Wednesday, December 15, 2010

Chewy Toffee Cookies: Old time favorite that never ages at all!



 ปุ๊กยังจำได้เลยนะคะ ว่าตอนแรกๆที่เริ่มทำขนมเนี่ยะ (แบบว่านานๆๆๆๆๆมากแล้วนะ 555) ตอนนั้น สิ่งที่อยากทำเป็นมากๆคือ คุกกี้แบบ "Mrs. Fields' cookies"ค่ะ แล้วปุ๊กทำไงนะเหรอ ก็ซื้อหนังสือที่มีชื่อมิสซิสฟิลด์แปะอยู่ที่หน้าปกมาดูนะสิคะ อิอิ  
หนังสือ Mrs. Fields Best Cookie Book Ever!: 130 Delicious Cookie and Dessert Recipes from the Kitchen of Mrs. Fields เป็นหนังสือเล่มแรกของ Mrs. Fields' ที่ปุ๊กซื้อค่ะ แล้วก็ตามมาด้วยเล่มนี้ Debbi Fields' Great American Desserts: 100 Mouthwatering Easy-to-Prepare Recipes เรียกว่าเป็น ตำราขนมยุคบุกเบิกของปุ๊กเลย 555 ยังจำได้เลยนะคะว่าตอนนั้นทำขนมคุกกี้ตามสูตรของเธอ แล้วออกมาหน้าตาดูไม่ได้เลย เรียกได้ตอนเริ่มทำขนมแรกๆ อะไรๆก็ยาก ทั้งในการทำให้ได้แล้วก็ยากที่จะเข้าใจด้วยค่ะ  -*- 
แต่ปัญหาของปุ๊กไม่ได้มีอะไรมากค่ะ เป็นแค่ว่า ปุ๊กไม่สามารถจะตวงด้วยการใช้ถ้วยตวงได้เท่านั้นเอง ปุ๊กรู้สึกว่าปุ๊กไม่สามารถที่จะควบคุมผลลัพท์ได้เลยอะสิคะ บางทีขนมก็ออกมาดี บางทีก็ออกมาแย่ หลังจากที่มีปัญหาเรื่อยๆ ก็พยายามอ่านมากขึ้น (ปล.ซื้อมากขึ้นด้วย 555 ) จนกระทั่งเข้าใจค่ะว่า การตวงแป้งด้วยถ้วยตวงเราจำเป็นต้องรู้อย่างนึงค่ะ คือ เจ้าของสูตรตวงด้วยวิธีไหน เพราะการตวง 2 แบบ คือ  lightly spoon, กับ dip and sweep เนี่ยะ ทั้ง 2 วิธี จะได้ปริมาณและน้ำหนักของแป้งที่ต่างกันเยอะมากค่ะ ซึ่งน้ำหนักแป้งมีผลที่ทำให้ ขนมของเราออกมาดีหรือแย่ได้ด้วยนะคะ หลังจากที่เริ่มทำขนมได้เข้าที่มากขึ้่น ปุ๊กก็ลองเอาสูตรเล่มนี้มาลองอีกทีค่ะ แล้วผลที่ได้ก็คือ คุกกี้ออกมาดีทีเดียวค่ะ แล้วสูตรนี้ยังเป็น สูตรแรกๆที่ทำแล้วได้รับคำชมว่าอร่อยจากพี่ชายซึ่งต้องทนทานขนมสยองขวัญของปุ๊กมานานพอดูค่ะ 
วันนี้ปุ๊กเลยขอย้อนเวลากลับไปทำขนมที่เคยทำมานานแล้วนะคะ  ^^ เรียกว่าเป็นสูตรที่ทำให้คนที่ทำขนมไม่ค่อยเป็นยิ้มได้อย่างมีความสุขเลยค่ะ ปุ๊กคิดว่า หลายๆคนก็คงจะชอบสูตรนี้เช่นกันค่ะ โดยในเนื้อคุกกี้จะมี ทอฟฟี่และช็อกโกแลตบาร์ด้วย เรียกว่าเป็นของทานเล่นที่โปรดปรานเลยค่ะ เจ้าคุกกี้นี้ถึงหน้าตาจะคล้าย บิสกอตติ แต่ก็ไม่เหมือนนะคะ เพราะไม่ได้นำเข้าไปอบอีกรอบค่ะ โดยในหนังสือ เขาเรียกว่า ล็อคค่ะ( logs) จะทานเปล่าๆ หรือเอามาจุ่มนม หรือโกโก้ร้อน ก็อร่อยทีเดียวค่ะ หรือ ถ้าให้พูดอีกอย่างก็คือ ทานได้อร่อยทุกแบบค่ะ  


