Monday, February 8, 2010

Double delicious: Chocolate Crème brûlée, delicious treat for the chocoholic in you

 
"เราชอบ Crème brûlée มากเลยปุ๊ก" เพื่อนอุ้มสุดที่รัก ส่งเสียงมากตามสายค่ะ "แต่เค้าเบื่อแบบธรรมดา อยากได้ แบบรสชาติใหม่ๆ อร่อยๆ บ้างจัง" เธอยังคงบ่นต่อไป อืม เป็นคำถามที่ เมื่อได้ยินแล้ว ปุ๊กยังคงคิดๆๆๆ ต่อไปอีกนานค่ะ
ปุ๊กเองก็ชอบ Crème brûlée มากเช่นกันค่ะ แต่ตอนนี้ ดูท่าว่า รสชาติ แบบธรรมดา คงไม่สามารถ จะทำให้เพื่อนเรามีความสุขได้จริงๆแล้วมั้ง ปุ๊กเองก็เก็บเอาไปคิด จนนอนไม่หลับค่ะ (555 อันนี้เป็นเรื่องธรรมดาของปุ๊กเลยค่ะ ก่อนนอนจะชอบคิดๆๆๆ ว่า วันรุ่งขึ้น จะทำขนมอะไรดีเน้อ) พอนอนไม่หลับ ก็เลยต้องลุกขึ้นมาค้นหนังสือค่ะ เปิดไป เปิดมา หลายเล่ม เพื่อว่า จะหาคำตอบให้กับเพื่อนรักของเราค่ะ

ในที่สุดก็ได้มาเจอสูตรนี้ค่ะ ในหนังสือ :Crave: A Passion for Chocolate ของ Maureen McKeon,(ปุ๊กเคยใช้เล่มนี้ไปแล้วค่ะ ตอนทำ  CHOCOLATE GANACHE ICE CREAM, แล้วก็เริ่มเป็นหนังสือ แนะนำอีกเล่มหนึ่ง  ^ ^ เรียกว่า สูตรใช้ได้เลยค่ะ เยอะดี แล้วก็น่าสนใจ สำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบช็อกโกแลตค่ะ )
สูตรที่ทำให้ปุ๊กนอนหลับได้ ก็คือสูตรนี้ค่ะ Chocolate Crème brûlée, เรียกว่า เป็นคำตอบให้กับคนที่ชอบทั้งครีม แล้วก็ช็อกโกแลตได้ดีเชียวล่ะค่ะ แล้วก็ที่สำคัญที่สุดคือเป็นคำตอบให้กับเพื่อนของปุ๊ก ที่ต้องการ Crème brûlée ที่พิเศษ และแตกต่างจากเดิมค่ะ !
Crème brûlée คราวนี้ เลยเป็น ของหวานสุดพิเศษ สำหรับchocoholic ทุกคนค่ะ โดยตัวครีมเป็นส่วนผสมของครีมกับช็อกโกแลตค่ะ (ซึ่งอยากจะให้เข้มข้นแค่ไหน อยู่ที่ใจของคนทำค่ะ อิอิ แหม ก็นะ ปุ๊กชอบที่จะบอกแบบนี้นะคะ เพราะปุ๊กเชื่อมากๆเลยว่า ทำขนม ก็ต้องตามใจเรานี่ล่ะค่ะ ขนมจึงจะออกมาอร่อยมากที่สุดค่ะ ^ ^) ดังนั้น เมื่อตักเข้าปากแต่ล่ะคำ ก็จะได้ ความอร่อยแบบเต็มๆค่ะ
ก็เหมือนเดิมค่ะ (ใครๆก็รู้ล่ะค่ะ) ว่าปุ๊กทำ แค่ 1 ใน 4 ของต้นฉบับนะคะ โดยทำออกมาได้ เป็นถ้วยเล็กๆ  4 ใบค่ะ (ก็เหมาะสมกับปริมาณคนกินที่บ้านนะคะ) ดังนั้น เวลาอบของปุ๊กก็เลยสั้นมากๆเลยค่ะ ดังนั้นถ้าใครทำตามปุ๊ก โดยใช้ถ้วยเล็ก ก็ต้องระวังนิดนะคะ เพราะ  Crème brûlée นี่ จะสุกเกินไปได้ง่ายมากค่ะ (แล้วก็สุกไม่เต็มที่ ยังอร่อยกว่า สุกมากไปค่ะ 555)
ส่วน caramel topping ก็ตามใจอีกเช่นกันค่ะ โดยส่วนตัวของปุ๊กเอง ชอบที่จะทานน้ำตาลหนาๆ แบบไหม้ๆค่ะ แต่ถ้าใครไม่ชอบให้หนา หรือให้ไหม้มากไป ก็โรยน้ำตาลไม่ต้องหนามากนะคะ อย่างที่บอกค่ะ นี่เป็นขนมของคุณ อย่ายึดกับตำรามาก ทำตามใจที่คุณต้องการค่ะ ^ ^


