Showing posts with label Lunch. Show all posts
Showing posts with label Lunch. Show all posts

Monday, May 5, 2014

Spaghetti with Pesto Sauce: Today's quick and delicious lunch

หลังจากบอกพี่ชายปุ๊กไปนานมาแล้วว่า อยากให้เธอปลูกต้นโหระพาฝรั่งให้ ที่สวนหลังบ้าน ในที่สุดความฝันก็เป็นจริงๆค่ะ ^^.

Sunday, May 16, 2010

Chicken Farm Baker's Project 22: In love with Bagels, Bagel Burgers with caramelized onion.


เวลาสำหรับ Chicken Farm Baker Project มาอีกแล้วค่ะ คราวนี้ น้องจิ๊บ อยากให้พวกเราเล่นสนุก กับเจ้าขนมปังมีรู เบเกิ้ลนี่ล่ะค่ะ เพราะจิ๊บ ต้องการให้เราทำขนมปังเบเกิ้ล แล้วก็ เอามัน มาทำเป็น ขนมหรือ ของกิน แบบอื่นด้วยค่ะ  ^ ^.

จริงๆ ปุ๊กเคยทำเบเกิ้ลมาก่อนนะคะ เมื่อนานมาแล้วล่ะค่ะ แต่รอบแรกที่ทำผลออกมาแย่มากเลยค่ะ เหนียวมากๆๆๆๆ แข็ง แล้วก็แน่นสุดๆค่ะ เลยทำให้ไม่อยากลองทำอีกเลยค่ะ  -*- คราวนี้ พอจิ๊บบอกว่าให้ทำเบเกิ้ล ปุ๊กแอบเครียดค่ะ 555 แบบว่า หวังว่าคราวนี้ จะทำออกมาดีกว่ารอบที่แล้วนะ
ปุ๊กเลือกทำสูตรจากหนังสือ BAGEL&BAGELオリジナル・レシピ集―We Love Bagel! 超人気べーグル専門店のとっておき133レシピ、初公開 โดยปรับสูตร ไปนิดหน่อย โดยการเพิ่มน้ำ และน้ำผึ้งเข้าไป แล้วก็สำเร็จค่ะ คราวนี้ เบเกิ้ลของปุ๊ก ออกมาเหนียว (แต่ไม่เหนียวแบบเคี้ยวไม่ได้นะ อิอิ) นุ่ม  ทำให้รู้สึกดี กับการทำเบเกิ้ลที่บ้านขึ้นมาอีกเยอะเลยค่ะ  ^ ^.
พอทำเสร็จ ก็ต้องมานั่งคิดแล้วล่ะค่ะ ว่า จะเอาไปทำเป็น อะไรดี แต่พอดีว่า มี แฮมเบอร์เกอร์อยู่ในตู้เย็น (ปุ๊กทำไว้ทีนึง 2 สูตร แล้วก็แช่ช่องแข็งไว้ค่ะ เป็น อะไรที่ง่ายมากเลย แล้วก้เวลาไม่รู้จะทานอะไรก็เอาออกมาทอด แป๊บเดียวเอง ก็ได้อาหารเย็น อร่อยๆแล้วค่ะ) ก็เลย เอาแบบนี้ แล้วกัน เพราะถ้า ขนมปังอร่อย มาเจอ กับ แฮมเบอร์เกอร์ อร่อยๆ ก็คงจะแปลงร่างเป็น เบอร์เกอร์อร่อยๆได้ล่ะค่ะ 

แล้วปุ๊กก็เริ่ม โดยการหั่นขนมปังเป็น 2 ส่วน นำไปปิ้งเล็กน้อย แล้วจึงวางด้วย ผักร็อกเก็ต caramelized onion, มะเขือเทศ แล้วบีบ Dijon mustard ลงไป ปิดท้ายด้วย เจ้า แฮมเบอร์เกอร์ และชีสค่ะ

ขนมปังเหนียวนุ่ม ทำให้เบอร์เกอร์ อร่อยมากขึ้นมากเลยค่ะ ปุ๊กแนะนำว่าให้เสิร์ฟพร้อมกับเบียร์เย็นๆ หรือ ถ้าใครจะตามแบบปุ๊ก ก็นี่เลยค่ะ เจ้าBarcardi ขวดเล็กๆเย็นๆนี่ล่ะค่ะสุดยอดเลย, ^ ^.

