สมัยเด็กๆ ปุ๊กชอบทานถั่วเคลือบน้ำผึ้งแบบนี้มากๆ ค่ะ
Showing posts with label ของว่าง. Show all posts
Showing posts with label ของว่าง. Show all posts
Tuesday, September 3, 2019
Thursday, February 28, 2019
Saturday, April 29, 2017
Sunday, April 16, 2017
Thursday, May 12, 2016
โดนัทคลุกน้ำตาล, ขนมอร่อยจากวัยเด็ก
หลายๆคนคงเป็นเหมือนปุ๊กนะคะ ที่ชอบทานทั้งอาหาร และขนมที่เป็นของทอด 555 อย่างว่าค่ะ มันทำให้รู้สึกดีเนาะ
Thursday, March 31, 2011
Caramel Banana: Let me make you feel better!
ช่วงนี้อากาศในเมืองไทยประหลาดมากๆค่ะ ทั้งๆที่เดือนมีนาแล้ว แต่อากาสกลับหนาว (ปรกติแล้วช่วงนี้ปุ๊กคงบ่นค่ะ ว่า อากาศร้อนเกินไปแล้ว อะไรแบบนั้นมากกว่า ^^"), ก็เลยทำให้หลายๆคนที่ปุ๊กรู้จัก เริ่มกังวลค่ะ
Saturday, March 19, 2011
Delicious Pancake from Pierre Hermé: Infiniment, Simply the best!!!!
ปุ๊กคิดว่า เราก็คงไม่ได้ต้องการอะไรมากมายเพื่อที่จะ ทำให้เรามีความสุข (แต่ไม่ได้หมายความว่าปุ๊กจะเลิกทำขนมประเภท วุ่นวายๆนะคะ เพราะอันนั้น เป็นความชอบค่ะ 555) แต่ในบางขณะ ขนมง่ายๆ ที่อร่อยๆ ก็ทำให้รู้สึกดีขึ้นได้เหมือนกันนิคะ ^^.
Monday, December 6, 2010
Le rêve de pomme crumble: When apple crumble wants to be more beautiful
ปุ๊กว่าทุกคนคงมีความฝันเหมือนกันใช่ไหมคะ ^^ และบางครั้ง ปุ๊กว่าหลายๆสิ่งหลายๆอย่าง ก็คงมีความฝันว่า ตัวเองจะสวยขึ้นหรือดูดีขึ้น เหมือนกันค่ะ คราวนี้ปุ๊กก็เลยลองใช้ความพยายามเต็มที่ในการที่จะ dress up เจ้าขนมที่แสนธรรมดา "Apple crumble" ให้กลายเป็น เจ้าหญิงแสนสวยค่ะ
ว่าไปแล้ว เจ้า "Apple crumble" เนี่ยะ เป็นขนมที่แสนจะธรรมดา แล้วก็ homey มากๆเลยนะคะ แต่เพราะเขาธรรมดาจนเรา ไม่ค่อยได้คิดว่า จะแปลงเขายังไงให้เขาออกมาเป็น ขนมที่แสนสวย แต่ไม่ได้ทำให้เขาเปลี่ยนไปค่ะ (อืม ปุ๊กคิดไม่ออกนะ ว่า จะแปลยังไงคือ ไม่ให้รู้สึก pretending อะค่ะ) "Apple crumble" คราวนี้ เลยยังคงมีความโฮมมีอยู๋ ไม่ว่าจะเป็น sauté apple (แอ๊ปเปิ้ลผัด) ที่ให้รสชาติใกล้เคียงกับการนำเอาแอ๊ปเปิลไปอบ ตามมาด้วย vanilla mousse ที่เข้ามาแทนที่ custard sauce และ red berry jelly ที่มีความซ่าเล็กน้อยของ Vodka และรสชาติเปรี้ยวนิดๆ ที่ทำให้ทุกอย่างในถ้วยเข้ากันได้ดีขึ้น แล้วยังมีครัมเปิ้ลที่รสชาติเข้มข้น ที่เพิ่มทั้งความกรุบกรอบและหอมมันให้กับ verrine แก้วนี้ค่ะจริงๆแล้ว ความฝัน ก็คงเป็นความฝันของปุ๊กมากกว่านะคะ ^^ เพราะปุ๊กชอบไอเดียของการใส่ขนมลงในแก้วมากๆเลยค่ะ มันทั้งน่ารัก แล้วก็ยังง่ายต่อการ เสิร์ฟด้วยนะคะ (ปุ๊กใช้แก้วใบเล็ก ขนาดประมาณ5.5x8.5cm ที่บางคนอาจจะรู้สึกว่า เล็กไปนะคะ แต่สำหรับที่บ้านปุ๊ก ขนาดนี้กำลังดีค่ะ เพราะว่า เราสามารถทานได้หมดถ้วยโดยไม่รู้สึกว่า มันหนักเกินไป) ปุ๊กก็เลยคิดว่า จะทำยังไงถึงจะเอาของโปรดของปุ๊ก "Apple crumble" ใส่ลงไปในแก้วใบเล็กนี้ได้ แล้วทำให้มันน่ารักน่าทานขึ้นมากกว่าเดิมด้วย และอีกอย่างคือ ปุ๊กอยากจะเอาเครื่องดื่มที่ปุ๊กชอบดื่มมาก Smirnoff Ice® (อร่อยๆค่ะ 555 อุ๊ยๆ อย่ามองปุ๊กในแง่ร้ายนะ ก็แค่ขวดเล็กๆเองค่ะ ไม่เป็นไรเนาะ ^^).
คราวนี้ ก็เลยออกมาเป็น สูตรที่ค่อยๆเอาสูตรจากหลายๆที่ มารวมๆกันค่ะ เพื่อให้ได้ออกมาเป็น สูตรที่ต้องการ โดยชั้นแรก เจ้าred berries jelly ที่ทำไม่ยากเลยค่ะ แล้วก็ไม่ต้องห่วงนะคะ ถ้าไม่ดื่มเหล้า ก็ใช้น้ำมะนาวกระป๋องแทนได้ค่ะ ตามมาด้วย vanilla mousse ที่เป็น custard base mousse ที่แสนจะริซและให้ความรู้สึกดีค่ะ เมื่อมาถึงแอ๊ปเปิ้ล ก็เป็น แอ๊ปเปิ้ลผัด ที่ปุ๊กขอแนะนำว่า ควรจะเป็น Granny Smith apple, นะคะ เพราะ เราต้องการความเปรี้ยวและอยู่ตัวของแอ๊ปเปิ้ลค่ะ สุดท้ายคือครัมเบิ้ลค่ะ ที่แสนจะกรอบมัน
สุดท้ายปุ๊กก็ได้มาแล้วค่ะ ของหวานในฝัน เจ้าแอ๊ปเปิ้ลครัมเบิ้ลที่แปลงร่างกลายเป็น สาวสวย ปุ๊กว่า ใครๆก็คงไม่ปฏิเสธเธอใช่ไหมคะ ก็เธอออกจะสวยขนาดนี้นะ ^^
Le rêve de pomme crumble
Serve 6 (using small glass 5.5x8.5cm)
Berry Vodka jelly
135g ................................ Frozen berries (ผสมกันหลายๆอย่างค่ะ)
55g ................................. Raspberry puree
65g .................................. Smirnoff Ice®
70g .................................. น้ำตาลทรายละเอียด
4g .................................... เจลาตินแผ่น
Vanilla mousse
Cream anglaise
100g ...................... นมจืด
30g ........................ น้ำตาล
................................ เม็ดวานิลลา จาก วานิลลา ¼ ของฝัก
20g ........................ ไข่แดง
3g ................................... เจลาตินแผ่น
140g .............................. Whipping cream
Sauté apple
300g ............................. แอ๊ปเปิ้ล
15g ................................ เนย
60g ................................ น้ำตาลทราย
1½tsp ........................... น้ำเลมอน
Crumble
50g ................................. แป้งอเนกประสงค์
50g ................................. น้ำตาลทรายแดง
50g ................................. อัลมอนด์
60g ................................. เนย
......................................... เกลือเล็กน้อย
......................................... อบเชยป่นเล็กน้อย
Make the berry jelly:
บลูมเจลาติน ในน้ำเย็นพักไว้
ผสม ราสเบอรี่ puree กับน้ำตาลทราย
