วันนี้จะชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับขนมปังที่เหมาะกับช่วงเทศกาลคริสต์มาสอีก 1 ชนิดก็คือ ขนมปัง Stollen (ชต็อลเลิน) กันค่ะ
คิดว่าหลายๆคนคงเคยเห็นขนมปังแบบนี้มาก่อน ขนมปังหนักเครื่อง หน้าตาแปลก แต่ดูน่ากินด้วยน้ำตาลไอซิ่งสีขาวนวลราวกับหิมะโปรยในคืนคริสต์มาส
Stollen มีต้นกำเนิดมาจากประเทศเยอรมนีนะคะ ปุ๊กเองก็เห็นสูตรมานานแล้วล่ะ 555 แต่ยังไม่ได้ลองทำสักที จนครั้งนี้ คุณพี่สาวกลับจากไปเที่ยวประเทศเยอรมนีมา เธอบอกว่าได้ลองกินที่โน้นมาแล้ว เลยอยากให้เราทำให้กินอีก เราก็เลยได้โอกาสลงมือ
แต่ก่อนทำก็แอบหาข้อมูลเกี่ยวกับขนมปังชนิดนี้มาบ้างเพราะอยากรู้ว่าทำไมถึงต้องทำให้ออกมาหน้าตาแบบนี้ ถึงได้พบว่าจริงๆ แล้วขนมปังชนิดนี้ไม่ได้หน้าตาและรสชาติแบบนี้มาตั้งแต่แรกนะคะ
ในยุคแรก ๆ Stollen เป็นขนมปังที่ค่อนข้างจืด เพราะกฎของคริสตจักรในช่วงถือศีลอดห้ามใช้เนยและนม ทำให้ขนมปังออกมาแข็งและเรียบง่ายมาก แต่เมื่อเจ้าผู้ครองแคว้นซัคเซินเขียนจดหมายถึงพระสันตะปาปา ขออนุญาตใช้เนยได้ ก็เลยกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ Stollen เวอร์ชันฉ่ำเนย และอัดแน่นไปด้วยผลไม้แห้งและถั่วที่เราได้กินกันอย่างอร่อยในทุกวันนี้
ความเกี่ยวข้องของขนมปังStollen กับคริสต์มาสไม่ได้มีแค่นั้น แม้แต่รูปทรงที่มีการพับแป้งให้ทบกันตรงกลาง ยังมีความหมายถึงการที่พระเยซูที่ถูกห่อด้วยผ้าขาวหลังประสูติ น้ำตาลไอซิ่งสีขาวที่โรยด้านบนก็เปรียบเหมือนผ้าห่มนุ่ม ๆ หรือหิมะบางเบาในคืนฤดูหนาว Stollen เลยเป็นขนมปังที่ทำให้เราได้สัมผัสถึงเรื่องราวของคริสต์มาสได้เลยนะ
เพราะเป็นขนมปังที่ฉ่ำเนยและเต็มไปด้วยผลไม้ขนาดนี้ ขั้นตอนในการทำจึงแตกต่างจากขนมปังทั่วไปอยู่บ้างค่ะ เพราะขนมปังจะขึ้นยากกว่าเมื่อมีไขมันสูงนอกจากนั้นผลไม้และถั่วยังมีส่วนทำให้การสร้างกลูเต็นช้าลง การทำสตาร์ทเตอร์เลยเป็นส่วนที่เข้ามาช่วยให้ขนมปังขึ้นฟูได้ง่ายขึ้น
ดังนั้นต้องบอกก่อนว่าการทำขนมปังชนิดนี้ต้องใจเย็นลงนิดค่ะ เพราะเริ่มต้นจากการหมักผลไม้ก่อนลงมือทำ การรอให้สตาร์ทเตอร์ขึ้นจนได้ที่, รอขนมปังให้ขึ้น, การทาเนย, พักให้เย็นและคลุมด้วยน้ำตาลไอซิ่งจนไปถึงขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคืแความอดทนที่จะพักขนมปังไว้สักหน่อยก่อนทาน (อดทนมากก็ 1 อาทิตย์ น้อยกว่านั้นก็สัก 2 วันค่ะ 555) เพราะเมื่ออบเสร็จใหม่ๆ เนื้อขนมปังจะยังไม่เซ็ตตัวเต็มที่ทำให้เนื้อร่วนไม่อร่อย แต่หลังจากพักไว้ ส่วนผสมทั้งหมดไม่ว่าจะเนยและแป้ง หรือกลิ่นหอมของเครื่องเทศ, ผลไม้แห้งและเหล้าจะเริ่มเข้ากัน ความอร่อยจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเปอร์เซ็นต์เลย