Bagel Burger with caramelized onion
Makes 4


Plain bagel

250g ............................. แป้งขนมปัง
1tsp .............................. Instant yeast
½ tsp ........................... เกลือ
15g ................................ น้ำตาล
1 tbsp ........................... น้ำผึ้ง
150ml ........................... น้ำ
....................................... ไข่ขาว สำหรับทา

-Water for boiling
2 litre ........................... Water
2tbsp ........................... Honey

Hamburger 
(makes 4)

300g ........................... เนื้อสับ (ตามที่เลือกนะคะ เป็น หมู, ไก่, เนื้อวัว หรือ หลายๆอย่างผสมกันก็ได้ค่ะ)
½ ................................ หอมใหญ่, สับ
30g ............................. เนย
15g .............................. ขนมปังป่น
2tbsp .......................... นม
1 .................................. ไข่
½ tsp ......................... เกลือ
..................................... พริกไท, ลูกจันทร์ป่น  

Caramelized onion

2tbsps .......................... น้ำมัน 
½ cup .......................... หอมแดง ซอย
1..................................... หอมใหญ่, สับ
8tbsp ............................ Balsamic vinegar
1½ tbsp ....................... น้ำตาลทรายแดง 
....................................... เกลือ สำหรับปรุงรส

....................................... ผักร๊อกเก็ต, มะเขือเทศ, และ Dijon mustard, สำหรับเสิร์ฟ
....................................... ชีสแผ่น 

First make the bagel:


ผสมน้ำกับน้ำผึ้งเข้าด้วยกัน 

ผสมแป้งขนมปัง และเกลือ เข้าด้วยกัน แล้วใส่ น้ำตาล และยีสต์ลงไป
เทส่วนของน้ำลงไป 
ใช้พายยางหรือช้อนคันใหญ่คนให้ส่วนผสมเข้ากัน นวดเล็กน้อยให้แป้งจับตัวรวมกัน
นำก้อนแป้งออกจากชาม นวด โดยใช้อุ้งมือดันแป้งไปด้านหน้า แล้วม้วนกลับ กลับด้านแป้ง 90 องศา แล้วนวดแบบเดิมต่อโดยดัน (อย่าลืมทิ่งน้ำหนักลงไปด้วยนะคะ)และม้วนกลับ เป็นจังหวะสม่ำเสมอนวดประมาณ 10-15 นาที (ขึ้นอยู่กับการออกแรงของแต่ละคนค่ะ) (ดูรูป ที่นี่ค่ะ).
นวดจนแป้งเนียน, นุ่ม, ยืดหยุ่นดี และ shiny แปลว่านวดได้ที่แล้วค่ะ หรือสามารถเช็คโดได้อีกวิธีคือการใช้มือจับโด แล้วนับ 1-10 หากไม่มีเศษโดเละๆติดมือออกมาก็ถือว่าใช้ได้ค่ะ โดพร้อมที่จะรอขึ้นรอบแรกแล้ว


ใส่โดลงในชาม แล้วคลุมด้วยผ้า หรือ ปิดด้วย พลาสติก พักไว้ 10 นาที
เตรียมถาดไว้ โดยวางรองด้วยกระดาษรองอบ หรือ  silpat (Note: ตัวเบเกิ้ลค่อนข้างติดถาดค่ะ)
กดแป้งลงเบาๆ แล้วตัดแป้งเป็น 4 ชิ้น ปั้นเป็น ก้อนกลม แล้วพักไว้ อีก 10นาที 
เปิดเตาอบที่ 190°C