แบ่งส่วนผสมครึ่งนึงใส่ลงในถ้วยที่สามารถใช้ในไมโครเวฟได้ แล้วนำเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟ แล้วใส่ เจลาตินลงไป ผสมให้เข้ากัน
เทลงในราสเบอรี่ puree ที่เหลือ ข้นให้เข้ากัน แล้วใส่ Smirnoff Ice®, ลงไป จะมีฟองขึ้นมา ให้พักจนฟองลดลงก่อน
เทลงในถ้วยที่ใส่เบอรี่ไว้ แล้วนำเข้าไปแช่ในตู้เย็น ข้ามคืนMake the vanilla mousse:
First make the Creme anglaise:
บลูมเจลาตินในน้ำเย็น
นำนมไปต้มในหม้อใบเล็ก แล้วตีไข่แดงกับน้ำตาลและเม็ดวานิลลาให้เข้ากันในหม้อก้นหนา
พอนมเดือด เทนมลงในไข่แดงที่ตีไว้ โดยตีตลอดเวลาจนเข้ากันหมด
วางหม้อขึ้นตั้งไฟกลาง แล้วคนตลอดเวลา จนเดือด และข้นขึ้น ใส่เจลาตินลงในส่วนผสมร้อนๆ คนให้เข้ากัน แล้วเทผ่านกระชอนเพื่อกรองเอาเศษไข่ออก
พักจนเย็นสนิท
ตีครีมจนตั้งยอดอ่อนพักจนเย็นสนิท
ใส่ 1/3 ของครีมลงใน creme anglaise ตะล่อมให้เข้ากัน
หลังจากนั้น ให้ค่อยๆตะล่อมส่วนของ creme anglaise กับครีมกลับเข้าไปในส่วนของครีมค่ะ ส่วนผสมจะอยู่ประมาณ ribbon stage ค่ะ
บีบครีมลงในถ้วยที่ใส่เจลลี่ไว้ (ใช้ไม่หมดนะคะ)นำเข้าแช่เย็นพักไว้
Make the sauté apple:
ใส่เนยลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟอ่อน เมื่อเนยละลายนำแอ๊ปเปิ้ลลงไปผัด
เมื่อแอ๊ปเปิ้ลเริ่มนิ่ม ใส่น้ำตาลและน้ำเลมอนลงไป ผัดจนน้ำตาลละลาย และเริ่มมีสีเข้มขึ้น นำลงจากเตาแล้วพักจนเย็นสนิท
Make the crumble:
เปิดเตาอบที่ 180°C
วางกระดาษรองอบลงในถาดอบ
ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในเครื่อง food processor, เปิดเครื่องผสมให้เข้ากัน
กดให้แบน แล้วนำเข้าอบ 10 นาที
นำออกจากเตาลดความร้อนในเตาลงเหลือ 150°C
ใช้ส้อมยีให้แยกเป็นครัม แล้วพักให้เย็นลง
เมื่อเย็นลง นำไปอบอีกรอบอีก 10 นาที แล้วนำออกมาพักจนเย็นสนิท
Assemble the dessert:
วาง sauté apple ลงบน vanilla mousse แล้วโรยครัมลงด้านบน
นำเข้าแช่เย็นจนกว่าจะเสิร์ฟ
Le rêve de pomme crumble:
When apple crumble wants to be more beautiful
Friday, August 27, 2010
August 2010 Daring Bakers Challenge #43: Baked Alaska
Daring bakers มาแล้วค่าาาาาา ^^ เดือนนี้ ปุ๊กไม่มีเหตุผลที่จะสกิปแล้วค่ะ แต่ก็นะเดือนที่แล้ว ชีวิตเต็มไปด้วย การเที่ยวๆๆๆ กินๆๆๆ ช็อปๆๆๆ จนไม่มีเวลาจะทำขนมเท่าไหร่ค่ะ 555

สำหรับเดือนนี้ มีคุณ Elissa (จากบล็อก 17 and Baking) เป็นโฮสค่ะ โดยได้ให้โจทย์เป็น Baked Alaska หรือ Ice Cream Petit Fours, เราจะเลือกทำอะไรก็ได้ค่ะ ปุ๊กเอง ตั้งใจไว้เลยนะคะ ว่าจะทำทั้ง 2 อย่างเลยล่ะค่ะ แต่ก็นะ บางทีชีวิตก็มีเรื่องวุ่นวายไม่ได้ดังใจค่ะ ผลสรุปคือ ปุ๊กไม่สามารถทำ Ice Cream Petit Fours ให้เสร็จได้ค่ะ ทั้งๆที่เหลืออยู่ขั้นตอนเดียวคือ การทำ chocolate glaze เท่านั้นเอง !!!!