หากจะเก็บพักไว้อย่าลืมโรยน้ำตาลไอซิ่งให้หนาๆ นะคะ แล้วก็เก็บในที่แห้งและเย็นค่ะ
170 กรัม ............................... ผลไม้แห้ง
30 กรัม ................................. เหล้ารัม (หรือเหล้าคอนญัก)
สตาร์ทเตอร์
70 กรัม ................................. นม
3 กรัม .................................. ยีสต์ (แบบหวาน)
80 กรัม ............................... แป้งขนมปังT65 (หรือแป้งอเนกประสงค์)
ตัวขนมปัง
60 กรัม ................................. วอลนัทหรืออัลมอนด์ (ใช้ถั่วแบบที่ชอบได้ค่ะ)
100 กรัม ............................... เนยจืด (อุณหภูมิห้อง)
30 กรัม ................................ น้ำตาลทราย
4 กรัม .................................. เกลือ
1 ฟอง .................................. ไข่แดง
170 กรัม ............................... แป้งขนมปังT65 (หรือแป้งอเนกประสงค์)
3 กรัม .................................. ยีสต์ (แบบหวาน)
2 กรัม .................................. อบเชย
ใช้ระหว่างอบและตกแต่ง
100 กรัม ............................... เนยจืด (ละลาย)
100 กรัม ............................... น้ำตาลทราย
2 กรัม .................................. อบเชย
............................................ น้ำตาลไอซิ่ง
หากผลไม้แห้งชิ้นใหญ่ ให้หั่นเป็นชิ้น 5-7 มิลลิเมตร
ผสมผลไม้แห้งกับเหล้า
พักไว้ประมาณ 2-3 วันก่อนใช้
อุ่นนมให้อุณหภูมิประมาณ 25-30C.
ใส่ยีสต์ลงไปแล้วคนให้เข้ากัน
ใส่แป้งขนมปัง T65 ลงในชาม แล้วผสมให้เข้ากัน
พักให้ขึ้น 2 เท่า (ประมาณ 1-1.30ชั่วโมง)
อบถั่วในเตาติ้ง 5-7 นาที สับแล้วพักให้เย็นสนิท
เมื่อสตาร์ทเตอร์ขึ้นเป็น 2 เท่าแล้ว เริ่มทำตัวโดขนมปัง
ตีเนยให้เนียน ใส่น้ำตาลและเกลือลงไปตีให้เข้ากัน
ใส่ไข่แดงแล้วตีให้เข้ากัน
ใส่แป้งขนมปัง T65, ยีสต์, อบเชย และ สตาร์ทเตอร์ลงไป
ผสมจนเข้ากัน
นำออกจากชามแล้วนวด 2 นาที
ปั้นโดเป็นก้อนกลม
พักให้เขึ้นเป็น 2 เท่า (ประมาณ 1 ชั่วโมง)
เมื่อโดได้ที่
แบ่งแป้งเป็น 2 ก้อน
แผ่โด 1 ก้อนออก แล้วโรยผลไม้แช่เหล้าครึ่งส่วนและถั่วที่อบไว้ครึ่งส่วนลงไปด้านบน
พับเพื่อห่อถั่วและผลไม้ไว้ในโด เตรียมแบบเดียวกันกับแป้งที่เหลือ
พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ




































No comments:
Post a Comment