Sunday, February 10, 2008

ครัม คอฟฟี่เค้ก

Crumb Coffeecake

สูตรนี้ขอเพิ่มใน ครัมซีรี่ค่ะ เป็นที่ถูกใจของพี่สาว (เธอชอบทุกอย่างที่มีครัมอยู่บนหน้า) เค้กนี้ให้ความรู้สึกถึงความแตกต่างของเนื้อสัมผัสของเค้กที่นิ่ม กับด้านบนที่กรุบเล็กน้อย ครั้งแรกที่ทำค่อยข้างจะใจลอย ก็เลยทำครัมโดยการตีเนย กรุณาอย่าลองทำค่ะเพราะครัมที่ได้หนักสุดๆ ไม่อร่อยเลย - ถึงแม้ว่าในสูตรจะกำหนดขนาดถาดไว้ที่ 9 x13นิ้ว แต่บางทีก็จะทำโดยใช้ถาดขนาด 8x8นิ้ว สองอันเค้กที่ได้จะบางกว่าเล็กน้อย แต่ก็ยังอร่อยอยู่ อีกอันหนึ่งก็เก็บไว้ในฟรีสเซอร์ได้ (เอาไว้วันที่อยากทานขนมแต่ขี้เกียจทำ แค่เอาไปอุ่นในเตาก็จะได้ขนมที่แสนจะอร่อย แล้วก็ทำให้รู้สึกดีได้ด้วย)

สูตรนี้มาจากหนังสือ The King Arthur Flour Baker's Companion: The All-Purpose Baking Cookbook. เป็นหนังสือที่สูตรเยอะมากๆ แต่เราเองเพิ่งลองทำไปได้สามอย่างเองค่ะ

ครัม คอฟฟี่เค้ก

ขนาดถาด 9 x13นิ้ว



ครัม:

2½ cups (10½ ounces)

แป้งอเนกประสงค์

1¼ cups (8¾ ounces)

น้ำตาลทราย

1 teaspoon

เกลือ

1½teaspoons

อบเชย

1 cup (2 sticks, 8 ounces)

เนย (ละลาย)

1 teaspoon

vanilla extract

ตัวเค้ก:

8 tablespoons (1 stick, 4 ounces)

เนย

1 cup (7 ounces)

น้ำตาลทราย (ถ้าไม่ชอบทานหวานแนะนำลดเหลือ 170 กรัมค่ะ)

½ teaspoon

เกลือ

2 ฟอง

ไข่

1 teaspoon

vanilla extract

1 cup (8 ounces)

ครีมเปรี้ยว (ถ้าไม่มีใช้ โยเกิร์ตรสธรรมชาติแทนได้ค่ะ)

½ teaspoon

เบกกิ้งโซดา

1 teaspoon

ผงฟู

2 cups (8½ ounces)

แป้งอเนกประสงค์

เริ่มต้นทำครัมก่อนค่ะ

ละลายเนยในหม้อขนาดพอเหมาะ แล้วทิ้งให้เย็น

ใส่แป้ง น้ำตาล เกลือ อบเชย และเกลือ ลงในชาม คนให้เข้ากัน ใส่ลงไปในหม้อที่ละลายเนยไว้ vanilla extract คนด้วยส้อม จนส่วนผสมจับตัวเป็นครัม (crumbs) ใช้นิ้วบีบให้แป้งติดกันเป็นก้อน แล้วค่อยแยกออกให้เป็นชิ้นเล็ก พักไว้อย่างน้อย 10-15นาทีก่อนใช้

เปิดเตาอบไว้ที่อุณหภูมิ 350°F ทาพิมพ์สี่เหลี่ยมขนาด 9 x13นิ้วด้วยเนย

คราวนี้มาทำตัวเค้กกันค่ะ

ผสม แป้ง เบกกิ้งโซดา ผงฟู และเกลือเข้าด้วยกัน พักไว้

ตีเนยกับน้ำตาลจนฟู ขาว ใส่ไข่ทีละฟองแล้วตีให้เข้ากัน ใช้พายยางบาดชามเป็นระยะ ใส่ครีมเปรี้ยววานิลลา ตีจนเข้ากัน แล้วจึงใส่ส่วนผสมของแป้ง คนให้เข้ากัน แล้วเทใส่ลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้

สองประสานค่ะ

โรยครัมที่เตรียมไว้ลงบนเค้กเกลี่ยให้ทั่ว

นำเข้าอบประมาณ 30-35 นาที หรือจนครัมสีเหลืองสวย เอาออกจากเตาพักไว้บนตะแกรงจนเย็น แบ่งเป็นชิ้นก่อนเสิร์ฟ

