Saturday, February 27, 2010

February 2010 Daring Bakers Challenge #37: MASCARPONE SAVOIARDI BISCUITS ZABAGLIONE = TIRAMISU


คราวนี้ เรียกว่า เป็น ของหวานที่ใช้เวลาทำค่อนข้างนานเลยค่ะ เพราะว่า ต้องเริ่มต้น ด้วยการทำชีสเองก่อน  ^ ^,ต่อมาก็ทำ บิสกิต  savoiardi แล้วก็ zabaglione, และ vanilla pastry cream.

ถ้าใครรู้จักปุ๊กก็คงรู้ว่า ปุ๊กชอบ ทีรามิสุแค่ไหนนะคะ มีสูตร ทีรามิสุหลายสูตร ทำก็บ่อย แล้วก็ทานได้เยอะมากๆเลยค่ะ 555 ดังนั้น เมื่อ เห็น challenge รอบนี้ ทำให้ แบบตื่นเต้น อยากทำอย่างแรง ค่ะ อิอิ ก็นะ ของชอบของเรานี่ค่ะ โดยคราวนี้ นอกจาก จะได้ลองสูตรใหม่ๆแล้ว ยังจะได้ลองทำ ชีสที่ชอบเองด้วยค่ะ, 
แต่ก็พอปัญหานิดหน่อยนะคะ เพราะว่า ปุ๊กก็ไม่รู้ว่า วิปปิ้งครีมที่ใช้นี่ มี เปอร์เซ็นต์ของไขมันเท่าไหร่ค่ะ  - * -  เลยไม่รู้ว่า นี่เป็น เหตุผลที่ทำให้ ปุ๊กเองได้ ชีสน้อยกว่า ที่เขาบอกไว้หรือเปล่าค่ะ เพราะว่าในสูตรบอกว่า ปุ๊กจะควรจะได้ 340กรัม แต่กลับได้มาแค่ 170 กรัมเองค่ะ แล้วก็รสชาติ ไม่ค่อยริซมากนะคะ แต่ปุ๊กก็ยังใช้ชีสในการทำขนมรอบนี้อยู่ดีค่ะ  

แต่ปุ๊กว่า รสชาติ ของทีรามิสุรอบนี้ จะเป็นรสชาติที่ได้จาก zabaglione, และ vanilla pastry cream มากกว่าชีวนะคะ แล้วก็ทั้ง รสชาติ และกลิ่นของ มาซาลา แล้วก็เลมอน นี่ ค่อนข้างแรง มากกว่า ทีรามิสุแบบที่เคยทานมาค่ะ ^ ^.

แต่ส่วนที่ชอบนะคะ ก็คือ เนื้อของครีมค่ะ ตัวครีมของทีรามิสุ เนื้อดีนะคะ นิ่มแล้วก็เบา (ทั้งๆที่ปรกติ ปุ๊กจะไม่ทานทีรามิสุ ที่มี ส่วนผสมของวิปปิ้งครีมค่ะ แต่ คราวนี้ พอทานแล้วกลับไม่รู้สึกถึงรสชาติ เลี่ยนๆ ของวิปปิ้งครีมเลยค่ะ)  ปุ๊กเลยคิดว่าน่าจะลองทำ สูตรนี้ อีกรอบนะคะ แต่ว่า คราวนี้ คงจะปรับเปลี่ยนนิดหน่อยค่ะ โดยที่ จะใช้ คาลัวร์ แทน มาซาลา แล้วก็คงจะไม่ใช้ ผิวเลมอนเลยค่ะ เพราะว่า ต้องการ ให้ รสชาติ ของกาแฟออกมาชัดเจนขึ้น 

