให้เรารู้สึกแบบนี้ได้ สำหรับปุ๊กส่วนใหญ่ก็เป็นอาหาร หรือขนมที่นุ่มๆค่ะ  sticky buns นี่ก็เป็น อย่างนึงค่ะ ที่ชอบมาก เพราะนุ่มๆ เหนียวๆ หวาน หอม อืม เรียกว่า ทานแล้วรู่สึกดีจริงๆเลยค่ะ  
จริงๆคือ อยากทานมากๆเลยค่ะ (นี่เป็นเหตุผลที่ทำอะนะ 5555) แต่ว่า กว่า จะทำได้ ถ้าเป็น แบบขนมปังนี่ มันใช้เวลา แล้วก็ทำให้รู้สึกเหนื่อยเกิน คือ กว่าจะรู้สึกดี ก็สลบไปแล้วค่ะ 
ปุ๊กก็เลยลองหาสูตร ที่มันทั้ง อร่อย ง่าย แล้วก็ทำให้เรารู้สึกดีค่ะ (ตอนนี้ รู้สึกอยากได้ความรู้สึกแบบนั้นนะคะ) สุดท้าย ก็มาเจอสูตรนี้ค่ะ ซึ่งมาจากหนังสือ  Sticky, Chewy, Messy, Gooey: Desserts for the Serious Sweet Tooth  โดย Jill O'Connor และ Leigh Beisch (เคยเอามาลงแล้วรอบนึงค่ะ ลองคลิกไปดูได้ ที่นี่ค่ะ) ส่วนผสมก็ไม่มาก และวิธีทำก็ง่ายแสนง่าย เรียกว่า ทำเสร็จได้ โดยใช้เวลาไม่มากเลยค่ะ แล้ว ผลนะเหรอคะ อร่อยมากกกกกกก (5555 ชมตัวเองยัน) แต่แหม เวลาที่ได้เจอสูตรแบบนี้ ก็ต้องรู้สึกดีเป็น ธรรมดาใช่ไหมคะ เพราะมัน อร่อยแบบเต็มที่ (ริซจากเนย แล้วก็นิ่มเชียวค่ะ) แต่ เพราะเป็น การทำแป้งแบบบิสกิต มันถึงได้ง่าย แล้วก็รวดเร็วขนาดนี้นะคะ   

ท๊อปปิ้งก็อร่อยนะคะ ทั้งหวาน เหนียว (คือ ยืดๆ เยิ้มๆ อืมแต่มีถั่วกรุบๆ มาตัดเล็กน้อย น่าอร่อยไหมล่ะคะ) งั้นใครที่อยากรู้สึกดี ก็มาเลยค่ะ มาลองทำเลย เพียงแค่ ชั่วโมงเดียวทั้งบ้านก็จะหอมฟุ้งไปด้วยกลิ่นอบเชย และคาราเมล ที่ทำให้รู้สึกดีเหลือเกินค่ะ แล้วเมื่อได้ทานสักชิ้น พร้อมกับเครื่องดื่มที่เราชอบ อืมมมมมม วันอันแสนสงบสุข และรู้สึกดีๆ ก็กลับมาอีกครั้งค่ะ  



Quicky Sticky Biscuits
Makes 9


FOR THE STICKY PECAN SAUCE
120g ............................... น้ำตาลทรายแดง
¼ C  ............................... CORN SYRUP
85g   ............................... เนยจืด
85g  ................................ ถั่ววอลนัต หรือ พีแคน อบพอหอม 

FOR THE BISCUITS,
280g  .............................. แป้งอเนกประสงค์
1tbsp .............................. ผงฟู
¼ tsp ............................. เบกกิ้งโซดา
¾ tsp ............................. เกลือ
115g  .............................. เนยจืด ตัดเป็นชิ้น แล้วนำไปแช่ช่องฟรีส
¾ -1C ............................ บัตเตอร์มิลล์ เย็น

FOR THE TOPPING
50g ................................ น้ำตาลทราย
½ tsp ............................ อบเชยป่น
60g  ............................... เนยจืด ละลาย