สำหรับคนที่ต้องการข้อมูลเกี่ยวกับการแปลงสูตรจากถ้วยตวงเป็น กรัมก็สามารถเข้าไปดูได้ที่นี่ค่ะ 
Adaptation from: Debbi Fields' Great American Desserts: 100 Mouthwatering Easy-to-Prepare Recipes by Debbi Fields




Chewy Toffee cookies
Makes about 3 dozens

100g .............................. น้ำตาลทรายแดง
50g ................................ น้ำตาลทรายขาว
115g ............................... เนยจืด
¼ cup ............................ น้ำมันพืช
3 ...................................... ไข่
1tbsp ............................... Vanilla extract
430g ................................ แป้งอเนกประสงค์
1½tsp ............................. ผงฟู
¼tsp ............................... เกลือ
165g ................................ Snickers® bar*
50g .................................. Werther's Original®*
114g ................................. พีแคน อบพอหอม 
* อันนี้เป็นเพียงข้อแนะนำค่ะ สามารถใช้ยี่ห้ออื่นหรือแบบอื่นที่ชอบได้นะคะ 


- the key ingredients -

ใส่ทอฟฟี่ลงในถุงพลาสติก แล้วทุบให้พอแหลกด้วยก้นหม้อ (หม้อที่หนาหน่อยนะคะ)  
ตัด Snickers® bar เป็นชิ้นขนาด 1 เซนติเมตร 
ร่อนแป้ง, ผงฟู, และเกลือเข้าด้วยกัน แล้วพักได้
ตีเนยกับน้ำมันจนเข้ากันดี แล้วใส่น้ำตาลทั้ง 2 ขนิดลงไป ตีให้เข้ากัน 
ใส่ไข่ทีละฟอง โดยตีให้เข้ากันหลังจากใส่ลงไป ใส่vanilla extract ตีให้เข้ากัน 
ใส่ส่วนของแป้งลงไป แล้วตีด้วยความเร็วต่ำจนพอเข้ากัน 
ใส่ถั่ว,ทอฟฟี่ และช็อกโกแลตบาร์ลงไป คนให้เข้ากัน 
ปิดชามด้วยพลาสติกแร็ป แล้วนำเข้าแช่ตู้เย็น 1 ชั่วโมง  
เปิดเตาอบที่ 180 °C
วางกระดาษรองอบลงบนถาด หรือวางรองด้วย silicone baking mat.
กดให้โดเป็นแท่ง กว้างประมาณ 1½ นิ้ว ต่อชิ้นและวางห่างกัน 2 นิ้ว 
นำเข้าอบประมาณ 20-25 นาที โดยด้านบนจะมีรอยแตก และเมื่อใช้ไม้จิ้มฟัน แทงลงไป แล้วไม่มีเศษขนมติดขึ้นมา แต่ขนมจะยังนิ่มอยู่เมื่อกดลงเบาๆ อย่าoverbake นะคะ
นำออกจากเตาไปพักไว้บนตะแกรงพักขนม พักไว้ 15นาที ก่อนที่จะตัดเป็นชิ้น ชิ้นล่ะประมาณ 1 นิ้ว
Chewy Toffee Cookies: 
Old time favorite that never ages at all!