สำหรับ savoiardi  biscuits, อันนี้ปุ๊กมีข้อแนะนำนิดหน่อยนะคะ สำหรับคนที่ต้องการ จะได้ คุกกี้กรอบๆนะคะ คือ เมื่ออบตามเวลาในสูตรแล้ว ให้นำออกมาพักให้เย็นค่ะ แล้ว ลดความร้อนในเตาลงเป็น  150°C แล้วนำ คุกกี้เข้าอบอีกรอบ เป็นเวลา 10 นาทีค่ะ ก็จะคุกกี้ ที่กรอบ แล้วก็แห้ง และสามารถเก็บได้นานขึ้นค่ะ 



The February 2010 Daring Bakers’ challenge was hosted by Aparna of My Diverse Kitchen and Deeba of Passionate About Baking. They chose Tiramisu as the challenge for the month. Their challenge recipe is based on recipes from The Washington Post, Cordon Bleu at Home and Baking Obsession. 




TIRAMISU
(Recipe source: Carminantonio's Tiramisu from The Washington Post, July 11 2007 )
This recipe makes 6 servings




MASCARPONE CHEESE
(Source: Vera’s Recipe for Homemade Mascarpone Cheese)
This recipe makes 12oz/ 340gm of mascarpone cheese

Ingredients:
474ml (ประมาณ 500ml)/ 2 cups whipping cream (ใช้แบบไขมัน 36 %) แบบ pasteurized (ไม่ใช่แบบ UHT นะคะ)
1 tablespoon น้ำเลมอน



Method:
นำกระทะแบนขึ้นตั้งไฟ โดยใส่น้ำประมาณ 1 นิ้ว เมื่อเดือด ให้เบาไฟ จนน้ำแค่มีฟองบางๆ (เดือดเบามากๆค่ะ) ใส่ครีมลงในชามที่ทนความร้อนได้ แล้วนำขึ้นวางบนกระทะ ต้มครีมไปเรื่อยๆ (คนบ่อยๆเพื่อป้องกันครีมติดชาม) จนอุณหภูมิ ประมาณ 190 F.  หรือ ถ้าไม่มีเทอร์โมมิเตอร์ให้สังเกตุว่า ครีมจะเดือดเบาๆ และมีฟองขึ้นมาเล็กน้อย ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีค่ะ แล้วใส่น้ำมะนาวลงไป



ต้มต่อไปเรื่อยจน ครีมเริ่มจับตัวเป็นก้อน แต่จะไม่ได้เป็นก้อนใหญ่เหมือนกับ ริคิตต้านะคะ แต่ว่า ครีมจะข้นขึ้นมากๆค่ะ เหมือนกับ  crème anglaise แล้วก็จะคลุมช้อนได้แบบหนาๆค่ะ (ใช้เวลาค่อนข้างนานนะคะ) นำลงจากน้ำ แล้วพักให้เย็นประมาณ 20 นาที
วางผ้าขาวบางซ้อนกันหลายๆชั้นบนชาม  แล้วเทครีมลงไป (อย่าบีบผ้านะคะ ) คลุมผ้าทับลงไป ปิดด้วยพลาสติกแร็ป แล้วนำเข้าแช่เย็น ข้ามคืน หรือ 24 ชั่วโมง 
เมื่อได้ชีสแข็งตัวอยู่ด้านบน นำ ชีสออกจากผ้า แล้ว เก็บไว้ในตู้เย็นได้ 3-4 วันค่ะ 



LADYFINGERS/ SAVOIARDI BISCUITS
(Source: Recipe from Cordon Bleu At Home)
This recipe makes approximately 24 big ladyfingers
 or 45 small (2 1/2" to 3" long) ladyfingers.