รีดแป้งเป็น แผ่นกลม แล้ว ม้วนเป็น แท่ง


คลึงให้ยาว ประมาณ 20 เซนติเมตร แล้ว กดริมด้านหนึ่งให้แบน แล้ว จับปลายสองด้าน มาชนกัน แล้ว กดให้ติดกัน สอดมือลงไป แล้วคลึงให้เรียบ วางลงบนถาด แล้วคลุมด้วยผ้าชื้น หรือถุงพลาสติก แล้วพักไว้จนขึ้น ประมาณ 20-30 นาที จนขึ้นเล็กน้อย (ไม่ถึง 2 เท่านะคะ)



ต้มน้ำ ในหม้อ พร้อมกับน้ำผึ้ง จนเดือด แล้วลดไฟลง นำเบเกิ้ลลงต้ม ประมาณด้านล่ะ 15 วินาที แล้วกลับด้าน ต้มอีก 15 วินาที แล้วตักขึ้นวางลงบนถาดที่เตรียมไว้
ทาด้ายไข่ขาว
นำเข้าอบ 15นาที จนสีน้ำตาลสวย 

Make the hamburger:


Note: ในรูปปุ๊กทำ 2 สูตรนะคะ .

ตั้งกระทะ ใช้ไฟอ่อนๆ ใส่เนย 1 ช้อนโต๊ะ แล้วใส่หอมใหญ่ลงไป ผัดจนหอมนิ่ม แต่ ไม่เป็น สีน้ำตาล
ใส่ ส่วนผสมลงในชาม ใช้ มือ คลุกให้เข้ากัน ใส่นม แล้วคลุกอีกรอบ  ปรุงรสด้วย เกลือ และลูกจันทร์ป่น



ปั้นเป็นก้อน 4 ก้อน 
ใส่เนยลงกระทะ ทอดจนสุก (ใช้เวลา ประมาณ 5 นาที ต่อข้างค่ะ) หรือ จนสุกทั่ว 

Make the caramelized onion:



ตั้งกระทะไฟอ่อน แล้วใส่น้ำมันลงไป แล้วใส่หอม ทั้ง2 ชนิดลงไป แล้วผัดจนนิ่ม แต่ไม่เกรียม
เริ่งไฟ ให้หอมใหญ่ เป็น คาราเมล ใส่น้ำส้มสายชู และ น้ำตาล ลงไป ต้มไปเรื่อยๆ จนส่วนผสมข้นขึ้น และ เหนียว

Make the Bagel Burger:


ตัดเบเกิ้ล แล้ว ปิ้งประมาณ 5 นาที (หรือมากกว่านั้นตามชอบค่ะ ^ ^).
วางร็อกเก็ต, caramelized onion, มะเขือเทศ และบีบ mustard ลงไป วางทับด้วย แฮมเบอร์เกอร์ และชีส แล้วปิดด้วย ขนมปัง 

เสิร์ฟอุ่นๆ พร้อมกับเครื่องดื่มเย็นๆ (เช่น Bacardi Breezer 555 ของชอบของปุ๊กค่ะ)


Chicken Farm Baker's Project 22: In love with Bagels, Bagel Burgers!