Sunday, December 12, 2010

Mini cornbreads with vegetables and Review of Popina Book of Baking



ว่าไปแล้วก็หลายเดือนแล้วนะคะ ตั้งแต่ที่ปุ๊กลองทำขนมจากสูตรในหนังสือ "Popina Book of Baking" โดย Isidora Popovic ตอนนั้น ของที่ทำก็คือ Fig and white chocolate cookies แล้วก็บอกไว้ว่า ถ้าได้ทำขนมจากส่วนที่เป็นของคาวจากหนังสือเล่มนี้ ก็จะเอามารีวิวให้ดูกันค่ะ คราวนี้ก็ถึงโอกาสแล้วค่ะ ^^.

หลายๆคนคงรู้จักคนเขียนหนังสือเล่มนี้แล้วนะคะ คุณ Isidora Popovic ซึ่งเคยได้รับรางวัลเกี่ยวกับขนมอบ (ใช้คำนี้แล้วตลกๆดี) ที่เป็น ออแกนนิคค่ะ(award-winning organic baker) ซึ่งหนังสือของเธอก็ให้ความรู้สึกอย่างนั้นค่ะ คือ ไม่มีขนมที่แฟนซีอะไร เรียกว่า เรียบง่ายจริงๆ 
โดยส่วนตัว ปุ๊กชอบหนังสือเล่มนี้ตั้งแต่ได้จับเลยค่ะ ^^ เป็นหนังสือที่รูปเยอะมากนะคะ คือ มีรูปของขนมเกือบทุกอย่างที่มีสูตรอยู่ในเล่มนี้ค่ะ ซึ่งแม้ว่า การทำขนมไม่จำเป็นต้องพึ่งพารูปเหล่านี้ แต่พอมีรูปให้ดูก็อดที่จะรู้สึกดีไม่ได้นะคะ โดยเฉพาะ เมื่อรูปที่มีอยูในหนังสือสวยด้วยนี่ ถือว่าเป็น โบนัสเลยล่ะค่ะ 