Ingredients:
3 ไข่, แยกไข่แดง ไข่ขาว
6 tablespoons /75gms น้ำตาลทราย
3/4 cup/95gms แป้งเค้ก (หรือ 3/4 cup แป้งอเนกประสงค์ + 2 tbsp แป้งข้าวโพด)
6 tablespoons /50gms น้ำตาลไอซิ่ง



Method: 
เปิดเตาอบที่ 350 F (175 C) ทาถาดอบ 2 ใบด้วย เนย แล้ววางด้วย กระดาษรองอบ 
ตีไข่ขาว จนตั้งยอดอ่อน แล้วค่อยๆใส่น้ำตาลลงไป ตีไปเรื่อยๆ จนตั้งยอดแข็ง



ตีไข่แดงจนเข้ากัน และฟูเล็กน้อย แล้วเทลงในไข่ขาว ตะล่อมเบาๆ 



ร่อนแป้งลงบน ส่วนของไข่ แล้วตะล่อมจนเข้ากัน ตะล่อมแค่เบาๆนะคะ ที่สำคัญคือ ต้องทำให้เข้ากัน แต่ต้องไม่ให้ยุบค่ะ


ใส่ลงในถุงบีบ (หรือ ถ้าไม่มีถุงบีบ ให้ใส่ลงในถุงพลาสติก แล้วตัดปลายค่ะ) บีบเป็น ชิ้นยาวขนาด 5" กว้าง 3/4"  และเว้นช่องว่างให้ห่างกันประมาณ 1 นิ้ว 
โรย น้ำตาลไอซิ่งลงบนคุกกี้ แล้ว พักไว้ 5 นาที จนไอซญิ่งเริ่ม จับตัวเป็นเม็ด (เพื่อให้มีเปลือกกรอบหนา จากน้ำตาลค่ะ)
เคาะน้ำตาลออกจากถาด โดยจับปลายถาดไว้ แล้วเอียงถาดเพื่อเคาะน้ำตาลออก
นำเข้าอบ 10นาที กลับด้าน แล้วอบต่ออีก 5 นาที แล้วนำออกจากถาด ในขณะร้อน นำออกมาพักไว้บนตระแกรง
เมื่อเย็นเก็บใส่กล่อง สำมารถเก็บได้ 2-3 อาทิตย์



The zabaglione

2 ไข่แดง
3 tablespoons/50gms น้ำตาล
1/4 cup/60ml Marsala wine (หรือ port หรือกาแฟ)
1/4 teaspoon/ 1.25ml vanilla extract
1/2 teaspoon ผิวเลมอน



For the zabaglione: 
นำน้ำขึ้นต้มในหม้อ (ใช้หม้อที่สามารถ วางชามที่จะใช้ผสมได้ โดยชาม ไม่ลงไปในน้ำค่ะ) 
ในชาม ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงไป แล้วตีให้ส่วนผสมเข้ากันเนียน 



นำชามวางบนหม้อ แล้ว ตีไปเรื่อยๆ ประมาณ 8 นาที หรือจน ซ้อสข้น (อาจจะมีฟองปุดขึ้นเล็กน้อยค่ะ) นำลงจากเตา แล้วพักจนเย็นสนิท แล้วนำเข้าแช่เย็น 4 ชั่วโมง หรือ ข้ามคืน จนเย็นจัด

The vanilla pastry cream

1/4 cup/55gms น้ำตาล
1 tablespoon/8gms แป้งอเนกประสงค์
1/2 teaspoon ผิวมะนาว
1/2 teaspoon/ 2.5ml vanilla extract
1 ไข่แดง
3/4 cup/175ml นมไม่พร่องมันเนย



For the pastry cream: 
ใส่น้ำตาล แป้ง ผิวเลมอน และ vanilla extract ลงในหม้อก้นหนา แล้วใส่ครึ่งส่วนของนม และ ไข่ลงไป คนให้เข้ากัน  นำขึ้นตั้งไฟอ่อน 
ใส่นมที่เหลืออยู่ลงไป คนเบาๆ ประมาณ 12 นาที ส่วนผสมจะข้นขึ้นและเดือดเล็กน้อย 
นำลงจากเตา แล้วพักจนเย็นสนิท แล้วนำเข้าแช่เย็น 4 ชั่วโมง หรือ ข้ามคืน จนเย็นจัด



