Showing posts with label อาหารไทย. Show all posts
Showing posts with label อาหารไทย. Show all posts

Thursday, February 27, 2020

Thursday, February 28, 2019

Tapioca Balls with Pork Filling (Sa-Ku Sai Muu) สาคูไส้หมู

ตั้งแต่เริ่มเข้าครัว เมนูนี้ ถือเป็นเมนูที่อยากทำมากๆ เมนูนึงค่ะ  

Thursday, November 29, 2018

ข้าวเหนียวหน้านวล

ชีวิตของเราไม่มีคำว่าหวานเกินไปค่ะ (ตราบใดที่เราสามารถควบคุมมันได้นะ อิอิ)

Thursday, February 22, 2018

Monday, November 20, 2017

ขนมไทยง่ายๆ: ข้าวเหนียวแก้ว


บางคนอาจจะคิดว่า ขนมไทยทำยากไปหมด แต่ไม่จริงเลยค่ะ มีขนมไทย หลายๆอย่างที่ทำได้ง่ายๆ แบบไม่ต้องใช้อุปกรณ์ หรือส่วนผสมที่หายากเลย

Saturday, September 16, 2017

ข้าวมันไก่ แบบใช้หม้อหุงข้าวใบเดียว

คิดว่า ข้าวมันไก่ คงเป็นอาหารที่ใครๆ ก็รู้จักเนาะ เพราะไปที่ไหนก็เจอ 555 อาหารจานนี้ถือว่าเป็นจานโปรดของปุ๊กเลยค่ะ  

Tuesday, July 25, 2017

ข้าวเหนียวหมูปิ้ง


เป็นของกินอีกย่างที่ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็เจอนะคะ ข้าวเหนียวหมูย่าง (หรือข้าวเหนียวหมูปิ้ง) เป็น อาหารจานด่วน ที่หาได้ทุกที่เลย

Tuesday, February 28, 2017

ขนมปังหน้าหมู

ขนมปังหน้าหมู เป็นของว่างที่ทานเพลินมากๆนะคะ เพราะมันรวมเอาความกรอบของด้านข้างของขนมปัง, ความนิ่มของเนื้อตรงกลาง และรสชาติเผ็ดนิดๆ ไว้ด้วยกันในชิ้นเดียวเลย  

Wednesday, January 4, 2017

ข้าวมันส้มตำ, COCONUT RICE WITH PAPAYA SALAD

 ส้มตำเป็นหาโปรดอีกหนึ่งอย่างของปุ๊กค่ะ ว่าไปแล้ว คนไทยส่วนใหญ่ก็ชอบทานอาหารจานนี้กันอยู่แล้วเนาะ 

Tuesday, December 13, 2016

ลาซานญ่าแกงแดง: Red curry Lasagne

 ถึงจะพูดอยู่เสมอว่าชอบอาหารรสอ่อน แต่ปุ๊กก็ชอบทานแกงเหมือนกันค่ะ 

Monday, November 14, 2016

ต้มข่าไก่, อาหารจานโปรดที่ทำได้ง่ายๆ

สำหรับปุ๊กแล้ว ต้มข่าไก่นี่เป็นอาหารจานโปรดเลยค่ะ เวลาซดน้ำนี่จะได้ทั้งรสหวานจากกะทิ แล้วก็รสซ่าๆ ที่มาจากเครื่องปรุง โอ้ย อร่อยค่ะ 

Monday, November 9, 2015

ข้าวอบไก่ตะไคร้


พี่ชายปุ๊กปลูกตะไคร้ไว้ในสวนหลังบ้านเยอะมากเลยค่ะ ก็เลยเป็นหน้าที่ของปุ๊กกับพี่สาว ที่ต้องคอยหาเมนูมาทำ

Sunday, August 25, 2013

Happy Cooking with LG SolarDom: Chicken with pineapple curry

การทำอาหาร เป็นเรื่องสนุกสำหรับปุ๊กนะคะ โดยเฉพาะ ถ้ายิ่งทำง่ายและอร่อยด้วยยิ่งดีใหญ่เลยค่ะ 

Thursday, July 25, 2013

Happy Cooking with LG SolarDom: Lemongrass Grilled Chicken

 ขออนุญาติเล่นกับฟั่งชั่น ย่างต่ออีกรอบนะคะ แบบว่า สารภาพเลยว่าเป็นคนชอบทานของย่างมากๆค่ะ 