คิดไปแล้ว คงมีหลายคนที่ซื้อหนังสือเล่มนี้ทั้งๆที่ไม่ได้รู้จักเธอเลยก็เป็นไปได้ค่ะ เพราะว่า รูปถ่ายดูดีมากเลยค่ะ  
หนังสือเริ่มต้นมาก็เข้าสูตรเลยค่ะ เป็นบทแรก Biscuits, biscotti & bites ค่ะ โดยที่ในบทนี้ เราจะได้สูตรคุกกี้ ทั้งหมด 16 สูตร จาก ginger, oat and sultana, pecan and cranberry, chocolate chip, oat and raisin,  แล้วก็ biscotti : polenta with cherry and nut biscotti, fig with apricot and nut biscotti, ต่อมาด้วย biscuits: white chocolate and fig biscuits, ginger and chilli biscuits, pineapple with coconut and lemon biscuits, spelt with chocolate and hazelnut biscuits, walnut shortbreads, hazelnut macaroons, gingerbread, easter egg biscuits, granola bars และ florentines โดยส่วนใหญ่ก็จะ simple ง่ายๆ และที่สำคัญดู wholesome มากๆค่ะ 
บทต่อมา ก็เป็น sweet tarts, ซึ่งส่วนแรกเลยจะเป็น แป้ง 3 ชนิดที่จะใช้ในการทำทาร์ตในบทนี้ค่ะ เป็น sweet shortcrust, chocolate shortcrust, และ sponge dough. 
สูตรในบทนี้ส่วนใหญ่จะใช้ผลไม้สดค่ะ เท่าที่ดูไม่มีสูตรไหนใช้ผลไม้แช่แข็งเลย (ตามสไตล์ของเธอค่ะ)  Popina แนะนำให้เราซื้อผลไม้จากตลาด (farmer market) ตามช่วงฤดูกาลของผลไม้นั้นๆ โดยสูตรที่ใช้ผลไม้จะมี apple and plum tart, rhubarb custard and crumble tartlets, fig grape and fragipane tartlets, nectarine and summer berry tart, rustic plum tart และ chocolate pear and hazelnut tart เหลือสูตรที่ไม่มีผลไม้แค่ 3 สูตรเท่านั้นคือ chocolate and pistachio tartles, pecan and bourbon tartlets และ chocolate and chestnut tart เรียกว่า สูตรในส่วนนี้ จะเหมาะมากสำหรับคนที่หาซื้อผลไม้ตามฤดูกาลได้สะดวกนะคะ  
และสำหรับหนังสือที่เกี่ยวกับขนมอบ ถ้าไม่มีส่วนนี้ ก็คงจะแปลกไปหน่อยค่ะ Cakes & muffins. แต่อย่าเพิ่งคิดว่าจะเจออะไรแฟนซีค่ะ ไม่มีอีกเช่นเคย 555 เพราะว่าเค้กสไตล์ของPopina ต้องอร่อยแบบเรียบง่ายค่ะ 
ซึ่งมีสูตรไม่มากนะคะ คือ very chocolate cake, Popina carrot cake, lemon loaf with white chocolate icing, และ cranberry, cherry and vine fruit cake นี่คือสูตรเค้กทั้งหมดค่ะ (จริงๆนะ) แต่ก็นะคะ สูตรvery chocolate cake ดูน่าทานมากจริงๆค่ะ ส่วนที่เหลือจะเป็น ของหวานอย่างอื่นเช่น   stolen, chocolate and hazelnut strudel, poppyseed strudel and pumpkin และ cinnamon filo strudel ปุ๊กว่า เพราะสไตล์ของเธอไม่ได้ออกแนว sweet queen นะคะ แต่จะเป็นของเรียบง่าย, อิงธรรมชาติ แล้วก็อร่อยในตัวของตัวเองค่ะ เพราะสูตรมัฟฟินอีก3สูตรในบทนี้ก็เป็น มัฟฟินที่ใช้ ผลไม้สดค่ะ summer fruit and white chocolate muffins, wholemeal spelt, carrot apple and pumpkin seed muffins และ cranberry, orange and pistachio muffin (อันนี้เป็นสูตรเดียวในเล่มเลยค่ะ ที่ปุ๊กเห็นคำว่า frozen cranberry) และในตอนท้ายของบทนี้ จะเป็น สูตรบราวนี่ค่ะ (ท่าทางเธอจะชอบช็อกโกแลตมากพอควรค่ะ^^) เริ่มด้วย chocolate truffle brownies, cherry chocolate truffle brownies, double orange truffle brownies และสุดท้ายคือ white chocolate and coffee truffle browniesค่ะ สรุปง่ายๆว่า ทั้งหมด 15สูตรในบทนี้ ปุ๊กชอบสูตรที่มีช็อกโกแลตมากที่สุดค่ะ 