เปิดเตาอบที่ 425F. 
ทาเนยที่พิมพ์สี่เหลี่ยม ขนาด  8 นิ้ว 


TO MAKE THE SAUCE: ผสมน้ำตาลทรายแดง, corn syrup, และเนย ลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟอ่อน เมื่อเนยละลาย เริ่งไฟ เพื่อให้ส่วนผสมทั้งหมดเดือด ต้มต่อไปอีกสัก 3- 5 นาที จนส่วนผสมข้น 


นำลงจากเตา ใส่ถั่วลงไป แล้วเทลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้ แล้วพักไว้ 


TO MAKE THE BISCUITS, ร่อนแป้ง ผงฟู เบกกิ้งโซดา และเกลือเข้าด้วยกัน 2 รอบ ใส่เนยลงไป แล้วสับเนยลงในแป้ง จนมีลักษณะ เหมือนครัม 
ทำร่องตรงกลาง แล้ว เท 3/4ถ้วย ของ บัตเตอร์มิลล์ลงไป ผสมให้เข้ากัน ถ้าแป้งดูแห้งไป ค่อยเพิ่มบัตเตอร์มิลล์ที่เหลืออยู่ลงไป


เทส่วนผสมลงบนโต๊ะ แล้วนวดเบาๆ พอให้ส่วนผสมเข้ากัน กดให้เป็น ก้อนสี่เหลี่ยม หนาประมาณ 3/4 นิ้ว แล้วใช้มีดตัดเป็น 9 ชิ้น 


TO MAKE THE TOPPING ผสมน้ำตาลกับอบเชยเข้าด้วยกับ ทาเนยลงบนบิสกิต แล้ว โรยน้ำตาลที่ผสมกับอบเชยไว้ลงไป




วางบิสกิตลงในพิมพ์ โดยวางด้วยที่มีน้ำตาลลงด้านล่าง ทาเนยอีกรอบ และโรยน้ำตาลอบเชยอีกรอบ 


นำเข้าอบ จนเป็นสีน้ำตาล และฟูสวย อาจจะมีน้ำตาลเดือดออกมาด้านข้างบ้าง (ซึ่งจะดูน่าทานมากค่ะ 555) โดยใช้เวลาประมาณ 15-17 นาที นำออกมาพักไว้ สักครู่ แล้วคว่ำลงบนถาด (ปุ๊กคว่ำลงบนตะแกรงที่วางบนถาดค่ะ) แล้วตักซ้อสที่ติดอยู่กับพิมพ์ออกมาราดบิสกิต แล้วเสิร์ฟขณะร้อน 






Quicky Sticky Biscuits:
 Let's fill your day with this gooey, and comfort biscuits!

Thursday, March 4, 2010

President: Cream cheese mousse cake with a layer of raspberry sauce, you will serve it with pride!

 

เรียกว่า ทันที่ที่เห็นเค้กนี้ ในเวปของญี่ปุ่น ปุ๊กก็เกิดอาการ คันมือคันได้อยากทำขึ้นมาทันทีเลยค่ะ มันดูน่ารักมากเลยค่ะ แล้วเมื่อดูจาก ส่วนผสมก็จะเห็นว่า รสชาติก็น่าสนใจ และการรวมกันของแต่ล่ะชั้น ก็มีเนื้อที่ต่างกันไปด้วยค่ะ  

เค้กจะเริ่มต้น จากวางด้านล่างด้วย pâte sucrée แล้วจึงทับด้วย cream cheese mousse ทาด้วย raspberry sauce ตามด้วย sponge cake แล้วทับด้านบนอีกรอบด้วย cream cheese mousse และ cream chantilly.
ว่าไปแล้ว รสชาติของ ราสเบอรี่นี่ เข้ากันได้ดี กับ ครีมชีสนะคะ โดยจะเห็นได้จากการที่ จะมีสูตรพวก ชีสเค้กราสเบอรี่ให้เราเห็นในหนังสือเรื่อยๆ เรียกว่าเป็น เค้กที่ คลาสสิคสูตรหนึ่งเลยค่ะ  แต่ว่า คราวนี้ เราเอาราสเบอรี่มาจับคู่กับครีมชีสก็จริง แต่ เนื้อของครีมชีสรอบบนี้ มาในลักษณะของมูส ที่ให้ความนุ่มเบากว่าเดิมค่ะ  