The whipped cream

1 cup/235ml chilled heavy cream (we used 25%)
1/4 cup/55gms น้ำตาล
1/2 teaspoon/ 2.5ml vanilla extract 



For the whipped cream:
ผสมครีม น้ำตาล วานิลลา ลงในชาม ตีจนตั้งยอดแล้วพักไว้ 



To assemble the tiramisu:

2 cups/470ml กาแฟ espresso, อุ่น
1 teaspoon/5ml rum extract (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ค่ะ)
1/2 cup/110gms น้ำตาล
1/3 cup/75gms mascarpone cheese
36 savoiardi/ ladyfinger biscuits (อาจจะใช้มากหรือน้อยกว่านี้ค่ะ)
2 tablespoons/30gms ผงโกโก้ สำหรับโรยหน้า (ส่วนปุ๊กใช้ช็อกโกแลตขูด) 

Method:
To assemble the tiramisu: 
เตรียมถาดที่จะใส่ ทีรามิสุไว้ (ขนาดประมาณ 8 นิ้วคูณ 8นิ้ว) หรือ แก้วก็ได้ค่ะ 




ใส่ชีสลงในชาม ใช้ช้อน กดให้นิ่ม เพื่อว่า เวลาผสมจะง่ายขึ้นค่ะ 
ใส่  zabaglione และ pastry cream, ลงไป ผสมให้เข้ากัน แล้วตะล่อม ครีมที่ตีไว้ลงไป

Now to start assembling the tiramisu.

ผสมกาแฟespresso, rum extract และน้ำตาล ลงในชาม ผสมให้เข้ากัน พักให้เย็น 


จุ่มบิสกิตลงในกาแฟ ประมาณ 1 วินาที ต่อด้าน จะชุ่ม แต่ไม่เละนะคะ 



วางเลดี้ฟิงเกอร์ลงในถ้วย แล้วเทครีมลงไป วางบิสกิตอีกชั้น แล้วทับด้วยครีม
ปิดด้วยพลาสติกแล้วนำเข้าแช่เย็น ข้ามคืน


ก่อนเสิร์ฟ โรยด้านหน้าด้วยผงโกโก้ (หรือ ช็อกโกแลตขูด) พร้อม เสิร์ฟแล้วค่ะ


February 2010 Daring Bakers Challenge #37: 
MASCARPONE  SAVOIARDI BISCUITS   ZABAGLIONE = TIRAMISU!

Monday, February 22, 2010

Custard Raisin Bread: Soft and sweet bread, I know that you will love it!


ช่วงนี้ เรียกว่า ขนมปังแทบจะห่างหายไปจาก บล็อกของปุ๊กเลยนะคะ ก็เหมือนเคยล่ะค่ะ ทำพวกเสูตรที่เคยลงไปแล้ว ก็เลยไม่มี อะไรจะ โชว์ 555