Friday, April 22, 2011

Chicken Farm Baker's Project # 33 Thai delicious desserts :Kanom Piak Poon, Black coconut husks sweet pudding




ปุ๊กเองไม่ค่อยได้ทำขนมไทยนะคะ ทั้งลงบล็อก แล้วกตามปรกติด้วยอะค่ะ จริงๆก็ชอบทานอยู่เหมือนกัน แต่ปุ๊กรู้สึกว่า ขนมไทย เป็นขนมที่ยากทีเดียวค่ะ เพราะต้องใช้ความเข้าใจส่วนผสม และวิธีทำเยอะเชียว 

Thursday, December 11, 2008

Dried Shrimp Cookies: Thai style savory cookies!

"คุณขอมา" มาอีกแล้วค่ะ คราวนี้เป็นคุกกี้กุ้งแห้งค่ะ ปุ๊กว่าเวลาใครถามสูตรพวกนี้มาก็สนุกดีนะคะ เพราะเวลาเป็นสูตรที่ปุ๊กไม่เคยทำก็ได้ลองอะไรใหม่ๆด้วยค่ะ ครั้งนี้พี่คนหนึ่งเขียนมาขอสูตรคุกกี้กุ้งแห้ง เพราะลูกของพี่เขาไปอยู่เมืองนอกค่ะ แล้วก็อยากทำไปร่วมในงานปาร์ตี้ ปุ๊กก็เลยต้องลัดคิวทุกอย่างเอามาลงให้ก่อนเลยค่ะ

ลองทำแล้วก็เรียกว่า สิ่งที่สำคัญที่สุด ของคุกกี้กุ้งแห้งก็คือ "กุ้งแห้งค่ะ" 555 ไม่ได้เขียนกวนๆนะคะ แต่กุ้งแห้งที่เอามาใช้ จะเป็นตัวกำหนดเลยค่ะ ว่าคุกกี้ของเรา จะอร่อยหรือเปล่า ถ้าจะให้ดีอยากจะให้ลองชิมก่อนนะคะ ถ้าเป็นกุ้งแห้งดี ตัวจะไม่เล็กมากนะคะ รสชาติเค็ม แต่จะมีรสหวานจากเนื้อกุ้งด้วยค่ะ เรียกว่าทานเล่นๆได้เลยล่ะค่ะ

เพราะคุกกี้แบบนี้จะไม่หวานจัด ออกมันๆ เค็มๆ ทานง่ายค่ะ ว่าไปแล้วพอเริ่มต้นทาน ก็หยุดไม่ค่อยได้เลยล่ะคะ่
อีกแป๊บเดียว ก็หน้าเทศกาลปีใหม่แล้วนะคะ ลองทำคุกกี้สูตรนี้ดูสิคะ เอาไว้เป็นของฝากก็ได้ หรือจะใช้เลี้ยงแขกก็ดี แต่ถ้าสำหรับปุ๊กดีที่สุดคงจะเป็นการเก็บไว้ทานคนเดียวมากกว่าค่ะ (^_^)


ปรับสูตรมาจากหนังสือ: ครัวหวานบ้านป้าเจี๊ยบ

Dried Shrimp Cookies
ทำได้ประมาณ 75 ชิ้น


75g

กุ้งแห้ง

1

ไข่

75g

น้ำตาลทราย

165g

แป้งอเนกประสงค์

115g

เนยจืด

½ tsp

Vanilla extract


เกลือเล็กน้อย



เปิดเตาอบที่ 180°C
วางกระดาษรองอบไว้บนถาด หรือปูถาดด้วย silpat

ผสมแป้งและกุ้งแห้งเข้าด้วยกัน แล้วเทลงใน เครื่อง food processor, กดปุ่มทำงานจน ส่วนผสมป่นเป็นผง พักไว้

ตีเนยกับน้ำตาลให้เข้ากัน ใส่เกลือเล็กน้อย (อันนี้ต้องบอกก่อนว่า ถ้ากุ้งแห้งที่ใช้เค็มมาก อาจจะไม่ต้องใช้เกลือนะคะ) ใส่ไข่ลงไป แล้วตีให้เข้ากัน แล้วใส่วานิลลา
ใส่ส่วนผสมของแป้งลงไป แล้วตะล่อมให้เข้ากัน



ใส่ส่วนผสมลงในถุงบีบที่ใส่หัวบีบขนาด 1 เซนติเมตรไว้
บีบเป็นเส้นยาว 5 เซนติเมตร
นำเข้าอบประมาณ 12-15 นาที หรือจนเป็นสีทองสวย
นำคุกกี้ออกมาพักบนตะแกรงจนเย็น ก่อนเก็บใส่กล่อง


Dried shrimp Cookies: Thai style savory cookies!