ขนมอร่อยๆแบบนี้ จะเสิร์ฟตอนไหนก็ได้ค่ะ แหมจะมากำหนดเวลากันได้ยังไงเนาะ ก็เอาเป็นว่า เมื่อไหร่ ที่ต้องการช็อกโกแลต เพื่อทำให้โลกสดใส อิอิ ก็หยิบมาทานได้เลยค่ะ อร่อยได้ทุกเวลา 


From: Crave: A Passion for Chocolate by Maureen McKeon

 Chocolate Crème brûlée
Make 8-10 (medium size ramekin)

  

Chocolate custard cream

750 ml (26 fl oz/3 CUPS) ................ whipping cream
250 ml (19 fl oz/1 cup) ................... นมไม่พร่องมันเนย
110 g (3¾ OZ/½ cup) .................... น้ำตาล
185 g (6½ Oz/ 1¼ cups) ................ dark chocolate,สับ
185 g (6½ Oz/ 1¼ cups) ................ milk chocolateม สับ
8 .................................................. ไข่แดง

CARAMEL TOPPING

110 g (3¾ OZ/½ cup) .................... น้ำตาลทราย (ปุ๊กใช้น้ำตาลทรายสีรำค่ะ)

เปิดเตาอบที่ 150 °C


MAKE THE CHOCOLATE CUSTARD CREAM:

  

ใส่ครีม นม และน้ำตาล ลงในหม้อ แล้วนำขึ้นตั้งไฟจนเดือด ใส่ช็อกโกแลตทั้ง 2 ชนิดลงไป พักไว้ 2 นาที แล้วจึงคนให้ละลายเข้ากัน

  

ตีไข่แดงด้วย ที่ตีไข่ไฟฟ้า แล้วค่อยๆ ใส่ส่วนของช็อกโกแลตลงไป ผสมให้เข้ากัน แล้ว กรองลงในเหยือก

  

ใส่คัสตาร์ด ลงในถ้วยที่เตรียมไว้ วางถ้วยลงในถาดอบ แล้วใส่ในเตาอบ แล้วเทน้ำร้อนลงไป ให้สูงประมาณ ครึ่งหนึ่งของถ้วย


นำเข้าอบประมาณ 45-60 นาที สำหรับชามใหญ่ (ชามเดียว) หรือ 25-30 นาที สำหรับถ้วย ขนาด กลาง หรือ 15-20 นาที สำหรับถ้วยจิ๋วค่ะ
เมื่อได้ที่แล้ว คัสตาร์ด จะสุกด้านขอบๆ แต่ตรงกลางจะยังกระเพื่อมได้ เมื่อเขย่าเบาๆ โดยจะสุกทั่วเองเมื่อตั้งทิ้งไว้ นำออกจากถาดอบ พักไว้จนเย็นสนิท แล้ว นำเข้าแช่ 4 ชั่วโมง หรือ ข้ามคืน

MAKE THE CARAMEL TOPPING:

 

ใช้ กระดาษซักด้านหน้า ของขนม (ถ้ามี) แล้ว โรยน้ำตาลให้ทั่ว

นำเข้าอบในเตา grill หรือใช้ blow torch เผาให้น้ำตาลละลาย
แล้วพักให้เย็น นำเข้าแช่ตู้เย็น หรือเสิร์ฟเลยก็ได้ค่ะ

 
 
Double delicious: Chocolate Crème brûlée, 
delicious treat for the chocoholic in you

Friday, February 5, 2010

Lemon Biscuits: Easy and delicious cookies, that I want to share!