Saturday, December 8, 2007

ทาร์ต เกาลัด กับ ไวท์ช็อคโกแลต


มองจากด้านบนอาจจะนึกว่าเป็น ทาร์ตมะนาวแต่รสชาติเหมือนขนมหวานของญี่ปุ่น เลยค่ะ โชคดีที่ไม่ได้ออกมารสชาติแย่มาก (แต่สำหรับตัวเองคิดว่าหวานไปนิด) คือลืมไปว่า chocolate topping มีไข่แดงด้วยนะสิ หลังจากใส่ไข่แดงเข้าไป ก็เลยได้สีอย่างนี้ค่ะ เหตุก็คืออยากจะลองทำขนมจากสูตรในหนังสือ: Breakfast, Lunch, Tea: The Many Little Meals of Rose Bakery , แล้วตอนกำลังดูสูตรนี้อยู่ พี่สาวเราก็บอกว่าถ้าใช้ ไวท์ช็อคโกแลตละก็ จะชอบมากกว่านี้ค่ะ (คือเธอชอบไวท์ช็อคโกแลตมากค่ะ) เราก็ตอบโดยไม่คิดเลยว่าได้ โชคยังเข้าข้างค่ะ ที่รสชาติยังดี (แต่ถ้าทำอีกทีจะลดช็อคโกแลตลงสักครึ่งจะได้หวานน้อยลงหน่อย) ถ้าอยากจะทำตามสูตร ก็ใช้ Dark chocolate แทนโดยขนาดท่ากันค่ะ คิดว่าหน้าตาคงดีกว่าของเราค่ะ

แป้งพาสตี้ทำออกมาแล้วเยอะนะคะ (ตอนนี้มีอยู่ในช่องแข็ง ขนาด18 cm.3อัน) แต่ว่าทำง่ายแล้วก็รสชาติดีค่ะ เขาบอกว่ามันเป็น pasta frolla ของอิตาลี ไม่ใช่สูตร pâte sucrée ตามที่ปรกติเราทำกันนะคะ

แป้งพาสตี้แบบหวาน

SWEET PASTRY

ทำแป้งได้สำหหรับทาร์ตขนาด28cm 2 อัน

500g (3¼ cups)

แป้งอเนกประสงค์

120g (ประมาณ ⅔cup)

น้ำตาล

320g (ประมาณ 1¼ cups)

เนยจืด


เกลือ

1ฟอง

ไข่

2ฟอง

ไข่แดง

1 teaspoon

vanilla extract

ใช้ food processor สับแป้ง, น้ำตาล, เนย และเกลือประมาณ 10-12 วินาที จนแป้งดูเหมือนขนมปังป่น แล้วใส่ไว้ในชาม

ถ้าทำด้วยมือ ใส่แป้ง, น้ำตาล, เนย และเกลือ ลงในชามแล้วใช้ปลายนิ้ว บิเนย ให้เข้ากับส่วนผสมอื่นจนแป้งดูเหมือนขนมปังป่น แล้วใส่ไว้ในชาม

ทำให้ส่วนผสมของแป้งเป็นร่องตรงกลาง แล้วเทไข่ และ vanilla extract นวดให้เข้า

เทแป้งลงบนโต๊ะ แล้วนำโด ลงมานวดจนเนียนเข้ากัน

คราวนี้ก็รีดแป้งได้แล้วค่ะ รีดให้แป้งบางประมาณ 5มิลลิเมตร แล้วยกแป้งโดยใช้ไม้คลึงแป้งช่วยวางลงบน พิมพ์ทาร์ต

ใช้แป้งประมาณครึ่ง 1 ของสูตรทำ ทาร์ตเล็กได้ 8อัน (12cm) อีกครึ่ง ทำ ขนาด18 cm.ได้3อันค่ะ

แช่เย็นก่อนอบประมาณ 30 นาที

ทาร์ต เกาลัด กับ ไวท์ช็อคโกแลต

CHESTNUT AND CHOCOLATE TARTLET

ทำได้ 8 อัน

ใส้เกาลัด

8 อัน

แป้งทาร์ต

150g (2/3 cup)

cream cheese

500g (1 pound 2 ounces)

เกาลัดบดหวาน

2 ฟอง

ไข่ ตีให้เข้ากัน

1 teaspoon

brandy หรือ whisky



หน้าช็อคโกแลต

180g (6½ ounces)

ไวท์ช็อคโกแลตสับ

185 ml (scant 3/4 cup)