เมื่อคืนนี้ ก็เลยลองดูหนังสือเล่นๆค่ะ อยากจะลองหาสูตรขนมปังงง่ายๆ อร่อยๆ มาทำ ก็เลยนึกถึงสูตรนี้ขึ้นมาได้ เรียกว่าเป็นสูตรที่ อยากลองทำ มานานแล้วล่ะค่ะ แต่ ก็ลืมไปแล้ว
เป็นสูตรขนมปังง่ายๆ จากหนังสือ  特別な日に焼きたいお気に入りパン(Favorite bread for special day) ของคุณ 門間 みか (Mika Monma) สุดโปรดล่ะค่ะ ไม่รู้ว่า ทำไมช่วงนี้ ถึงลืมเธอไปได้  ^ ^", แต่ก็น่าจะเป็น เพราะเวลาได้หนังสือ ใหม่ๆมา ก็จะอยากลองสูตรใหม่เรื่อยๆค่ะ ก็เลยทำให้ สูตรในหนังสือเล่มเก่า ที่อยากลอง ก็จะไม่ได้ทำสักทีเหมือนกัน (แล้วเธอก็ซื้อหนังสือ ไปเรื่อยๆ ซะด้วยสิค่ะ 555)
ขนมปังคราวนี้ เป็นสูตรทำง่ายๆค่ะ ตามสูตรเบสิคของคุณมิกะ เรียกว่า คนที่ไม่เคยทำขนมปังมาก่อน ก็สามารถทำได้นะคะ (อันนี้ พิสูจน์แล้ว จากเพื่อนของปุ๊กหลายๆคน ที่มาทำขนมปังสำเร็จ ก็ที่สูตรของเธอนี่ล่ะค่ะ) โดยที่ตัวโดจะนวดง่ายนะคะ ซึ่งสำคัญมาก สำหรับคนที่ ไม่เคยทำขนมปังมาก่อน เพราะเวลชาที่เห็นการเปลี่ยนแปลงจาก ก้อน แป้งเละๆ กลายเป็นโด ที่เนียนสวยนี่ เป็นความสุขของคนทำขนมปังเลยค่ะ โดยที่ ก็ใช้เวลานวดไม่มากนะคะ ประมาณไม่เกิน 15 นาที (นวดมือ) ซึ่งถือว่าไม่นานเลยค่ะ

ปัญหาของสูตรนี้ ที่ปุ๊กเจอมีแค่อย่างเดียวค่ะ คือ ปุ๊กตะกละค่ะ อยากจะใส่คัสตาร์ดลงไปให้หมด ผลปรากฎคือ เวลาที่ตัดขนมปังเป็นชิ้น คัสตาร์ดก็จะไหลเยิ้มออกมาค่ะ แต่ก็นะคะ แค่เลอะเทอะนิดหน่อยค่ะ 555 นอกนั้นก็ไม่มีอะไรคะ ก็เลยเตือนไว้ว่า เวลาทำ เลอะเทอะก็ไม่เต้องเครียดนะคะ
ขนมปังสูตรนี้ จะเอาไว้ทานเป็นอาหารเช้า หรือว่า จะเป็นของว่างยามบ่ายก็ได้ค่ะ ดังนั้น มาทำขนมปังด้วยกันนะคะ หวังว่าทุกคนคงจะชอบขนมปังสูตรนี้เช่นกันค่ะ



Custard raisin bread
Makes 8 (8cm foil cup)


Bread
200g .................... แป้งขนมปัง
20g ...................... น้ำตาล
3g ........................ เกลือ
140g .................... นม
3g ........................ Instant yeast
20g ...................... เนยจืด

Filling
80g ...................... ลูกเกด
1tbsp .................... เหล้า Rum

Custard Cream
2 .......................... ไข่แดง
40g ...................... น้ำตาล
20g ...................... แป้งอเนกประสงค์
150g .................... นม
20g ...................... เนยจืด
1/4tsp .................. Vanilla paste

............................ แยม Apricot สำหรับทาหน้าขนม


First Make the custard cream:

 

ใส่ไข่ แป้ง และน้ำตาลลงในหม้อ แล้วตีให้เข้ากัน ขณะเดียวกัน นำนม เข้าไปอุ่น ในไมโครเวฟ ประมาณ 1นาทีครึ่ง 
เทนมร้อนลงในส่วนของไข่แดงค่อยๆเท โดยคนด้วยที่ตีไข่ตลอดเวลา เพื่อป้องกันไข่จับตัวเป็นก้อน
เมื่อเทนมลงในไข่หมดแล้ว ให้นำไปตั้งไฟอ่อน คนไปเรื่อยๆ จนส่วนผสมข้นขึ้น

  

นำลงจากเตา แล้วใส่เนยลงไป คนให้เข้ากัน ตามด้วย วานิลลา คนให้เข้ากันอีกรอบ แล้วพักไว้ จนเย็นสนิท 
เตรียมลูกเกด โดยผสมกับเหล้ารัมไว้