Thursday, May 29, 2008

Thai Pork Satay (Moo Satay)

หลังจากมีคนขอมา (อีกแล้วค่ะ เป็นคนบ้าจี้คือ ใครถามอะไร อยากทำได้หมด) คือ คุณหญิง (ซึ่งเขียนเมลล์เข้ามาถามปุ๊กนะคะ ว่าเพิ่งย้ายไปอยู่ ออสเตรเลีย แล้วอยากทานหมูสะเต๊ะค่ะ) อันนี้เป็นสูตรที่เราสามารถทำทานที่บ้านได้นะคะ แบบไม่ต้องใช้เครื่องปรุงพิเศษอะไรค่ะ สูตรน้ำจิ้มเป็นแบบใช้น้ำพริกเผาค่ะ ซึ่งน่าจะหาได้ง่ายๆทุกที่นะคะ หลักๆก็จะมีการหลักหมูก่อนนะคะ โดยตามที่ทำน้ำหมัก ก็จะสามารถหมักหมูได้ 500 กรัมค่ะ (หรือประมาณ 50 ไม้ค่ะ) น่าจะเป็นขนาดที่ทานที่บ้านได้ (ถ้าทานน้อยก็ หมักแล้วเสียไม้ แล้วนำไปแช่ช่องแข็งไว้ทานทีหลังได้นะคะ) ถ้าใครลองทำแล้วจะลองปรับให้ตามใจอีกหน่อยก็ได้ค่ะ เพราะรสชาติแต่ล่ะคนชอบไม่เหมือนกันนะคะ หม้อที่ใช้ต้มทั้งน้ำหมัก และ น้ำจิ้ม แนะนำให้ใช้เป็น Non-stick นะคะ จะช่วยลดปัญหากะทิไหม้ติดก้นได้ เพราะเราต้องต้มให้น้ำจิ้มงวดลงตั้งนั้นต้องป้องกันปัญหาไว้ก่อน จะได้ไม่มีกลิ่นเหม็นค่ะ ส่วนเรื่องย่างใช้กระทะกริลที่มีร่องก็ออกมาดีทีเดียวค่ะ (แต่กลิ่นหอมทั่วบ้านเลยค่ะ) ดั้งนั้นพิสูจน์แล้วค่ะ ว่าทำที่บ้านได้แน่นอน

ปล. น้ำจิ้มน้ำพริกเผา อาจจะต้องลองชิมนิดนึงนะคะ เพราะน้ำพริกเผา แต่ล่ะแบรนรสชาติหวานเค็มต่างกันเล็กน้อยค่ะ

หมูสะเต๊ะ

ทำได้ประมาณ 50 ไม้





หมูสะเต๊ะ



50 มิลลิลิตร

กะทิสำเร็จรูป

100 กรัม

น้ำตาลทราย

10 กรัม

ผงกระหรี่

40 มิลลิลิตร

นมข้นจืด

1 ช้อนโต๊ะ

น้ำปลา

500 กรัม

หมูแล่บาง (แต่ไม่ต้องบางเฉียบนะคะ)

หั่นเป็นเส้นยาว ประมาณ 10 เซน กว้าง 3 เซน

50-60 อัน

ไม้เสียบ




เริ่มต้นโดยการทำน้ำหมักก่อนค่ะ

ผสม น้ำตาลทราย ผงกระหรี่ น้ำปลาและนมข้นจืดเข้าด้วยกัน พักไว้

นำกะทิไปต้ม เมื่อเดือด เทลงในส่วนของผงกระหรี่แล้วคนให้เข้ากัน

เทลงแล้วคลุกกับหมูให้เข้ากัน ปิดด้วยพลาสติกนำเข้าตู้เย็น แล้วหมักทิ้งไว้ 3 ชั่วโมง