แต่ก็ยังดีค่ะ ที่ได้ทำ Baked Alaska ไว้ก่อน แล้วสามารถทำส่งได้ทัน เพราะอันนี้เป็น อะไร ที่อยากลองค่ะ เหตุผลไม่มีอะไรมาก ก็แค่ไม่เคยทำมาก่อนเท่านั้นเอง ^^ พอได้ลองทำก็เลยรู้สึกสนุกมากๆค่ะ
Baked Alaska เป็นขนมที่มีส่วนประกอบอยู่ 3 อย่างค่ะ คือ เค้กเนย ไอศครีม และเมอแรงค์ โดยมีจุดสำคัญคือการนำตัวขนมที่คลุมด้วยเมอแรงค์แล้ว ไปอบ หรือ เผาด้วย blow torch ค่ะ ซึ่งแนะนำว่า วิธีการ เผาด้วย blow torch ดีกว่าการอบนะคะ ค่อนข้างแน่ใจได้ว่า ไอศครีมภายในจะไม่ละลาย ก่อนที่เมอแรงค์จะเป็น สีน้ำตาลสวยค่ะ
ถึงแม้ว่า จะมีตัวเลือกมากมายนะคะ แต่ในคราวนี้ ปุ๊กทำไอศครีมสูตรเบสิคมากๆค่ะ คือ เป็น ไอศครีมวานิลลาค่ะ ซึ่งก็รสชาติดีมากเลยนะคะ (จริงๆหนังสือเล่มนี้ปุ๊กก็มีนะคะ และยังลองไปหลายสูตรแล้วด้วย เพียงแต่ไม่เคยลองสูตรนี้เลย 555) แต่สูตรที่ทำให้ประทับใจมากๆ น่าจะเป็น สูตรของเค้กค่ะ เรียกว่า ร้อง "Wow" เลยล่ะค่ะ เนื้อนิ่ม ฉ่ำ แล้วก็อร่อยมากทีเดียว เรียกว่าประทับใจสุดๆค่ะ !!!! ปุ๊กว่า น่าจะมาจากการที่ เราเอาเนยไปต้มให้ ส่วนของนมไหม้ ซึ่งทำให้ ส่วนของน้ำในเนยระเหยไปด้วยค่ะ เนยก็เนยจะคล้ายๆกับช็ตเทนนิ่ง (ช้อตเทนนิ่งไม่มีน้ำเป็นส่วนประกอบค่ะ) ทำให้เค้กเบาฟูขึ้น
แต่ว่า เค้กจะเนื้อแน่นนะคะ เมื่อนำไปแช่ช่องแช่แข็ง แต่ก้ไม่ได้แย่อะไร เมื่อเราทานรวมกับไอศครีมค่ะ ปุ๊กว่า มันอร่อยดีทีเดียวค่ะ คราวนี้ เลยขอขอบคุณโฮส คุณ Elissa จากบล็อก 17 and Baking มากๆเลยค่ะ สำหรับสูตรดีๆ
The August 2010 Daring Bakers’ challenge was hosted by Elissa of 17 and Baking. For the first time, The Daring Bakers partnered with Sugar High Fridays for a co-event and Elissa was the gracious hostess of both. Using the theme of beurre noisette, or browned butter, Elissa chose to challenge Daring Bakers to make a pound cake to be used in either a Baked Alaska or in Ice Cream Petit Fours. The sources for Elissa’s challenge were Gourmet magazine and David Lebovitz’s “The Perfect Scoop”.