Make the bread:

  



ใส่แป้งผสมกับ Instant dried yeast และน้ำตาลลง ในชาม คนให้เข้ากันใส่ เกลือ แล้วคนอีกรอบ ใส่นม ลงไปในแป้ง

ใช้พายยางหรือช้อนคันใหญ่คนให้ส่วนผสมเข้ากัน นวดเล็กน้อยให้แป้งจับตัวรวมกัน
นำก้อนแป้งออกจากชาม นวด โดยใช้อุ้งมือดันแป้งไปด้านหน้า แล้วม้วนกลับ กลับด้านแป้ง 90 องศา แล้วนวดแบบเดิมต่อโดยดัน (อย่าลืมทิ่งน้ำหนักลงไปด้วยนะคะ)และม้วนกลับ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ(ดูรูป ที่นี่ค่ะ).
นวดจนโด ซับน้ำทั่ว

ใส่เนยลงไป แล้ว นวดจนแป้งเนียน, นุ่ม, ยืดหยุ่นดี และ shiny แปลว่านวดได้ที่แล้วค่ะ หรือ สามารถเช็คโดได้อีกวิธีคือการใช้มือจับโด แล้วนับ 1-10 หากไม่มีเศษโดเละๆติดมือออกมาก็ถือว่าใช้ได้ค่ะ โดพร้อมที่จะรอขึ้นรอบแรกแล้วปิดด้วยผ้าชื้นๆ พักแป้งไว้ 60 นาที


  

เปิดเตาอบที่ 180°C
รีดแป้งออกเป็นแผ่นสี่เหลี่ยม หนาประมาณ 1 นิ้ว
ทาคัสตาร์ดให้ทั่ว
โรยด้วยลูกเกดลงไป แล้ว ม้วน ให้เป็นทรงกระบอก


  
ตัดเป็น 8 ชิ้น (คัสตาร์ด อาจจะไหลออกมาบ้างนะคะ) แล้ววางลงในถ้วยฟรอยที่เตรียมไว้ แล้วพักทิ้งไว้ 30 นาที
นำเข้าอบ ประมาณ 10-15 นาที จนสีเหลืองสวย

Make the Apricot Glaze:


นำแยม apricot ไปอุ่น จนละลาย แล้วนำมากรองผ่านกระชอนเพื่อแยกกากออก 

  

ทาขนมปังด้วย apricot glaze, แล้วพักให้เย็นสนิท

 

Custard Raisin Bread: Soft and sweet bread, I know that you will love it!

Wednesday, February 17, 2010

Chicken Farm Baker's Project #19: Verrines, Trendy and Luxury in a Glass, Délice du Café Noir

 

สมาชิกฟาร์มไก่ของเรายังคงหลงรักของหวานจาก ฝรั่งเศสอยู่ค่ะ โดยของที่เราทำรอบนี้ มีชื่อเป็นภาษาฝรั่งเศสชื่อ  Verrines ขนมหวานในแก้วสวยที่ทำให้ทุกคนหลงรักค่ะ 

โฮสรอบนี้คือ ก้อย ซึ่งก้อยก็ออกคำสั่งนางพญามาค่ะ ว่าขนมจะต้องมีส่วนประกอบ 3 อย่างขึ้นไป แล้วก็จะต้องมีอย่างหนึ่งที่ต้องอบด้วยค่ะ ^ ^
ปุ๊กเอง อยากทำขนมแบบนี้มานานแล้วค่ะ ก็เลยแทนที่จะทำ แค่ 3 อย่าง ก็เลยทำไป 4 อย่างค่ะ
โดยเริ่มต้นจาก คาราเมลช็อกโกแลตมูส ด้านล่าง ตามมาด้วย ไวท์ช็อกโกแลตมูส ที่คั่นด้วย เค้กที่พรมด้วยเหล้ากาแฟ แล้วโรยด้านบนด้วยเค้กช็อกโกแลต ที่ราดด้วย กานาชช็อกโกแลตกาแฟค่ะ