 

ปุ๊กมักจะมีเลมอนติดบ้านเสมอค่ะ เพราะว่า มันเป็นส่วนผสมที่เป็น พื้นฐาน ของการทำ ขนมอบทั่วๆไปนะคะ แต่บางครั้งก็มีเหมือนกันค่ะ ที่ซื้อมาแล้ว กลับยุ่งมากๆ จนไม่ได้ทำขนมเลย (อืม .... อย่างว่านะคะ ด้วยว่า ไม่ได้ทำขนมเป็นอาชีพค่ะ ยังต้องทำงานอย่างอื่นด้วยนะสิ) คราวนี้ ก็เลยต้องหาสูตร ที่จะมาใช้เลมอน ที่มี อยู่ในตู้เย็น ให้เป็น ประโยชน์ค่ะ เพราะว่างกค่ะ กลัวเสียของ 

คราวนี้ สูตรช่วยชีวิต ของปุ๊ก ก็มาจากนิตยสาร Olive magazine ฉบับ February 2010 ค่ะ เรียกว่า เป็น นิตยสารที่ปุ๊กชอบมากๆเลยนะคะ เชื่อไหมคะ ว่า เคยมีช่วงเวลา ที่ปุ๊กซื้อนิตยสารเยอะมากเลยค่ะ เรียกว่า เดือนล่ะ 4-5 ฉบับ โดยที่ ซื้อแบบไม่คิดด้วยนะ คือ เห็นปุ๊บ หยิบปั๊บ แล้วก็จ่ายเงินเลยค่ะ (เรียกว่า เป็นช่วงนิสัยเสียก็ได้นะ เพราะเล่นหยิบแบบไม่ดูเลยค่ะ) แต่ก็พยายามจะ ไม่ทำแบบนั้นอีกนะคะ เพราะว่า ต่อให้ ซื้อมาเยอะ ก็ไม่มีโอกาสได้ ลองสูตรเท่าที่ควรค่ะ หลังๆก็เลย พยายามจะจำกัดอยู่เฉพาะ ที่เปิดดูด้านในแล้วมีสูตรที่น่าสนใจค่ะ ส่วนเล่มที่ตัวเองชอบ (ที่จะซื้อโดยไม่ดู 555)ก็คือ นิตยสาร Olive นี่ล่ะค่ะ เห็นแล้ว อดใจไม่ได้สักที
ปุ๊กชอบทั้งการวางรูปเล่ม แล้วก็ภาพถ่ายค่ะ ดูเท่ แล้วก็ทันสมัยดีค่ะ แล้วเท่าที่ทำมา ก็ไม่ผิดหวังจากสูตร ที่ลองทำค่ะ จริงๆแล้ว นิตยสาร จาก เครือของ BBC ก็มีอีกเล่มนะคะ ที่เพื่อนปุ๊กชอบมากๆๆ ก็จะเป็น BBC Good Food, เล่มนั้นก็ดีค่ะ แต่ ถ้าจะเทียบกันยังไง ปุ๊กก็ยังชอบ Olive มากกว่าอยู่ดี