ต่อมาก็เป็น Savory straws & bites. ถึงจะเป็นบทที่สั้นมากๆ แต่ก็มีสูตรที่น่าสนใจพอควรค่ะ  เช่น Gouda and hazelnut bites, Stilton and celery bites, Cheshire and apple straws, Spinach and chilli straws, Parmesan and seed crackers, Cheddar and chive crackers, Simple spelt and oat crackers และ beetroot, fennel and apple chutney, ปุ๊กว่า ดูแล้วเหมาะสำหรับทำเพื่อเป็นของทานเล่นในงานเลี้ยงนะคะ แล้วยังมีแนบท้ายมาเป็น มัฟฟินแบบคาว 2 สูตรค่ะ คือ spinach, garlic and nutmeg muffin และ feta and tomato muffins ซึ่งทั้ง 2 สูตรดูน่าทานดีค่ะ แต่ก็สรุปได้เหมือนเดิมว่า ยังคงเป็น สไตล์ที่ใช้ของสดค่ะ คือเน้น ผักกับชีส
ในที่นสุดก็ถึงบทสุดท้ายแล้วค่ะ Savory tarts ซึ่งในเล่มนี้ปุ๊กชอบส่วนนี้มากที่สุดค่ะ เพราะว่าแค่นั่งดูรูปกับอ่านชื่อสูตรก็หิวแล้ว  ^^
บทนี้จะเริ่มต้นด้วยสูตรเบสิค 3 สูตรสำหรับใช้ในการทำทาร์ตในบทนี้ คือshortcrust, pizza dough และ spelt pizza dough.
สูตรในบทนี้ก็เยอะดีค่ะ Butternut squash and parmesan tart, Goats' cheese, tomato and basil tart, Aubergine, red pepper and tomato tart, Pepper, pecorino and thyme tartlets, Honey-roast parsnip, carrot and shallot tart, Port-poached pear, celeriac, Stilton and walnut tartlets, Mushroom tart, roast potato and Spring onion tartlets, Spinach, feta and tomato quiche, Leek and mature chedder mini quiches, Courgette and fennel tart, Cheese burek, Spinach and cheese burek, Smokey vegetable, butter bean and paprika filo strudels, Little margherrita pizzas with olives, Rustic focaccia with red pepper and onion และ Mini cornbread with vegetables. 
ปุ๊กชอบการผสมผสานส่วนผสมในบทนี้ค่ะ ดูน่าทานใช้ได้เลย


แต่สำหรับเล่มนี้ จะไม่มีบทที่ว่า ด้วยอุปกรณ์ หรือส่วนผสมนะคะ แต่ดูแล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ค่ะ เพราะว่า สูตรและวิธีทำของขนมอบของเธอ ค่อนข้างเรียบง่าย ไม่จำเป็นต้องใช้อะไรพิเศษมากนักในการทำขนมตามสูตรของเธอค่ะ เพราะสิ่งที่จำเป็นที่สุดสำหรับการทำขนมตามสูตรของเธอคือ ส่วนผสมที่สดใหม่เท่านั้นเองค่ะ(fresh ingredients)
อีกสิ่งหนึ่งที่ปุ๊กชอบคือ ในส่วนของ sweet tarts เธอได้เขียนไว้ว่า จริงๆแล้ว สูตรของเธอเป็นแค่ข้อแนะนำเท่านั้นเองค่ะ เมื่อเราอ่านแล้ว, ลองทำตาม หรือเข้าใจหลักพื้นฐานแล้ว เราก็สามารถที่จะทำขนมตามแบบของเราได้ เลือกส่วนประกอบที่เหมาะกับเรา เรียกว่าเป็น"Masterpiece" ของเราเองค่ะ อย่างว่านะคะ อ่านแล้วเอามาโมเอง อิอิอ แบบนี้ปุ๊กชอบค่ะ 555