แต่ละครั้งที่ใช้ช้อนตักลงไป เราก็สามารถเลือกได้นะคะ ว่า จะลิ้มรสส่วนไหนก่อน  ^ ^ จะทานไปที่ไวท์ช็อกมูส ที่มีรสชาตินิ่มนวล หรือจะทานคาราเมลช็อกโกแลตมูสที่รสชาติเข้มข้น หรือทานพร้อมๆกัน ทั้งหมด ก็อร่อยไม่ใช่เล่นค่ะ
คราวนี้ปุ๊กลองทำเป็นครั้งแรก ก็เลยลองใช้ ถ้วย 2 ไซส์ค่ะ ไซส์เล็กจะเป็นขนาด (5.5cmx 8.5cm) ส่วนไซส์ที่ใหญ่กว่า จะเป็นไซส์  (7cmx9cm) โดยทั้งคู่ก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป  ไซส์เล็กก็จะน่ารัก แล้วก็ ทานง่ายนะคะ (ปุ๊กว่า ไซส์นี้ เหมาะสำหรับทานคนเดียวกำลังดีค่ะ แต่ก็นะคะ อาจจะเล็กไปสำหรับบางคนค่ะ) ส่วนไซส์ใหญ่ก็ดี เพราะว่า ขนาดกินกำลังอิ่มเลยค่ะ (ซึ่งมากไปสำหรับปุ๊กนะคะ ไม่สามารถจะทานได้หมดได้ค่ะ) แต่สำหรับคนที่ชอบทานขนมคงจะรู้สึกมีความสุขมาก แล้วถ้าเสิร์ฟไซส์นี้ ในงานเลี้ยงนี้ เพื่อนๆคงรักค่ะ

ก็ตามใจเหมือนเดิมค่ะ ใช้แก้วที่เราชอบ เพราะคราวนี้ โชว์ความเทรนดี้ แล้วก็ เริ่ดหรูให้เต็มที่เลยนะคะ

A lot of thank to my friends Koy who gave me the chocoloate sponge recipe.
Adaptation from: Verrines by José Maréchal 

  

Délice du Café Noir
Makes 6 (3x(5.5cmx 8.5cm) and 3x(7cmx9cm)) 

  

Caramel chocolate  mousse

30g ..................... น้ำตาลทราย
70ml ................... Whipping cream
2 ......................... ไข่แดง
80g ..................... ดาร์กช็อกโกแลต (ปุ๊กใช้แบบ 50% ค่ะ),สับ
170ml ................. Whipping cream
1tbsp .................. น้ำตาลไอซิ่ง

White chocolate mousse

150g .................. ไวท์ช็อกโกแลต, สับ
125ml ................ Whipping cream
1 ....................... เจลาตินแผ่น (หรือ เจลาตินผง 2g)
125ml ................ Whipping cream
1tsp ................... น้ำตาลไอซิ่ง

Chocolate sponge

85g .................... ไข่
42g .................... น้ำตาลทรายละเอียด
........................... เกลือเล็กน้อย
13g .................... แป้งเค้ก
8g ...................... ผงโกโก้
20g .................... แป้งข้าวโพด

Chocolate coffee ganache

50g .................... ดาร์กช็อกโกแลต, สับ
85ml .................. whipping cream
1tsp ................... กาแฟสำเร็จรูป

ช็อกโกแลต และแผ่นทอง สำหรับตกแต่ง
เหล้า Kahlua® หรือ เหล้ากาแฟสำหรับพรมเค้ก



Make the Caramel chocolate mousse:

 