ปุ๊กว่า ถ้าใครชอบทำขนม หรือ ทำกับข้าว ก็คงจะรู้ว่า นิตยสารที่เกี่ยว กับอาหาร เป็นสิ่งที่ จะสร้างแรงบัลดาลใจ ได้มากเลยนะคะ ที่จะทำให้อยากลุกขึ้นมากทำขนม หรือ อาหาร ชนิดใหม่ๆ ปุ๊กเองชอบดู พวก เทรน ใหม่ๆค่ะ (อิ อิ ปุ๊กนะ คิดว่า ตัวเองอยู่ในงานด้านนี้เหมือนกันค่ะ แหม ก็ทำบล็อกเกี่ยวกับขนม กะอาหาร เราก็ต้องพยายาม หาอะไร ใหม่ๆมาแชร์กันเนาะ ถือว่าเป็นงานนะเนี่ยะ) แต่จะว่า ไปหลักๆ ที่ปุ๊ก ได้จากการอ่าน นิตยสารพวกนี้ ก็คือ สูตรดีๆ ที่เอามา แชร์กันนี่ล่ะค่ะ  

คราวนี้ ก็เช่นกันค่ะ สูตรที่เอามาแชร์กัน ก็คือ คุกกี้เลมอน (lemon biscuits) ที่เรียกได้ว่า ทำได้ง่ายมากๆเลยค่ะ คราวนี้ ใช้ food processorค่ะ
โดยการทำก็ง่ายๆ แค่ใส่ส่วนผสมลงไป ตามเสต็ป แล้วก็เอามารีด กับตัดเป็นชิ้น แล้วก็อบค่ะ เพียงไม่นาน ก็จะได้ คุกกี้หอมๆ ออกมาจากเตาแล้วค่ะ ส่วนไอซิ่งก็ไม่ได้ยากอะไรนะคะ แล้วยังทำให้คุกกี้ ทั้งน่ารัก แล้วก็อร่อยขึ้นด้วยค่ะ ^ ^

 ปัญหาคือ เมื่อเสร็จแล้วนี่ล่ะค่ะ จะตัดสินใจอย่างไงดี ข้อแรก เราจะเก็บไว้ทานเอง ดีไหมหนอ (อิอิ รู้นะ ว่าอยากจะเลือกข้อนี้ใช่ไหม)  คุกกี้เปรี้ยวๆหวาน กับน้ำชายามบ่าย ก็คงน่าสนใจไม่น้อยใช่ไหมคะ หรือ ข้อเสนอที่ 2 คือ นำเอาไปแจกเพื่อนๆที่เรารัก ค่ะ (คุกกี้ 60 ชิ้น ก็ไม่น้อยนะคะ) ปุ๊กว่า หลังจากแจกไป ผลตอบรับต้องดีแน่นอนค่ะ อย่างหนึ่งที่แน่ใจคือ เพื่อนๆ ที่ได้รับ คงรักเรามากขึ้นหลายเท่าแน่ๆเลยค่ะ





Lemon Biscuits
makes about 60

 

Lemon biscuits
325g ...................... แป้งอเนประสงต์
200g ...................... เนยเค็ม, เย็น สับเป็นชิ้น
125g ...................... น้ำตาลทรายสีรำ
.............................. ผิวเลมอน จากเลมอน 1 ลูก
.............................. น้ำเลมอน จากเลมอน 1 ลูก
2 ........................... ไข่แดง

Lemon Icing
100g ..................... น้ำตาลไอซิ่ง
............................. น้ำเลมอน



เปิดเตาอบที่ 180°C. วางกระดาษรองอบเตรียมไว้บนถาด (หรือใช้ silpat ก็ได้ค่ะ)

ใส่แป้ง และ เนย ลงในโถปั่นของเครื่อง  food processor,แล้วปั่นจน แป้งและเนยผสมกัน จนมีลักษณะ เหมือนเกล็ดขนมปัง
ใส่ผิวเลมอน  ไข่แดง น้ำตาล และน้ำเลมอนลงไป แล้วปั่นให้เข้ากัน


นำออกจากโถปั่น แล้ววางลงบนโต๊ะ (ปูด้วยกระดาษก่อน รีดก็ดีค่ะ) แล้วกดให้เข้ากัน 
รีดเป็นแผ่น หนาประมาณ  5 mm


ตัดด้วยที่ตัดคุกกี้ ขนาด 4.8 mm
วางลงบนถาดที่เตรียมไว้
นำเข้าอบ 15-20 นาที
นำออกมาพักจนเย็นสนิท

Make the Lemon icing:


ร่อนน้ำตาลไอซิ่งลงในชาม ใส่น้ำเลมอนลงไปให้พอผสมเป็นไอซิ่งได้
ราดลงบนคุกกี้


Lemon Biscuits: Easy and delicious cookies, that I want to share!