ดังนั้นในมุมมองของปุ๊ก ปุ๊กชอบนะคะหนังสือเล่มนี้ เพราะว่าเหมือนกับเป็นการพักจากการทำขนมอบที่มีแต่ความหวาน (world of sugar ^^) เพราะว่าในเล่มนี้มีสูตรที่เป็นของคาวเยอะพอควรค่ะ ซึ่งหลายๆคนที่ชอบทำขนมเหมือนกัน น่าจะเจอปัญหานี้บ้างใช่ไหมคะ คือ ไม่ว่า ขนมของเราจะออกมาอร่อยหรือดีแค่ไหน คนในบ้านก็จะเกิดอาการ ขอพักจากขนมของพวกเราค่ะ -*- แต่ก็นะ เรื่องแค่นี้ ไม่สามารถทำให้ปุ๊กหยุดอบขนมได้อย่างแน่นอนค่ะ อิอิ ปุ๊กก็แค่เปลี่ยน จากการทำขนมหวาน มาเป็น ของคาวที่สามารถทานเป็น อาหารเช้า หรือเที่ยงได้ เช่น ขนมปังหรือ ทาร์ตแบบsavory แทนไงล่ะ 
อย่างเช่นคราวนี้เช่นกัน ปุ๊กเลือกที่จะทำ mini cornbreadสูตรนี้ค่ะ ซึ่งก็ออกมารสชาติดีนะคะ และเนื้อก็ดีด้วย โดยวิธีการที่เธอให้พักแบทเทอร์ก่อน ช่วยทำให้เนื้อคอร์นแบรดดีขึ้นมากๆจริงๆค่ะ (เวลาทานไม่รู้สึกถึงเม็ดแข็งๆของcornmealเลยค่ะ) 
แต่ก็แนะนำว่า ขนมรอบนี้ ถ้าใครมีพิมพ์แบบถอดฐานได้ ก็ใช้นะคะ เพราะจะช่วยลดความแฉะของเนื้อได้ค่ะ เพราะปุ๊ก อบโดยใช้พิมพ์ที่ถอดฐานได้ กับพิมพ์ ซิลิโคนพบว่า อันที่อบในพิมพ์ซิลิโคนจะออกมาแฉะกว่าค่ะ (แต่ถ้ามีแค่พิมพ์ มัฟฟิน ก็ใช้ไปเถอะค่ะ ^^ เพียงแต่เวลาเอาขนมออกจากพิมพ์อาจจะต้องระวังมากกว่าเพราะความชื้นทำให้ขนมค่อนข้างบอบบางกว่าค่ะ). 
เอาล่ะค่ะ หลังจากอ่านบล็อกปุ๊กจนตาลาย 555 ก็ถึงเวลาที่เราจะต้องเข้าครัวกันแล้วค่ะ เพื่อทำเจ้ามินิคอร์นเบรดด้วยกัน ก้ปุ๊กบอกแล้วไงคะว่า เราไม่จำเป็นต้องหยุดอบขนมหรอกค่ะ แค่สวิทซ์ไปอีกด้านที่ไม่มีน้ำตาลเท่านั้นเอง ^^.
Adaptation from: The Popina Book of Baking by Isidora Popovic


Mini cornbread with vegetables 
Makes 8

1 ....................................... ไข่, แยกไข่แดงไข่ขาว
260ml ............................. นมพร่องมันเนย
200ml ............................. น้ำมันพืช
120g ................................ แป้งขนมปัง
160g ................................ polenta (แป้งข้าวโพดแบบ fine yellow cornmeal)
1tsp ................................. ผงฟู
1tsp ................................. เกลือ
1 ....................................... พริกหวาน, เอาเม็ดออก แล้วฝานบางๆ 
9 ....................................... มะเขือเทศเชอรี่ หั่นเป็น 4ชิ้น  
.......................................... พริกไทดำ 

ใส่ไข่แดง, นม, น้ำมันพืช, แป้ง, polenta, ผงฟู และ เกลือ ลงในชาม แล้วคนให้เข้ากันด้วยตะกร้อมือ จนเนียน แล้วนำเข้าแช่ในตู้เย็น 30นาที เพื่อให้ polenta ดูดน้ำ ซึ่งจะทำให้เนื้อคอร์นเบรดดีขึ้น 


เปิดเตาอบที่ 200 °C
ทาเนยที่พิมพ์ ทาร์ตแบบถอดฐานได้ ขนาด 9cm 8ชิ้น, หรือ Texas muffin tin 8ชิ้น 
นำคอร์นเบรดแบทเทอร์ออกจากตู้เย็น  ใส่ไข่ขาวลงในชามสะอาดแล้วตีจนตั้งยอดแข็ง แล้วนำมาตะล่อมเข้าไปในแบทเทอร์ ตักแบทเทอร์ลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้ วางมะเขือเทศและพริกหวานลงไป โรยด้วยพริกไทดำ 
นำเข้าอบ 15 นาที แล้วนำออกจากเตา พักสักครู่ก่อนเสิร์ฟ