ปุ๊กไปเห็นสูตรนี้ พร้อมกับรูป มาจาก เวป Grand-patissier (Toshi Yoroizuka) นี้ค่ะ(ลองเข้าไปดูได้ค่ะ แต่เป็นภาษาญี่ปุ่นนะคะ) แต่เนื่องจาก ในเวป เขามีแค่ ส่วนผสม ไม่มีวิธีทำ เราก็เลยต้องเอามาปรับค่อนข้างมากเลยค่ะ เพราะอัตราส่วนที่ให้มาก็ใหญ่มากด้วยค่ะ ปุ๊กก็เลยต้องมานั่งปรับเปลี่ยนใหม่ พร้อมคิดวิธีทำเพื่อให้เราสามารถทำได้ ที่บ้านค่ะ 

ตอนนี้ ชอบมีเพื่อนถามว่า ทำไมถึงชอบทำเค้กแบบนี้จัง คือ เค้กที่มีขั้นตอนมากมายแบบนี้อะนะคะ ก็ตอบได้คำเดียวค่ะ ว่า สนุก 555 เท่านั้นเองจริงๆ คือ ปุ๊กว่า มันสนุก ตั้งแต่การเริ่มวางแผนงานแล้วค่ะ ว่า เราจะทำแบบไหน อย่างไร ใช้อัตราส่วนเท่าไหร่ เพื่อให้ได้เค้กขนาดที่เราต้องการ แล้วเมื่อเราได้ลองทำแต่ล่ะชั้น ได้ลองชิม ก็ทั้งสนุกและตื่นเต้นค่ะ ยิ่งเวลา ที่เราเอาเค้กมารวมกับเป็นชั้น แล้ว ออกมาสวย ก็ยิ่งทำให้มีความสุขเข้าไปใหญ่ ทำให้ มีความรู้สึกเหมือนตัวเองเป็น ผู้วิเศษ ที่สามารถ สร้างของสวยๆขึ้นมาได้ เหมือนมีเวทมนต์ค่ะ ( อิอิ ใครจะรู้สึกอย่างปุ๊กบ้างก็ไม่รู้นะคะ) 




โดยที่ถ้าดูจากส่วนประกอบแล้ว เป็นเค้กที่ทำไม่ยากเลยค่ะ เพราะว่า ทั้ง, mousse, pastry หรือ genoise, ก็เป็นส่วนประกอบพื้นฐานที่ทุกๆคนสามารถทำได้กันอยู่แล้ว แล้ว เมื่อทำเสร็จ ก็จะเก็บเค้กไว้ในพิมพ์ (ที่คลุมด้วยพลาสติก) แล้วจึงค่อยตัดแบ่งและตกแต่งเมื่อพร้อมเสิร์ฟก็ได้นะคะ เรียกว่า สมารถทำเตรียมไว้สำหรับงาน ปาร์ตี้ได้เลยค่ะ 
ปุ๊กหวังว่า ทุกคนคงมีความสุขที่จะได้เสิร์ฟเค้กนี้ค่ะ แหม ก็ลองคิดดูสิคะ ว่า พอเอาไปเสิร์ฟ แล้วพูดออกไปว่า  "ฉันทำเองนะเนี่ยะ!" จะเสิร์ฟเค้ก พร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความภูมิใจมากแค่ไหนนะคะ ^ ^




President
makes 18x18 cm square cake


 


Pâte sucrée

180g ..........................  แป้งเค้ก
1g ..............................  เกลือ
100g ..........................  เนย, ตัดเป็นชิ้นเล็ก แล้วแช่เย็น
10g ............................ น้ำตาล
35g ............................ นม
1 ................................ ไข่แดง

Sauce  au framboise

110g ........................... Raspberry puree
30g ............................. ราสเบอรี่สด
20g .............................น้ำตาล

Biscuit Genoise

3 ................................ไข่
80g ............................ น้ำตาล
5g .............................. Honey
20g ............................ เนย
8g .............................. Whipping cream
70g ............................ แป้งเค้ก