Tuesday, February 2, 2010

Strawberry Milk tart: Try the new way to make the pastry dough.


ข้อแรก ปุ๊กอยากลองสูตร ส่วนข้อที่สอง คือ ปุ๊กซื้อสตรอเบอรี่มาเยอะค่ะ ก็เลยเป็นเหตุผลว่า ทำไม ทุกคนถึงได้เห็นขนมชิ้นนี้ ในบล็อกปุ๊ก 555 ส่วนผลนะเหรอคะ ก็ออกมาเป็น ทาร์ตที่ทั้งน่ารัก แล้วก็อร่อยนะสิคะ



สูตร ก็มาจากหนังสือ : キッシュ&タルト(quiche &tart) by  三宅 郁美 (Ikumi Miyake) ถ้าใครสังเกตุ ปุ๊กเอามาใส่ ตรงส่วน  on focus เมื่อประมาณ 3 เดือนที่แล้วค่ะ ^ ^ แต่ก็ตามสไตล์ปุ๊กนะคะ อยากทำไปซะทุกอย่าง แต่ ยังทำได้ไม่หมดซะทีค่ะ

ก็ตามที่กล่าวว่า นี่เป็นการทดลองสูตร แล้วก็พบว่า สูตร และวิธีการทำ เจ๋งมากเลยค่ะ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรมาก เพื่อที่จะทำแป้งพาสตรี้ สิ่งที่ต้องการ มีเพียงแค่ กล่องพลาสติกเท่านั้นเองค่ะ เพราะสิ่งที่ต้องทำ ก็แค่ ใส่ทุกอย่างลงในกล่อง แล้วก็เขย่าๆๆๆๆ เท่านั้นเอง (คิดดูสิ ใครจะทำได้ ทำแป้งพาสตรี้โดยการ เขย่า ^ ^ อิอิ) แล้วก็แค่ ห่อด้วย พลาสติก แล้วก็แช่เย็น หลังจากนั้น ก็ทำแป้งตาม วิธีการ ปรกติค่ะ
ปุ๊กอยาก เสนอวิธีนี้ ให้คนที่ ไม่เคย ลองทำแป้งพาสตรี้มาก่อนนะคะ เพราะด้วยวิธีนี้ ไม่จำเป็นจะต้องกลัวเรื่องที่ แป้งจะแข็งจากการ ที่เรานวดมันมากไปค่ะ เพราะเราแค่เขย่า จำได้ป๊ะคะ ^ ^.

แต่ส่วนของใส้ ต้องบอกก่อนว่า สูตร ต้นฉบับมีปัญหาเล็กน้อยค่ะ คือมันไม่ยอมอยู่ตัวซะที ไม่ว่า ปุ๊กจะแช่มันนานแค่ไหน >*<  ปุ๊กก็เลยต้องปรับสูตร โดยการเพิ่มช็อกโกแลตเข้าไปค่ะ แล้วก็ ยังไงอย่าลืมแช่เย็น ก่อนที่จะวางสตรอเบอรี่ลงไปนะคะ ไม่งั้น สตรอเบอรี่ จะจมลงไปค่ะ 

ปุ๊กนะ อยากให้ลองทำจริงๆค่ะ (ใช่คนอ่านนั่นล่ะค่ะ ทำนะ ลองทำดูค่ะ) วิธีการทำแป้งแบบนี้ ที่ง่ายมากๆ แล้วก็ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นสุดๆเลยค่ะ ไม่ต้องใช้ food processor ด้วยนะ