Mini cornbreads with vegetables and 
Review of Popina Book of Baking

Thursday, December 9, 2010

Oreo Cheesecake:Oreo again! I never have enough of it ^^

 ว่าไป ปุ๊กคงไม่ต้องพูดอะไรมากเนาะ เรารู้ๆกันอยู่แล้ว 555 ปุ๊กเองนะ คิดเล่นๆว่า สักวัน ปุ๊กคงมีสูตรขนมที่ใช้ โอรีโอเป็น 100สูตรได้นะคะ ถ้ายังชอบอยู่แบบนี้ อิอิ 
แต่ปุ๊กว่า คงไม่มีใครคิดว่าไม่ดีใช่ปะคะ สำหรับปุ๊กแล้ว โอรีโอเนี่ยะ เป็น สัญลักษณ์ ของความสุข และ comfort ค่ะ ซึ่งเหตุผลง่ายๆที่ทำให้รู้สึกแบบนั้น คงเป็น เพราะขนม หรืออาหาร อร่อยๆ ที่เราชอบทานตอนเด็กๆ ทำให้ความทรงจำดีๆย้อนกลับมาค่ะ  
ตอนนี้ ชอบquotationอยู่ประโยคนึงค่ะ ว่า "People aren't rich because of money but because of their memory" คนเราไม่ได้รวยจากเงินทอง แต่เรารวยจากความทรงจำค่ะ  (โดย Tissa Kiros), ^^ ปุ๊กเองก็มีความทรงจำดีๆมากมาย เกี่ยวกับอาหาร และครอบครัว คิดไปคิดมา ปุ๊กว่า ปุ๊กถือว่า เป็น เศรษฐีคนนึงได้แล้วนะ 5555 ดังนั้น ปุ๊กเองไม่เคยลังเลค่ะ ที่จะทำขนมหรือ อะไรก็ตามที่ทำให้รู้สึกดีๆเหมือนตอนเด็กๆได้ 
สูตรคราวนี้ มาจากหนังสือเล่มโปรดค่ะ : 京都の洋菓子教室「ラ・プティ・シェリー」の パリのケーキと人気の焼き菓子  โดย 小林 かなえ (Kobayashi Kanae), ว่าไป ทำไปหลายสูตรมากแล้วนะคะเนี่ยะ ถึงจะเจอปัยหาบ้างตอนที่ทำ "Fraisier" แต่โดยส่วนตัว ก็ยังชอบหนังสือเล่มนี้มากๆอยู่ค่ะ เพราะปุ๊กว่า ความผิดพลาดมันเกิดขึ้นได้เสมอค่ะ ไม่ว่า เราจะพยายามแค่ไหนก็ตาม ดังนั้นสิ่งที่จะทำได้สำหรับคนที่อ่านตำราอาหาร เป็นชีวิต อย่างพวกเรา ^^ ก็คือ ต้องอ่านสูตรให้ละเอียดก่อนลงมือทำเท่านั้นค่ะ ในคราวนี้ ก็มีปัญหาเล็กๆค่ะ คือ เจ้าโอรีโอในสูตรที่เขาให้มามันน้อยมากเลยค่ะ คือ ปุ๊กอะคิดไม่ออกจริงๆว่า เป็น เพราะขนาดชิ้นมันไม่เท่ากันหรือเปล่า เอาเป็นว่า โอรีโอที่ปุ๊กใช้ จะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4 เซนติเมตรค่ะ ถ้า ของบ้านใครใหญ่กว่านี้ ก็อาจจะลดจำนวนคุกกี้ที่ใช้ทำ ฐานลงได้บ้างนะคะ แต่ถ้าไม่ลดก็ไม่เป็นไรค่ะ ก็จะได้ฐานที่หนาขึ้นเท่านั้นเอง (ปุ๊กว่า ไม่น่าจะเป็น ปัญหาใหญ่นะ อิอิ ยังไงก็อร่อยอะ ^^).
ชีสเค้กสูตรนี้ ทำง่ายมากๆๆๆค่ะ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรเลยด้วย แต่ปุ๊กก็มีข้อเสนอเล็กน้อย ว่า ถ้าใครทำขนมบ่อยๆล่ะก็ แนะนำให้ซื้อ เหล้า Kirsch ติดบ้านไว้สักขวดค่ะ เพราะว่า แค่ใส่นิดๆหน่อยๆ ก็ทำให้ขนมอร่อยได้อย่างไม่น่าเชื่อแล้ว เจ้าเหล้าKirsch เนี่ยะ เป็น เหล้าใสๆ ที่ทำจาก morello cherries,ค่ะ จะมีกลิ่นหอมหวานเหมือนเชอรี่เลยค่ะ แล้วก็ข้อแนะนำหลักคือ ถึงแม้จะมีให้เลือกมากมาย ก็ขอให้เลือกยี่ห้อที่เราสามารถจะจิบได้โดยตัวของเขาเองนะคะ เพราะถ้า มันอร่อยตั้งแต่ตอนนั้น เอามาใส่ในขนม ก็จะอร่อยมากขึ้นค่ะ 
สำหรับขนมปุ๊กคงไม่มีอะไรที่จะต้องพูดมาก สำหรับชีสเค้กสูตรนี้ นอกจาก จะบอกว่า "อร่อยๆมากๆๆๆๆค่ะ !!!!!!!"
Adaptation from : 京都の洋菓子教室「ラ・プティ・シェリー」の パリのケーキと人気の焼き菓子  