Friday, February 8, 2008

บิสกิตเชสด้าชีส

พอดีมีบัตเตอร์มิลด์เหลือจากที่ทำเนย (ทำเนยเองที่บ้านก็ได้ (เนยแบบCultured Butter) )ค่ะ ก็เลยต้องหาสูตรทำสักหน่อย สูตรนี้มาจากหนังสือ The Williams-Sonoma Collection: Bread เป็นหนังสือเล่มบางๆ แต่ก็มีสูตรง่ายๆที่น่าทำหลายสูตรค่ะ คนเขียนคือ Beth Hensperger ซึ่งเขียนตำราทำขนมปังมาหลายเล่มแล้ว (มีของเธออยู่ 3 เล่มค่ะคือBread Made Easy: A Baker's First Bread Book, The Bread Bible: Beth Hensperger's 300 Favorite Recipes และ Bread for All Seasons: Delicious and Distinctive Recipes for Year-Round Baking สูตรใช้ได้เลย) ดั้งนั้นเล่มนี้แนะนำสำหรับคนที่เริ่มหัดทำขนมปัง โดยมีรูปสวยๆในเล่มเป็นของแถมค่ะ

บิสกิตแบบง่ายๆ เต็มไปด้วยชีส แล้วก็อร่อยด้วย เอาไว้ทานกันอาหารได้ค่ะ (เค็มๆมันๆ ช่วยให้อาหารไม่น่าเบื่อได้นะ) ตัวเองชอบชีสมากๆค่ะ(คงรู้กันอยู่แล้ว) ดังนั้นชีสขนาดนี้ไม่มากไปหรอกค่ะ บิสกิตแบบนี้จัดอยู่ในพวก drop biscuit นะคะเพราะว่าจะนิ่มาก ไม่สามารถอยู่ทรงได้จึงต้องใช้พิมพ์ช่วย แต่ต้องทาเนยเยอะๆค่ะเพื่อว่าบิสกิตจะได้ไม่ติดกับพิมพ์

บิสกิตเชสด้าชีส

ทำได้ 20 อันค่ะ



625 g

แป้งอเนกประสงค์

4 teaspoons

ผงฟู

1 teaspoon

เบกกิ้ง โซดา

1½ teaspoons

เกลือ

185 g

เนยจืดเย็น ตัดเป็นชิ้นเล็ก

250 g

เชสด้าชีส (Cheddar cheese) ขูดฝอย

1 ฟอง

ไข่

430 ml

บัตเตอร์มิลค์เย็น (buttermilk)

เปิดเตาอบไว้ที่อุณหภูมิ 180°Cทาเนยให้ทั่วพิมพ์ มัฟฟิน 20 อัน (ใส่น้ำไว้ในถ้วยที่ไม่ได้ใช้เพื่อป้องกันถ้วย บิดจากความร้อน)

ใส่แป้ง ผงฟู เบกกิ้งโวดา และเกลือลงในชาม แล้วคนให้เข้ากัน ใส่เนยลงไปในชามแล้วใช้ที่ตัดแป้งพาสตี้(pastry blender) ตัด เนยให้เข้ากับแป้งจนแป้งเป็นก้อนเล็กๆ (เหมือนเกล็ดขนมปัง) ใส่ชีสแล้วคนให้เข้ากัน แล้วใส่ไข่และบัตเตอร์มิลค์ (เก็บบัตเตอร์มิลค์ไว้ 2ช้อนโต๊ะนะคะ) ผสมเบาๆจนแป้งจับตัวเป็นก้อน นวดเล็กน้อยอีกประมาณ 10 วินาที จนโดเริ่มไม่ติดกับชาม โรยบัตเตอร์มิลค์ที่เหลือลงไปเพื่อให้เศษแป้งที่ก้นชามติดขึ้นมา โดจะนิ่มมากๆค่ะ

ใช้พายยางกวาดโด และแป้งทั้งหมดขึ้นมาแล้ววางลงบนโต๊ะที่โรยแป้งไว้ ใช้แป้งโรยที่มือแล้วนวดโดอีกประมาณ 6-8ครั้ง (แต่อย่าใช้แป้งจนโดแข็งนะคะ) ตัดโดเป็น 2 ชิ้นแล้วตัดแต่ละชิ้นเป็น 10 ชิ้นแล้วใส่ลงในพิมพ์มัฟฟินที่เตรียมไว้