Mousse au fromage à la crème

3 ................................ ไข่แดง
35g ............................  น้ำตาล
60g ............................  นม
3.5g ...........................  เจลาติน
250g ..........................  Cream cheese
225g ..........................  Whipping cream
25g ............................  โยเกิร์ต
1 tsp ..........................  น้ำเลมอน

Decoration

200ml ........................ Whipping cream
20g ............................ น้ำตาลไอซิ่ง
.................................. ราสเบอรี่สด
.................................. น้ำตาลไอซิ่ง



ทำพาสตรี้ โดยใส่แป้ง เกลือ และน้ำตาล ลงในชาม ใส่เนย ลงไป แล้วใช้ที่ตัดแป้งตัดให้เข้ากันจนมีลักษณะเหมือน ขนมปังป่น
ทำช่องตรงกลาง แล้วเทไข่ และนมลงไป คนให้เข้ากัน แล้วใช้มือผสม ส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน
เทออกจากชามผสม แล้วนวดเล็กน้อย ให้เข้ากัน  แล้วกดให้เป็นแผ่นกลม แล้วห่อด้วยพลาสติกนำเข้าแช่เย็น 30 นาที



เปิดเตาอบที่ 200°C.รีดแป้งให้เป็นแผ่น หนาประมาณ  3 mm (1/8 inch) แล้ววางลงบนถาดอบ จิ้มด้วยส้อมให้เป็นรูทั่วๆ แล้ว นำเข้าแช่เย็น 30 นาที
วางกระดาษรองอบลงบนพาสตรี้ แล้ว โรย baking beads ไว้ด้านบน นำเข้าอบ 15 นที แล้วเอา กระดาษรองอบและ baking beads ออก นำเข้าอบต่อ 7-8 นาที หรือจน สีทองสวย



ตัดเป็นแผ่นขนาด 18x18 cm แล้วพักให้เย็น 

Make the raspberry sauce:


ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในหม้อ แล้วนำขึ้นตั้งไฟอ่อน ต้มจน น้ำตาลละลาย และ ราสเบอรี่กลายเป็นชิ้นเล็กๆนำลงจากเตา แล้วพักให้เย็น

Make Biscuit Genoise:


เปิดเตาอบที่ 180°C.
วางกระดาษรองอบลงในพิมพ์สี่เหลี่ยมขนาด 20x20cm
ละลายเนยในไมโครเวฟ แล้วใส่ครีมกับน้ำผึ้งลงไป  ในขณะที่เนยร้อนอยู่


ตีไข่ จนสีอ่อนลง แล้วค่อยๆใส่น้ำตาลลงไป ตีจนเป็น ribbon stage (สามารถ วาดให้เป็นเลขแปดได้ ค่ะ ).
นำส่วนของไข่ ¾ ถ้วยออกมาผสมกับ ส่วนของเนยละลาย
ร่อน แป้งลงในไข่ ตะล่อมให้เข้ากัน


เทส่วนของเนยลงไปในไข่ แล้วตะล่อมให้เข้ากัน
เทลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้
นำเข้าอบ  15-18 นาที
นำออกจากเตา พักให้เย็นแล้วนำออกจากพิมพ์ 

Make the Mousse au fromage à la crème:
 
 
บลูมเจลาตินในน้ำ


ตีไข่แดง กับน้ำตาล ในหม้อ นำนมเข้าไมโครเวฟ แล้วอุ่นประมาณ 1 นาที 
เทนมลงในส่วนของไข่อย่างช้าๆ โดยตีไข่ตลอดเวลา จนเข้ากันดี
นำขึ้นตั้งไฟอ่อน แล้ว คนไปเรื่อย จนกระทั่งส่วนผสมข้นขึ้น (อุณหภูมิประมาณ 80°C)
นำลงจากเตา ใส่ เจลาตินลงไป แล้วคนให้เข้ากัน ทิ้งให้เย็นสนิท



ตี cream cheese จนนิ่ม แล้วใส่ คัสตาร์ดลงไป ตีให้เข้ากัน 
ใส่น้ำเลมอน และ โยเกิร์ตลงไป ตีให้เข้ากัน