Baked Alaska
Make 8-9 (6 cm mold)
Vanilla Ice Cream
1 cup (250ml) นม (แบบไม่พร่องมันเนย)
เกลือเล็กน้อย
3/4 cup (165g) น้ำตาล
1 vanilla bean, ผ่าครึ่ง หรือ pure vanilla extract 2ช้อนชา
2 cups (500ml) (approx 35% butterfat) Whipping cream
5 ไข่แดง
1 teaspoon (5ml) pure vanilla extract
1. ต้มนมและเกลือ ในหม้อ จนเริ่มมีไอขึ้น ขูดเม็ดวานิลลา แล้วใส่ลงในหม้อนมพร้อมกับผักวานิลลา ปิดฝา แล้วนำลงจากเตา พักไว้ 1 ชั่วโมง (ถ้าไม่มีเม็ดวานิลลาก็ข้ามขั้นตอนนี้ไปเลยค่ะ)
2. วางชามผสมขนาด 2 litre เพื่อทำ ice bath วางกระชอนไว้บนชามผสมใบเล็กอีกใบแล้ววางลงไปใน ice bath แล้วใส่ครีมลงไป
3. ในชามอีกใบ ตีไข่แดงและน้ำตาล อุ่นนมให้ร้อน แล้ว เทลงในส่วนของไข่ ค่อยๆเทลงไปในขณะที่ตีไข่ไปด้วย เมื่อเทส่วนผสมไปประมาณ 1/4 ถ้วยแล้ว ให้เททั้งหมดกลับลงไปในหม้อ
นำขึ้นตั้งไฟอ่อน โดยคนตลอด จนกระทั่งข้น จนสามารถ ปิดช้อนมิด
4. กรองส่วนผสมผ่านกระชอนลงในครีม แล้วคนให้เข้ากัน จนเริ่มเย็นใส่ vanilla extract (1 teaspoon [5ml] ถ้าใช้ vanilla beanหรือ 3 teaspoons [15ml] ถ้าไม่ได้ใช้ค่ะ) แล้วพักไว้ให้เย็นจัดในตู้เย็น ประมาณ 1คืน
5. เอาฝักวานิลลาออก แล้วนำลงปั่นในเครื่อง หรือถ้าไม่มีเครื่องให้ลองทำตามคำแนะนำจาก David Lebovitz ค่ะ
Brown Butter Pound Cake
19 tablespoons (9.5 oz) (275g) เนยจืด
2 cups (200g) แป้งเค้ก ร่อน
1 teaspoon (5g) ผงฟู
1/2 teaspoon (3g) เกลือ
1/2 cup (110g) น้ำตาลทรายแดง (ถ้าตวงแบบถ้วยให้อัดลงในถ้วยค่ะ)
1/3 (75g) cup น้ำตาลทราย
4 ไข่
1/2 teaspoon pure vanilla extract
2 cups (200g) แป้งเค้ก ร่อน
1 teaspoon (5g) ผงฟู
1/2 teaspoon (3g) เกลือ
1/2 cup (110g) น้ำตาลทรายแดง (ถ้าตวงแบบถ้วยให้อัดลงในถ้วยค่ะ)
1/3 (75g) cup น้ำตาลทราย
4 ไข่
1/2 teaspoon pure vanilla extract
1. เปิดเตาอบที่ 325°F/160°C และทาเนย และโรยแป้งลงในพิมพ์สี่เหลี่ยมขนาด 9”x9” (23cmx23cm)
2. ใส่เนยลงในกระทะขนาด 10” (25cm) แล้วตั้งไฟปานกลาง (ปุ๊กใช้หม้อค่ะ ตามความถนัด 555) ละลายเนย และปล่อยให้ส่วนของนม เริ่มเปลี่ยนเป้น สีน้ำตาลเข้ม เนยจะหอมเหมือนถั่วค่ะ (ตอนนี้ ห้ามละสายตาค่ะ แป๊บเดียวก็ไหม้ได้เลยนะคะ) เทลงในชาม แล้วพักให้เย็น นำเข้าแช่ช่องแช่แข็ง จนเนยเริ่มจับตัวเป็น ก้อนอีกครั้งประมาณ 15-30 นาที