เมื่อครบ 3 ชั่วโมงแล้ว นำมาเสียบไม้พักไว้ในตู้เย็น จนกระทั่งจะปิ้ง หรือ ถ้ายังไม่ทานให้ห่อให้สนิทแล้วนำเข้าแช่ในช่องแข็ง แล้วจึงนำออกมาพักในตู้เย็นช่องธรรมดาจนอ่อนตัวลงแล้วค่อยปิ้ง

น้ำจิ้มหมูสะเต๊ะ


300 มิลลิลิตร

กะทิสำเร็จรูป

100 กรัม

ถั่วสิสงคั่ว (ถ้าไม่มีใช้เนยถั่วแบบหยาบได้ค่ะ)

100-120 กรัม

น้ำตาลบีบ

25 มิลลิลิตร

น้ำปลา

25 มิลลิลิตร

น้ำส้มสายชูหมักแท้

50 กรัม

น้ำพริกเผา



นำกะทิ 150 มิลลิลิตรไปต้ม เมื่อเดือด นำมาผสมกับถั่วลิสงคั่ว (หรือเนยถั่ว) ปั่นให้เข้ากันดี


เทกะทิและถั่วลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟ พอเดือดใส่น้ำตาลปีบลงไป คนให้น้ำตาลละลาย แล้วใส่กะทิที่เหลือ

เมือเดือดอีกรอบใส่น้ำพริกเผา น้ำปลา และน้ำส้มลงไป คนให้เข้ากัน ปรุงรสตามชอบ แล้วเคี่ยวพอเหนียว

เสร็จแล้วพักไว้

อาจาด


200 กรัม

น้ำตาล

10 กรัม

เกลือ

100 มิลลิลิตร

น้ำส้มสายชูหมักแท้

5 ลูก

แตงกวา (ซอย)

3-4 หัว

หอมแดง (ซอย)

2-3 เม็ด

พริกชี้ฟ้า (ซอย)

นำน้ำตาล น้ำส้มสายชู และเกลือ ใส่รวมกันในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟ คนให้น้ำตาลและเกลือละลาย เมื่อเดือดปิดไฟ

ยกลงทิ้งให้เย็น เมื่อจะทาน ใส่แตงกวา หอมใหญ่และพริกชี้ฟ้าลงในชาม แล้วราดน้ำอาจาดลงไป

Thursday, December 13, 2007

วุ้นกะทิกาแฟ

สำหรับพวกเราคงรู้จักวุ้นกันดีอยู่แล้ว เพราะเหมาะกับอากาศที่ร้อนๆอย่างบ้านเราค่ะ ตรงที่ไม่ละลายในความร้อนแบบ เจลาติน เนื้อก็ต่างกับเจลาตินตรงที่จะ แข็งกว่า แต่เวลาเอาไปแช่เย็นซักหน่อยแล้วเอามาทาน อื้อชื่นใจค่ะ ถ้าไม่เคยลองทำวุ้นมาก่อนสูตรนี้ไม่ยากที่จะลองค่ะ

วุ้นกะทิกาแฟ

ประมาณ 8 ถ้วยใบเล็ก (5.5x5cm)



วุ้นผง 5 กรัม
หัวกะทิ 1 ถ้วย
เกลือป่น 3 กรัม
น้ำตาลทรายทำหน้ากะทิ 13 กรัม
น้ำตาลทรายทำตัววุ้น 120 กรัม
ผงกาแฟ 2 ½ ชช +น้ำเดือด ¼ ถ้วย
น้ำ 1¾ ถ้วย

ทำหน้ากะทิโดยเคี่ยวน้ำ ½ ถ้วย กับวุ้นผง 2 กรัม พอเดือดและวุ้นละลาย ใส่น้ำตาล กะทิ และเกลือต้มให้เดือดอีกลดไฟอ่อนสุดหรือยกหม้อลงวางในอ่างน้ำอุ่น

ตักหน้ากะทิหยอดใส่พิมพ์ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ทิ้งไว้พอหน้ากะทิอุ่นๆและตึง
ทำตัววุ้น โดยใส่น้ำ 1 ¼ ถ้วย และวุ้นผง 3 กรัมที่เหลือลงในภาชนะตั้งไฟกลาง ใส่น้ำตาล คนให้น้ำตาลละลาย ใส่น้ำ น้ำกาแฟ คนให้ทั่ว ลดไฟอ่อนสุด หรือยกหม้อลงวางในอ่างน้ำอุ่น
ตักตัววุ้น1 ช้อนโต๊ะ หยอดทับหน้ากะทิ หยอดสลับกับหน้ากะทิจนเต็มพิมพ์ ทิ้งไว้ให้เย็น แคะออกจากพิมพ์โดยการใช้มีดกรีดระหว่างตัวกับพิมพ์ เคาะเบา