ส่วนรสชาติของทาร์ต ก็อร่อยค่ะ 555 คล้ายๆกับการทาน สตรอเบอรี่กับครีมค่ะ แต่รสชาติจะนุ่มกว่า แล้วปุ๊กว่า คนที่ชอบไวท์ช็อกโกแลตก็น่าจะชอบนะคะ ลองคิดตามนะ ทาร์ตเย็นๆ ทานพร้อมกับชาอุ่นๆสักถ้วย อิ อิ เริ่มอยากจะลองทำกันแล้วใช่ไหมคะ




Strawberry Milk Tart

makes 7 (9cm in diameter and 2 cm deep)


Pastry    
200g ........................ แป้งเค้ก
¼ tsp ....................... เกลือ
2tbsp .......................  น้ำตาลไอซิ่ง
1 .............................  ไข่แดง
2-3 tbsp ...................  น้ำเย็น
100g ........................  เนยจืด (ละลาย แล้วพักให้เย็น)
1 .............................  ไข่ขาว สำหรับทา

White chocolate cream
80g ..........................  White chocolate
50ml ........................  Whipping cream
20g ..........................  น้ำตาลทราย
................................  Vanilla extract

Topping
400g ........................ สตรอเบอรี่
3tbsp ........................ แยมสตรอเบอรี่
................................. พิสตาชิโอ,สับ


 

ร่อนแป้ง, เกลือ, และน้ำตาลไอซิ่ง ใส่ลงในกระป๋องพลาสติก ที่มีฝาปิด ทำให้เป็นช่องตรงกลาง 
ผสมไข่แดง และน้ำเย็นเข้าด้วยกัน  เทใส่ลงตรงกลางของแป้ง ตามด้วย เนยละลาย
ปิดกระป๋อง แล้วเขย่า ประมาณ 30 ครั้ง




เทพาสตรี้ ลงบนพลาสติกแร็ป แล้วห่อ พักไว้ 30 นาทีในตู้เย็น 
เปิดเตาอบไว้ที่  180°C. ทาเนยที่ พิมพ์ขนาด 9 ซม สูง 2 ซม 7อัน



รีดแป้ง ให้บางประมาณ 3 mm (1/8 inch) ตัดให้เป็นชิ้น แล้ววางลงบนพิมพ์ทาร์ต กดให้พอดีกับพิมพ์ ตัดขอบให้เรียบร้อย แล้วพักไว้ 30 นาทีในตู้เย็น



ใช้ส้อมจิ้มให้เป็นรูเล็ก แล้ววางกระดาษรองอบลงไป แล้วใส่  baking beads หรือข้าวสาร(หรือถั่วก็ได้นะคะ) นำเข้าอบ 15 นาที แล้วนำ กระดาษและ baking beads ออก แล้วอบต่อไปอีก 7-8 นาที จนสีเหลืองสวย 



ทาด้วยไข่ขาว ขณะที่ร้อนอยู่ แล้วพักให้เย็น


Make the white chocolate cream:

 

ใส่ whipping cream, น้ำตาล และ vanilla extract ลงในหม้อใบเล็ก แล้วนำขึ้นต้มให้เดือด
เมื่อเดือด เทลงบนช็อกโกแลต คนจนเนียน



เทครีมที่เนียนแล้ว ลงในทาร์ตที่เตรียมไว้ พักให้เย็น 
แล้วนำเข้าแช่เย็นประมาณ 1 ชั่วโมงให้อยู่ตัว 

Prepare the topping:

 


ละลายแยม โดยนำเข้าไมโครเวฟ ประมาณ 30-50 วินาที จนเหลว แล้วกรองผ่านกระชอน ให้เหลือแต่น้ำ จุ่ม สตรอเบอรี่ ลงในแยม แล้ววางลงบนทาร์ต
น้ำเข้าแช่เย็น 20 นาที แล้วโรยด้วย พิสตาชิโอสับ ก่อน เสิร์ฟ 



Strawberry Milk tart: Try the new way to make the pastry dough.

Printfriendly