3. ผสมแป้งเค้ก ผงฟู และเกลือเข้าด้วยกัน พักไว้
4. ตีเนย น้ำตาลทรายแดง และ น้ำตาลทราย เข้าด้วยกัน จนฟูขาว ประมาณ 2 นาที ใส่วานิลลาเอ็กแทร็ค แล้วใส่ไข่ลงไปทีล่ะฟอง ตีให้เข้ากัน
5. ใส่แป้งลงไป โดยผสมด้วยเครื่องที่ความเร็วต่ำ จนเข้ากันดี
6. เทส่วนผสมลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้ ปาดให้เรียบ แล้วเคาะพิมพ์กับเคาเตอร์เล็กน้อย
แล้วจึงนำเข้าอบ ประมาณ 25 นาที หรือจนด้านบนสีทองสวย และเมื่อใช้ไม้จิ้มลงไปไม่มีเศษเค้กติดออกมา
7. พักในพิมพ์ ประมาณ 10 นาที แล้วใช้มีดแซะด้านข้างของเค้ก แล้วนำออกมาพักบนตระแกรง
Assembly Instructions – Baked Alaska
1. ใช้พลาสติกแร็ปรองในถ้วยขนาด 4นิ้ว (10cm) 4 ใบ โดยให้มีปลายเหลือออกมา แล้วใส่ไอศครีมลงไป แล้วใช้ ปลายพลาสติกที่เหลือปิดลงไป แช่เย็นจนอยู่ตัว
Note: ปุ๊กใช้ถ้วย pudding ที่เป็นซิลิโคนค่ะ ขนาดจะเล็กกว่าของต้นฉบับ ดังนั้น หากใครทำแบบปุ๊กก็จะได้ขนมประมาณ 8-9 ชิ้น ขึ้นอยู่กับการตัดเค้กค่ะ
Note:ปุ๊กใช้ที่ตัด ขนาด 6 cm เพื่อตัดเค้กเป็น ฐานค่ะ
คว่ำไอศครีมลงบนเค้กที่ตัดไว้ หากไม่พอดี ให้ตัดแต่งเล็กน้อยค่ะ
Meringue (For the Baked Alaska)
8 ไข่ขาว
8 ไข่ขาว
½ teaspoon (3g) cream of tartar
½ teaspoon (3g) เกลือ
1 cup (220g) น้ำตาล
½ teaspoon (3g) เกลือ
1 cup (220g) น้ำตาล
ตีไข่ขาว เกลือ และ cream of tartar ด้วยความเร็วสูงจนตั้งยอดอ่อน แล้วจึงค่อยๆใส่น้ำตาลลงไป ตีไปเรื่อยจนตั้งยอดแข็ง
บีบเมอแรงค์ลงบนเค้ก (หรือจะใช้ที่ปาด ปาดก็ได้นะคะ) ให้ เมอแรงค์คลุมไอศครีม และเค้กให้ทั่ว นำเข้าแช่ช่องแข็ง ประมาณ 1 ชั่วโมง หรือ 1 วัน
ใช้ blow torch เผาปลายของเมอแรงค์ หรือ จะนำเข้าอบที่อุณหภูมิ 500°F/260°C ประมาณ 5 นาที หรือจนเมอแรงค์สีทองสวย เสิร์ฟ ทันทีค่ะ
August 2010 Daring Bakers Challenge #43: Baked Alaska
Wednesday, March 24, 2010
CHARLOTTE À LA BANANE: Banana charlotte, sexy and lovely banana!
ถ้ามีใครถามว่า ชอบทานกล้วยหอมไหม ? ปุ๊กบอกได้เลยนะคะ ว่าปุ๊กชอบมากๆเลยค่ะ ไม่ว่า จะเป็น ทานเป็นลูก นำไปอบ นำไปทอด หรือ ว่า จะนำไปทำเป็น ขนมหลายๆอย่างค่ะ
กล้วยหอม เป็น ผลไม้ที่เรียบง่ายมากเลยค่ะ แต่ว่า มักจะถูกมองข้ามนะคะ เพราะว่า การจะนำกล้วยหอมมาตกแต่งจะยากค่ะ เพราะเมื่อกล้วยถูกหั่น แล้ว ก็มักจะกลายเป็นสีดำเมื่อทิ้งไว้นานๆนะคะ (หรือเรียกว่า oxidation).