ใส่น้ำตาลลงในหม้อ แล้วนำขึ้นตั้งไฟ พร้อมกันนั้น อุ่น whipping cream ส่วนที่ 70ml ในไมโครเวฟ (ประมาณ 1-2 นาที) เมื่อน้ำตาลสีน้ำตาลทอง เทวิปปิ้งครีมร้อนลงไป คนให้เข้ากัน 
เมื่อเข้ากันดีแล้ว ใส่ช็อกโกแลตลงไป แล้วคนให้เข้ากัน 
เทส่วนผสมของช็อกโกแลตลงไป ในไข่แดง แล้วคนให้เข้ากันแล้วพักให้เย็น

  

ตีวิปปิ้งครีม 170ml กับไอซิ่ง จนตั้งยอดอ่อน

 

ใส่ 1/3 ของวิปปิ้งครีมลงไปในส่วนของช็อกโกแลต คนเบาๆให้พอเข้ากัน
เทส่วนผสมของช็อกโกแลต กลับลงไปในวิปปิ้งครีม แล้วตะล่อมให้เข้ากัน 
เทลงในถ้วยที่เตรียมไว้ 
นำเข้าแช่ในตู้เย็น ระหว่างทำชั้นต่อไป

Make the chocolate sponge cake:

  

เปิดเตาอบที่ 200°C ปูกระดาษ ลงบนพิมพ์ขนาด 24x34cm
ตีไข่ กับเกลือ จนสีอ่อนลง แล้วค่อยๆใส่น้ำตาลลงไป ตีจนเป็น ribbon stage
(จนสามารถ วาดให้เป็นเลขแปดได้ ค่ะ )

  

ร่อนผงโกโก้ แป้งและแป้งข้าวโพดเข้าด้วยกัน 
ใส่ส่วนของแป้งลงในไข่ (โดยแบ่งแป้งเป็น 3 ส่วน ค่อยๆใส่ลงไปค่ะ) ตะล่อมจนเข้ากัน

  

เทส่วนผสมลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้ นำเข้าอบประมาณ 7 นาที


Make the white chocolate mousse:

  

บลูมเจลาติน ในน้ำเตรียมไว้

  

ใส่วิปปิ้งครีมลงในหม้อ แล้วนำขึ้นตั้งไฟ เมื่อวิปปิ้งครีมเดือด นำลงจากเตา ใส่ช็อกโกแลตลงไป คนให้เข้ากัน เมื่อเข้ากันดี ใส่เจลาตินลงไป คนให้เข้ากันพักให้เย็น

  

ใส่ 1/3 ของวิปปิ้งครีมลงไปในส่วนของช็อกโกแลต คนเบาๆให้พอเข้ากัน
เทส่วนผสมของช็อกโกแลต กลับลงไปในวิปปิ้งครีม แล้วตะล่อมให้เข้ากัน 
เทลงในถ้วยที่เตรียมไว้ 


  

ตัดเค้กเป็นชิ้น แล้ววางลงบนมูส แล้วพรมด้วยเหล้าให้ชุ่ม
เททับด้วยมูสอีกรอบ แล้วนำเข้าแช่ในตู้เย็น ระหว่างทำชั้นต่อไป 

Make the coffee chocolate ganache:

  

ใส่วิปปิ้งครีมลงในหม้อ แล้วนำขึ้นตั้งไฟ เมื่อวิปปิ้งครีมเดือด นำลงจากเตา ใส่ช็อกโกแลต และผงกาแฟลงไป คนให้เข้ากัน เมื่อเข้ากันดี พักให้เย็น


Finish the dessert:

  

ตัดเค้กที่เหลือ เป็นชิ้นสี่เหลื่ยมเล็กๆ แล้ววางลงในถ้วย
ราดด้วย  coffee chocolate ganache
แล้วตกแต่งด้วย ทองและช็อกโกแลต 


 

Chicken Farm Baker's Project #19:
Verrines, Trendy and Luxury in a Glass, Délice du Café Noir

Printfriendly