ครีม

1ฟอง

ไข่แดง



เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 180°C/350°F/

อบทาร์ตแบบBake blind (คือการอบโดยไม่ใส่ใส้แต่ใช้ ถั่วแห้งหรือข้าวสารวางทับ อะลูมิเนียมฟอยล์ แล้ววางลงบนแป้ง เพื่อให้แป้งสุก และไม่พองตรงกลาง) ประมาณ 20 นาที หรือจนสีเหลืองสวย เอาแป้งออกมาแต่ยังไม่ต้องปิดเตา

ผสม ครีมชีส และ เกาลัดบดหวานให้เข้ากัน ใส่ไข่ และ บรั่นดี หรือวิสกี้

เทใส้ลงในแป้งทาร์ต แล้วนำเข้าอบจน ใส้อยู่ตัวประมาณ 25 นาที นำออกจากเตาทิ้งไว้ให้เย็น

ระหว่างนั้นทำ หน้าช็อคโกแลต โดยละลายไวท์ช็อคโกแลตสับ กับครีมในหม้อด้วยความร้อนต่ำ พอไวท์ช็อคโกแลตละลายหมด นำขึ้นจากเตา แล้วใส่ไข่แดงลงไป คนให้เข้ากัน

พอ ทาร์ตเย็นให้เอาออกจากพิมพ์ แล้วเทหน้าช็อคโกกแลตลง

ปรับปรุงสูตรจาก: Breakfast, Lunch, Tea: The Many Little Meals of Rose Bakery

Sunday, November 18, 2007

Breakfast, Lunch, Tea: The Many Little Meals of Rose Bakery

by Rose Carrarini




Rose bakery มีชื่อเสียงในเรื่องอาหารที่ดีต่อสุขภาพค่ะ (simple and healthy foods) พออ่านเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ จากAmazon ก็เกิดอาการอยากได้ขึ้นมาเลยค่ะ เพราะว่าโดยส่วนตัวคิดเหมือนกันว่า อาหารที่ดีไม่ได้หมายความว่าแพง แต่ทำให้เรามีความสุขทั้งกายและใจได้

หนังสือมีรูปเยอะมาก ส่วนใหญก็เป็นบรรยากาศในร้าน รูปขนม อาหาร แล้วก็สูตรอาหารที่เด่นๆของร้าน

แต่ที่ทำให้ชอบมากขึ้น ก็เพราะ motto ของ Rose Carrarini ที่บอกว่า “Life is improved by great food and great food can be achieved by everyone.” เพราะเธอเชื่อในความสำคัญของอาหาร ที่มีผลต่อชีวิตของคนเรา ซึ่งปรากฏในวิธีการที่ Rose bakery จะใช้ วัตถุดิบที่เป็น organic เท่าที่จะทำได้ เพราะ เธอเห็นคุณค่าของสุขภาพค่ะ อีกส่วนหนึ่งคือการที่เธอทำขนมโดยใช้น้ำตาลเท่าที่จำเป็น (ไม่อร่อยก็ไม่ไหวใช่ไหมคะ) และแนะนำให้ลดน้ำตาลในสูตรของเราเอง ซึ่งโดยส่วนตัวเพราะไม่ชอบขนมหวานจัดเลยต้องทำเอง เวลาทำขนมมักจะลดประมาณ 10% ของที่สูตรให้มาอยู่แล้ว ก้เลยรู้สึกดีกับหนังสือมากขึ้น

ถ้าคุณเป็นคนที่ ชอบอาหารหรือขนมที่ไม่หนักมากก็เป็นหนังสือที่เหมาะทีเดียวค่ะ


Update 7 ธค : ทดลองสูตร ทาร์ต เกาลัด กับ ไวท์ช็อคโกแลต


To read in English Click: Breakfast, Lunch, Tea: The Many Little Meals of Rose Bakery

Printfriendly