แต่เมื่อปุ๊กเห็น ขนมชิ้นนี้ ในหนังสือ: おいしい顔のお菓子たち โดย Katsuhiko Kawata, ปุ๊กคิดว่า อืม... สุดยอดเลยค่ะ เพราะว่า หน้าตาขนมก็ดูสวยงาม แล้วการนำกล้วยหอมมาตกแต่งแบบนี้ ก็ดูดีค่ะ โดยขนมชิ้นนี้ จะมีรสชาติของกล้วยหอมแบบเต็มๆค่ะ แล้วยังใช้ กล้วยหอมในการตกแต่งด้วยค่ะ
กล้วยหอม จึงได้กลายเป็น ราชินีไปแล้วค่ะ สำหรับรอบนี้ เพราะโดยส่วนใหย่แล้ว กล้วยหอมมักจะเป็นส่วนประกอบ (หรือเป็น back up ให้กับรสชาติอื่นๆ (โดยเฉพาะ ช็อกโกแลตค่ะ) คราวนี้ เรานำกล้วยหอมมา เผาให้สวย แล้วทาด้วย glaze ซึ่งทำให้ กล้วยหอม ไม่ดำ และกลายเป็น อัญมณีสีเหลืองสวย ที่ตกแต่งอยู่บน charllote ของเราค่ะ
ภายในของcharlotte เป็น banana bavarois ค่ะ ที่มาพร้อมกับ กล้วยหอมผัด ทั้งกลิ่นหอม และความนุ่มนวลของรสชาติ เยี่ยมยอดจริงๆค่ะ เรียกว่า คนที่ชอบกล้วยหอม น่าจะชอบขนมแบบนี้เช่นกันค่ะ
คราวนี้ เลยชวนเชิญคนที่ชอบทานกล้วยหอมเหมือนกัน มาทำ charlotte กล้วยหอมกันค่ะ เพราะเมื่อนำมาตกแต่งแบบนี้ กล้วยหอมของเรา ก็ออกมาสวยเซ็กซี่ได้เช่นเดียวกันค่ะ ^ ^
คราวนี้ เลยชวนเชิญคนที่ชอบทานกล้วยหอมเหมือนกัน มาทำ charlotte กล้วยหอมกันค่ะ เพราะเมื่อนำมาตกแต่งแบบนี้ กล้วยหอมของเรา ก็ออกมาสวยเซ็กซี่ได้เช่นเดียวกันค่ะ ^ ^
CHARLOTTE À LA BANANE
Makes 15 cm
BISCUITS À LA CUILLÈRE
3 .................................. ไข่แดง
75g .............................. น้ำตาลทราย (a)
3 .................................. ไข่ขาว
28g .............................. น้ำตาลทราย (b)
75g .............................. แป้งเค้ก
...................................... น้ำตาลไอซิ่ง สำหรับโรย
BAVAROIS À LA BANANE
4 ................................... ไข่แดง
150g ............................ น้ำตาลทราย
250g ............................ กล้วยหอมบด
50g .............................. นม
7g ................................. เจลาติน
60g .............................. นม
1tsp ............................. เหล้าRum
250g ............................ Whipping cream
BANANE SAUTÉ
1 ................................. กล้วย ตัดเป็นชิ้นขนาด 1 เซนติเมตร
7g ............................... เนยจืด
15g ............................. น้ำตาลทราย
20ml ........................... เหล้าRum
SYRUP
70g ............................ น้ำตาลทราย
50g ............................ น้ำ
1tbsp ......................... เหล้าRum
BANANE BRÛLÉ
2 ................................ กล้วยหอม ตัดเป็นชิ้น ขนาด 1 เซนติเมตร
................................... Apricot jam
Make the biscuits:
เปิดเตาอบที่160°C.