Thursday, November 22, 2007

กะหรี่ฟั๊ฟ

สูตรนี้ พี่สาวคนสวยที่อยู่อังกฤษอยากได้ค่ะ (สงสัยจะคิดถึงรสชาติ) แต่กว่าจะลงได้ต้องขอทดลองก่อน
แป้งของกะหรี่ฟั๊ฟ ทำโดยการซ้อนแป้ง 2 อย่างค่ะ ทำให้เกิดเป็นชั้นเวลาทอด ไม่อธิบายอย่างอื่นนะคะ เรารู้จักกันดีอยู่แล้ว

Curry Puff
กะหรี่ฟั๊ฟ
(ทำได้ 30ชิ้น)


ใส้
น้ำมัน 15 ml
มันฝรั่ง (หั่นเป็นลูกเต๋าขนาด ½ นิ้ว) 250 g
หอมใหญ่ (หั่นเป็นลูกเต๋าขนาด ½ นิ้ว) 150 g
แครอท (หั่นเป็นลูกเต๋าขนาด ½ นิ้ว) 100 g
น้ำตาล 15 g
ซี้อิ้ว 15 ml
ผงกระหรี่ 2 tsp
พริกไท 1/2 tsp
เกลือ ⅛ tsp
(ปรุงรสได้ตามชอบค่ะ)
เริ่มต้นโดยการนึ่ง มันฝรั่ง, แครอท ให้สุกแล้วพักไว้ค่ะ
ใส่น้ำมันลงในกระทะ นำหอมใหญ่ ลงผัดจนหอม และนิ่ม ใส่ มันฝรั่ง, แครอทลงผัด ใส่เครื่องปรุงรส ผัดให้เข้ากันปรุงรสอีกที เมื่อเสร็สแล้วพักไว้
เริ่มทำแป้งกันดีกว่าค่ะ


แป้งกะหรี่ฟั๊ฟ
-แป้งตัวนอก
แป้งอเนกประสงค์ (ร่อน) 290 g
น้ำตาล 2 tbsp
น้ำเย็น 125 ml
เกลือ 1 tsp
น้ำมัน 100 ml
-แป้งตัวใน
แป้งอเนกประสงค์ 150 g
น้ำมัน 60 ml

น้ำมันสำหรับทอด

ทำแป้งตัวนอกโดยการ ผสมแป้งและน้ำมันเข้าด้วยกัน ใส่น้ำตาลเกลือลงในน้ำ คนให้เข้ากัน แล้วเทลงในแป้ง นวด ให้เนียน แล้วแบ่งเป็น 15 ชิ้น (ประมาณ 30 g/ ชิ้น). คลุมด้วยผ้า
ทำแป้งตัวใน โดยนวด แป้งและน้ำมันเข้าด้วยกัน จนเนียนแล้วแบ่งเป็น 15 ชิ้น (ประมาณ 13 g/ ชิ้น)
จะทำกะหรี่ฟั๊ฟกันแล้วนะคะ




ตบแป้งตัวนอกให้แบน วางแป้งตัวใน กดเล็กน้อย แล้วหุ้มแป้งตัวในให้มิดต้วยแป้งตัวนอก
ใช้ไม้รีดแป้ง รีดแป้งเป็น วงรียาว แล้วม้วนให้เป็นแท่ง
รีดแป้งอีกรอบให้เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาว แล้วม้วนเป็นแท่งอีกรอบคราวนี้แน่นๆ
ตัดแป้งแบ่งครึ่ง เราจะได้แป้ง 2อันแล้วค่ะ ใช้ที่รีดแป้ง รีดเป็นวงกลม เล็ก เบาๆนะคะค่อยๆทำ
ใส่ใส้ประมาณ ½ - 1tsp ลงในแป้งพับครึ่ง แล้วจีบรอบให้มิดทำให้หมดทุกชิ้น
ทอดในน้ำมันร้อนปานกลางจนเหลืองสวย

Printfriendly