ตีครีมจนตั้งยอดอ่อน ใส่ 1/3 ของครีมลงในส่วนของครีมชีส แล้วตะล่อมให้เข้ากัน
เทส่วนของครีมชีส กลับลงไปในครีมแล้วตะล่อมให้เข้ากัน

Assemble the cake:


แบ่งเค้ก เป็น สองส่วน (ในสูตรนี้ เราใช้แค่ ส่วนเดียวค่ะ)
แล้ว ตัดเป็นชิ้นขนาด  18x18cm 




ใส่ Pâte sucrée ลงในพิมพ์ขนาด 18x18cm ที่ถอดก้นได้
ทาด้วย ซ้อสให้ทั่วแล้ว ใส่ มูสลงไป เกลี่ยให้ทั่ว
ทาซ้อสลงไปอีกรอบ



วางเค้กลงไปบนมูศ แล้วทาซ้อสลงบนเค้กอีกรอบ
ตักมูสใส่ แล้ว เกลี่ยให้เรียบ ปิดด้วย พลาสติก แล้ว นำเข้าแช่ตู้เย็น ประมาณ 4 ชม หรือข้ามคืน


เมื่อจะเสิร์ฟ นำเค้กออกจากพิมพ์


ตีครีมกับน้ำตาลไอซิ่งจนตั้งยอดอ่อน
ตกแต่งเค้กด้วยครีม แล้ววางราสเบอรี่ลงไป แล้วโรยด้วยน้ำตาลไอซิ่ง


President: Cream cheese mousse cake with a layer of raspberry sauce,
 you will serve it with pride! 

Monday, March 1, 2010

Fallen chocolate cake with fresh berries: Jewel on the chocolate cake!


ถ้าจะให้บอกตรงๆ มีหนังสือหลายเล่มเลยค่ะ ที่ตอนที่มันออกมานี่ ปุ๊กจะแบบอยากได้มันเหลือเกิน แต่พอได้มาแล้ว กลับไม่ได้ทำอะไรจากสูตรในเล่มเหล่านั้นเลยค่ะ เล่มนี้ก็เป็นอีกเล่มหนึ่งค่ะ  The Sweet Melissa Baking Book: Recipes from the Beloved Bakery for Everyone's Favorite Treats โดย Melissa Murphy

ซึ่งตอนนั้นนี่ บังคับให้ พี่สาวไปซื้อมาให้ แบบว่า ตอนนั้นบอกเธอว่า อยากได้มาก (ประมาณ ว่า ตอนนี้ เดี๋ยวนี้เลย 555) แต่ก็นะคะ เวลาผ่านไป  เกือบ 3 ปี ตอนนี้เพิ่งได้ เอาออกมาลองทำ นี่ล่ะค่ะ ^ ^.
ปุ๊กเลือกสูตรเค้ก  Fallen chocolate cake ที่หน้าตาดี แต่กลับทำง่ายๆๆๆมากเลยค่ะ เพราะว่า เป็นเค้ก ที่ไม่ต้องกลัวว่า จะตะล่อมมากไปน้อยไป แล้วเค้ก จะไม่สวย จะยุบจะแบน เพราะมันจะต้องยุบค่ะ 555 โดยที่ เค้กจะขึ้นฟูตอนอยู่ในเตานะคะ แล้วก็ จะยุบตัวลงเมื่อเอาออกมาพักให้เย็นค่ะ 

สีน้ำตาลของเค้กช็อกโกแลต ตัดกันดี กับสีของเบอรี่ ที่มีสีต่างๆกัน  ราวกับเป็น อัญมณีเลยนะคะ (แต่จริงๆ ถ้ามี เบอรี่แค่ชนิดเดียวก็ได้นะคะ เช่น   raspberry, strawberry, blackberry หรือ blueberry รสชาติก็ยังคงอร่อยอยู่ค่ะ ) เพราะว่า รสชาติของช็อกโกแลต เข้ากันได้ดี กับ รสชาติ ของเบอรี่นะคะ ลองคิดตามนะคะ ว่า ถ้ามีเค้กแบบนี้ กับชา (หรือกาแฟ) สักแก้ว มาทานด้วยกัน จะดีแค่ไหน 