1. ตีไข่ขาว จนขึ้นฟู ตั้งยอดอ่อน แล้วค่อยๆใส่ น้ำตาล 28 กรัม (น้ำตาล b) ตีต่อไป จนตั้งยอดแข็ง และแววสวย
2. ตีไข่แดง กับ น้ำตาล 75กรัม (น้ำตาล a) จนกระทั่งเข้ากันดี ประมาณ 1-2 นาที แล้วจึงนำไข่แดง และร่อนแป้งใส่ลงในเมอแรงค์ ตะล่อมทั้งหมด ลงใน เมอแรงค์ลงไป อย่างเบามือ - แบทเทอร์จะยุบตัวลงค่ะ ไม่ว่าจะระวังแค่ไหน ^ ^" แต่ก็ขอให้เบามือค่ะ
1. เตรียมถุงบีบ โดยใส่หัวกลมขนาด 8-10mm ไว้ แล้วเตรียมกระดาษรองอบไว้บนถาด
2. ตักใส่ถุงแล้วบีบเป็น วง 2วง ขนาด 12cm และขนาด 6 cm และบีบส่วนที่เหลือ เป็น เส้นขนาด11 cm กว้าง 10-12mm โรยด้วย น้ำตาลไอซิ่ง พักไว้ 15 นาที จนน้ำตาลเป็นเกล็ด
3. โรยน้ำตาลไอซิ่งอีกรอบ แล้วนำเข้าอบ 17-20 นาที จนเป็นสีทองสวย พักไว้ จนเย็น
4. เมื่อเย็น ใช้ spatula แซะบิสกิตออกมา
Make BANANE SAUTÉ:
ใส่เนยลงในกระทะ ตั้งไฟอ่อน เมื่อเนยละลาย ใส่กล้วยและน้ำตาลลงไป ผัดไปเรื่อยๆ จนเมื่อกล้วยเริ่มเละ ใส่เหล้ารัมลงไป แล้วผัดจนสีน้ำตาลสวย
Make BAVAROIS À LA BANANE:
ผสมไข่แดง กับน้ำตาลจนสีอ่อน พักไว้
ใส่นม 50ml ลงในหม้อ แล้วใส่กล้วยหอมบดลงไป นำขึ้นตั้งไฟกลาง เมื่อเดือดนำลงจากเตา
แช่เจลาตินในน้ำเย็น แล้วพักไว้
ใส่ส่วนของกล้วยหอมลงในไข่แดง คนให้เข้ากัน
เทส่วนผสมกลับลงในหม้อ ตั้งไฟอ่อน จนเดือดเบาๆ แล้วนำลงจากเตา ใส่เจลาตินลงไป คนให้ละลาย
พักไว้จนเย็นสนิท
ตี whipping cream จนตั้งยอดอ่อน
เทนม 60ml ลงในส่วนของนม คนให้เข้ากัน ใส่รัมแล้วคนให้เข้ากัน
ใส่ 1/3 ของครีมลงในส่วนของกล้วย ตะล่อมให้เข้ากัน
เทส่วนผสมกับลงในส่วนของครีม แล้วตะล่อมให้เข้ากัน
Assemble:
ต้มส่วนผสมของ syrup โดยผสมน้ำ และน้ำตาลเข้าด้วยกัน จนเดือด แล้วพักให้เย็น เมื่อเย็น ผสมเหล้ารัมลงไป
ล้อมพิมพ์ขนาด 15เซ็นติเมตร ด้วย อะลูมิเนี่ยมฟรอย เพื่อให้ขอบสูงขึ้น
วางบิสกิตขนาด 12 cm ลงไป แล้วล้อมด้วย เลดี้ฟิงเกอร์
พรมบิสกิตด้วย ไซรัป
ใส่ 1/3 ของ bavarois ลงในพิมพ์ แล้วทับด้วย sauté banana
ใส่ 1/3 bavarois ลงไป แล้วทับด้วย บิสกิตขนาด 6cm
พรม บิสกิตด้วย ไซรัป แล้วเท bavarois ลงไป
นำเข้าแช่เย็น ประมาณ 4 ชั่วโมง หรือข้ามคืน จนอยู่ตัว
เมื่อต้องการเสริฟ ทำ BANANE BRÛLÉ:
ต้มแยมในหม้อบนความร้อนต่ำ จนละลาย แล้วกรองผ่านกระชอน
วางกล้วยหอม ลงบนถาด แล้วเผาด้วย blow torch แล้วทาด้วย apricot glaze.
ตกแต่ง ด้านบนด้วย brûlé banana แล้วเสิร์ฟ
CHARLOTTE À LA BANANE: Banana charlotte, sexy and lovely banana!
Subscribe to:
Posts (Atom)




















