นำเข้าอบจนเหลือสวย ประมาณ 25-30นาที เสิร์ฟขณะร้อน

สูตรจากหนังสือ: The Williams-Sonoma Collection: Bread

Wednesday, February 6, 2008

คุกกี้กล้วยหอมใส่ถั่ว

เคยมีตำราอาหารที่เก่าแล้วแต่ก็ยังใช้อยู่เรื่อยๆบ้างไหมค่ะ เล่มนี้ละใช่เลยค่ะ Mrs. Fields Best Cookie Book Ever!: 130 Delicious Cookie and Dessert Recipes from the Kitchen of Mrs. Fields ตำราทำคุกกี้ และของหวาน 130ชนิด (ที่สุดยอด-อันนี้แปลเอง)ของมิสซิสฟิลด์ ที่ซื้อมานานแล้ว (คุกกี้ของมิสซิสฟิลด์ดังมากๆค่ะสมัยนั้น อร่อยจนอยากจะทำบ้าง) เล่มนี้เอามาใช้บ่อย เพราะสูตรในเล่มทำง่ายแล้วก็อร่อยด้วย ชอบรสชาติของคุกกี้สูตรนี้มาก แต่ตอนนี้ต้องขอบอกไว้ก่อนว่าลดน้ำตาลในสูตรลงไปเยอะเลย(แต่ยังอร่อยอยู่นะคะ) เพราะอายุมากขึ้นรู้สึกว่าต้องการน้ำตาลน้อยลงค่ะ (แต่ถ้าอยากได้สูตรแบบต้นตำรับก็เขียนคอมเม้นมานะคะ )รสชาติของคุกกี้เหมือนกับทานเค้กกล้วยหอมก้อนเล็ก ที่มีช็อกโกแลตกับถั่วแถมมาด้วย ถ้าจะพิเศษหน่อยก็ใช้ ดาร์กช็อกโกแลตแทน ช็อคโกแลตชิพก็ได้ คุกกี้จะรสชาติอร่อยขึ้นมากเลยค่ะ ข้อควรระวังอย่าใช้กล้วยหอมที่กำลังเหลืองสวยนะคะ ดำนิดหน่อยจะกำลังดีค่ะ

คุกกี้กล้วยหอมใส่ถั่ว

ทำได้ 4 โหลค่ะ




370 g แป้งอเนกประสงค์
½ tsp เบกกิ้ง โซดา (baking soda)
¼ tsp เกลือ
1 tsp vanilla extract
200 g น้ำตาลทรายแดง
140 g น้ำตาลทรายละเอียด
225 g เนยเค็ม (นิ่มนิดหน่อย)
1 ไข่
180 g กล้วยหอมบด
170 g ช็อคโกแลตชิพ
114 g ถั่ววอลนัตสับ (walnuts) อบเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความหอมค่ะ

เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ170°C

ผสม แป้ง, เบกกิ้งโซดา, และ เกลือ ให้เข้าด้วยที่ตีไข่ ในชาม แล้วพักไว้

ตีน้ำตาลทั้งสองชนิดให้เข้ากันโดยใช้เครื่องตีความเร็วปานกลาง แล้วใส่เนยตีต่อไปจนเข้ากัน แล้วใส่ไข่ ใส่กล้วยหอมบด และ vanilla extract ตีด้วยความเร็วปานกลาง จนเข้ากันดี

ใส่ส่วนผสมของแป้ง ใส่ช็อคโกแลตชิพ และถั่ววอลนัต ผสมให้เข้ากัน (พอเข้ากันดี) ตักคุกกี้ประมาณก้อนละ 1 ช้อนโต๊ะ วางลงในถาด (ไม่ต้องทาเนยที่ถาดค่ะ)

นำเข้าอบประมาณ 15-16 นาที หรือจนสีเหลืองสวย

NOTE: เนื่องจากมีผู้อ่านนำสูตรไปทำ แล้วพบปัญหาคุกกี้แบนสุดๆให้ลองทำตามนี้นะคะ

ขั้นแรกคือ การตีเนย ไม่ต้องให้ขึ้นฟูเหมือนทำเค้กนะคะ เราไม่ต้องการอากาศเยอะขนาดนั้น เอาแค่เนยกับน้ำตาลเข้ากันดีก็พอค่ะ
ข้อสอง อาจจะเป็นที่ความร้อนของเตา+อุณหภูมิของโดของคุกกี้ค่ะ ในข้อนี้ต้องแก้ไขโดยการแช่โดคุกกี้ในตู้เย็นก่อนเข้าอบค่ะ เพราะเนยในโดจะละลายช้าลงค่ะ
หวังว่าจะช่วยได้บ้างนะคะ

Printfriendly