Oreo Cheesecake
Makes 15cm cake



Base
8 ..................................... Oreo cookies
30g ................................. เนย (ละลาย)
Filling
100g ............................... ครีมชีส
50g ................................. ซาวครีม
60g ................................. น้ำตาล
......................................... น้ำเลมอน จากเลมอนครึ่งลูก
3g .................................... เจลาตินแผ่น
10ml ............................... Kirsch 
150ml ............................. Whipping cream
4 ...................................... Oreo cookies (เอาใส้ออก)
Decoration
......................................... วิปปิ้งครีม
......................................... Mini Oreo


 นำใส้ออกจากคุกกี้ แล้วรีดให้แหลกด้วย ไม้รีดแป้ง
ใส่เนยละลายลงไป ผสมให้เข้ากัน แล้วเทลงในพิมพ์ที่ถอดก้นได้ หรือ cake ring กดให้เรียบ แล้วแช่เย็นไว้จนกว่าจะใช้ 
 บลูมเจลาติน ในน้ำเย็น ประมาณ 5 นาที แล้ว เทน้ำทิ้ง
ใส่ Kirsch ลงไป แล้วนำไปละลาย โดยการ วางถ้วยลงในชามที่ใส่น้ำร้อน แล้วคนจนละลาย หรือ ละลายในไมโครเวฟ โดยใช้เวลาประมาณ 10 วินาที 
ตีครีมชีส ให้นิ่ม (สามารถทำให้ครีมชีส นิ่ม และเนียนได้ง่ายขึ้น โดยการวางชามไว้บนชามน้ำอุ่นค่ะ) ใส่ซาวครีมลงไป ตามด้วยน้ำตาล น้ำเลมอน และเจลาติน ตีให้เข้ากัน 
 ตีวิปปิ้งครีมจนตั้งยอดอ่อน ใส่1/3 ของวิปปิ้งครีมลงไปในส่วนของครีมชีส ตะล่อมให้เข้ากัน 
เทส่วนของครีมชีสกลับลงไปในวิปปิ้งครีม แล้วตะล่อมให้เข้ากัน 
เทครึ่งนึงของ filling ลงในพิมพ์ แล้ววางคุกกี้ลงไป แล้วเท filling ที่เหลือทั้งหมดลงไป 
นำเข้าแช่เย็น จนอยู่ตัว  (ประมาณ 12 ชั่วโมง) นำออกจากพิมพ์ แล้วตกแต่งด้วย วิปปิ้งครีม และ mini Oreo.
Oreo Cheesecake:
  Oreo again! I never have enough of it ^^

Printfriendly