แต่อันนี้ ต้องบอกก่อนนะคะ ว่า เค้กของปุ๊กออกมาคล้ายกับเค้ก ฟองน้ำไปหน่อยค่ะ ^ ^", ก็เลยไม่มีด้านหน้า ที่แตกแบบหลุดๆ เพราะว่า ตอน ตะล่อมไข่ขาว มือเบาไปหน่อยค่ะ (ข้อเสียที่ตลกๆนะคะ) ดังนั้น ถ้าเอาไปทำตาม แล้ว ได้
เค้กที่หน้าแตกๆกว่านี้ ก็ไม่ต้องแปลกใจค่ะ คือแบบนั้น ถือว่าทำถูกแล้วค่ะ 555 ^ ^.

ปุ๊กทำแค่ 1/3 ของสูตรต้นฉบับนะคะ แต่ถ้าใครอยากทำใหญ่กว่านี้ ก็ใช้ อัตราส่วนเป็น 3เท่า จากของปุ๊กนะคะ แล้วก็อบในพิมพ์ ขนาด 10 นิ้ว โดยใช้เวลาอบ 60 นาทีแทนค่ะ 





Jewel on the chocolate cake !



Fallen chocolate cake with fresh berry
Makes 6" round cake




75g ................................. ดาร์กช็อกโกแลต  (แบบ 58%) 
45g ................................. เนยจืด
2 ..................................... ไข่, แยกไข่แดงไข่ขาว
56g ................................. น้ำตาลทราย (ให้แบ่งครึ่งไว้เป็น 2 ส่วนนะคะ) 
¼ teaspoon .................. ผิวส้มขูด 
1 teaspoon .................... Grand Marnier (หรือ เหล้าส้มยี่ห้ออื่นก็ได้ค่ะ)
........................................ เบอรี่สดหลายๆอย่าง
........................................ แยม Apricot สำหรับทา
น้ำตาลไอซิ่งสำหรับโรยหน้าเค้ก




เปิดเตาอบไว้ที่ 350°F. ทาเนยที่พิมพ์กลมแบบถอดก้นได้ ขนาด 6นิ้ว แล้ววางกระดาษรองอบไว้ด้านล่าง 



1.ใส่ช็อกโกแลตและเนยลงในชามที่ทนความร้อนได้ แล้ว นำไปวางบนหม้อที่มีน้ำเดือดอ่อนๆอยู่ ละลายช็อกโกแลตและเนยเข้าด้วยกัน 



2. ใส่ไข่แดงลงในชาม ใส่ครึ่งส่วนของน้ำตาล แล้วตีจนฟูขาว ใส่ช็อกโกแลตละลายลงไป แล้วตีให้เข้ากัน ตามด้วย เหล้า และผิวส้ม แล้วตีให้เข้ากันดี 


3. ตีไข่ขาว จนฟู แล้วค่อยๆ ใส่น้ำตาลลงไป ตีจน ตั้งยอดแข็งแต่ไม่แห้ง 



4. ใส่ 1/3 ของเมอแรงค์ ลงในส่วนของช็อกโกแลต ตะล่อมให้เข้ากัน แล้วใส่เมอแรงค์ ส่วนที่เหลือลงไป ตะล่อมจนพอเข้ากัน 



5. เทส่วนผสมลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้ หมุนพิมพ์เล็กน้อย เพื่อให้ หน้าเรียบ นำเข้าอบ 45-50นาที หรือจนเมื่อใช้ ไม้แทงลงไป ไม่มีเศษเค้กติดออกมา นำเค้กออกจากเตา เค้กจะยุบลงเมื่อเย็นตัวลงค่ะ

6. เมื่อเค้กเย็น นำเค้กออกจากพิมพ์ แล้วโรยด้วย น้ำตาลไอซิ่ง วางเบอรี่ลงบนเค้ก  


Make the Apricot Glaze:

นำแยม apricot ไปอุ่น จนละลาย แล้วนำมากรองผ่านกระชอนเพื่อแยกกากออก 

ทาเบอรี่ด้วย แยมละลาย แล้วตอนนี้เค้กพร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ



Fallen chocolate cake with fresh berries: Jewel on the chocolate cake!

Printfriendly