Showing posts with label Chicken farm Baker’s Project. Show all posts
Showing posts with label Chicken farm Baker’s Project. Show all posts

Thursday, July 19, 2012

Chicken Farm Baker's Project # 46 - let's bake your favorite tart: Raspberry and meringue tart

 ว่าไปคิดถึงการทำ  Chicken Farm Baker's Project, มากๆเหมือนกันค่ะ ปุ๊กสกิปไป 2 รอบแล้ว เพราะมีปัญหา ไม่ลงตัวนิดหน่อยนะคะ ในที่สุดเดือนนี้ก็ได้ลงมือทำสักทีค่ะ  

Sunday, March 25, 2012

Chicken Farm Baker's Project # 43 : Meringue....Whip me if you can!!!!!!, "MarronChoco"

เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ไม่สบายจนไม่ได้ทำขนมเท่าไหร่นะคะ แต่ก็นั่งคิดนอนคิดตลอดค่ะ อิอิ ก็นะ อยากทำไปซะทุกอย่างเลยค่ะ 

Friday, February 17, 2012

Chicken Farm Baker's Project # 42: February Snack Box: Open it and fall in love (with ME), again: "This is my love".

เดือนนี้ ขอหวานกันแบบไม่เลิกลาค่ะ ก็นะ ปีนึงจะมีแค่เดือนกุมภาพันธ์แค่ครั้งเดียวนิ อิอิ 

Friday, January 20, 2012

Chicken Farm Baker's Project # 41 : Makeover Bread Pudding, Crêpe Suzette Bread pudding

 
เนื่องจากสถานะการ์ณ น้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมา เลยทำให้ Chicken Farm Baker's Project หยุดทำการไปนะคะ อิอิ แต่ตอนนี้ เมื่อทุกอย่างเริ่มกลับสู่ภาวะปรกติ เราก็มาหาอะไรเล่นสนุกกันเหมือนเดิมเถอะค่ะ 

Saturday, October 15, 2011

Chicken Farm Baker's Project # 40 : Play me please!!, Pâte à choux, Éclairs Forêt Noire

 ว่าไป รอบนี้เป็นเรื่องยากสำหรับปุ๊ก ที่จะทำอะไรต่ออะไรนะคะ แบบมันคิดไม่ค่อยออกอะค่ะ อย่างว่าค่ะ รู้สึกว่าช่วงที่ผ่านมา จะต้องอยู่กับข่าวไม่ค่อยดีจากทีวีตลอดเลยนิหน่า เลยอารมณ์ไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่เลยค่ะ -*-.
แต่ไม่ว่าอย่างไร คนเราก็ต้องดำรงชีวิตต่อไปค่ะ เราคนเดียวคงไม่สามารถไปหยุดเรื่องเหล่านี้ได้ สิ่งที่ควรทำก็คือช่วยเหลือผู้อื่นให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้นะคะ อย่างที่บ้านปุ๊กก็ซื้อ น้ำดื่ม อาหาร และเสื้อผ้า เพื่อนำไปให้คนที่ถูกน้ำท่วมค่ะ พวกเราที่ยังสามารถอยู่ได้แบบปรกติ  ต้องช่วยๆกันให้มากที่สุดนะคะ 
สำหรับการบ้านเดือนนี้  Chicken Farm Baker's Project # 40 : Play me please!!, Pâte à choux. ปุ๊กรู้สึกหมดแรงที่จะทำเล็กน้อยอะค่ะ แบบว่าตอนที่ได้โจทย์ก็เหมือนทุกเดือนนะคะ คิดอะไรซะมากมาย อยากลองหลายๆอย่าง จริงๆแล้ว เจ้า Pâte à choux เนี่ยะน่าสนใจมากนะคะ มันเป็น แบทเทอร์ที่มีวิธีการทำแตกต่างจากแบทเทอร์อื่นๆ คือ เป็นการนำแป้งสุก มาผสมกับไข่เยอะๆๆๆ เคยอ่านมานะคะว่า Pâte à choux ต้องสามารถใส่ไข่ลงไปในแบทเทอร์ให้ได้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ 
ซึ่งเป็นเหตุผลว่า ทำไมเราถึงจะต้องนำแป้งไปกวนบนไฟอีกรอบ เพื่อให้แป้งแห้งลง เราจะได้สามารถใส่ไข่ลงไปได้มากๆค่ะ
การอบ Pâte à choux ต้องระวังมากๆ หลักการคือ การทำให้แป้งฟูสวย แล้วอยู่ตัว ปุ๊กเลือกที่จะใช้การอบที่อุณหภูมิสูง แล้วจึงลดอุณหภูมิลงเพื่ออบแห้ง แต่ใครจะใช้วิธีการอบที่อุณหภูมิต่ำกว่าของปุ๊กแต่อบนานกว่าก็ได้นะคะ ยังไงต้องระวังอย่า เปิดประตูเตาจนกว่า จะแน่ใจว่ามันอยู่ตัวแล้วนะคะ ไม่งั้น เราจะได้เห็นแป้งชูยุบตัวลงต่อหน้าต่อตากันเลยล่ะค่ะ 
  ตอนแรกคิดว่า จะทำ  Choux Pastry Mille feuille, โดยใช้แป้งชูร์ มาแทน puff pastry แต่ด้วยความว่าช่วงที่ผ่านมาคิดอะไรไม่ค่อยออกค่ะ แล้วก็ไม่มีสมาธิเลย ส่วนหนึ่งเพราะช่วงนี้น้าสาวปุ๊กมาอยู่ด้วย เนื่องจากบ้านเขามีโอกาสสูงมากที่จะถูกน้ำท่วมหนักอะค่ะ แล้วเธอดูข่าวตลอดเวลาทำให้เราต้องดูไปด้วย เลยทำให้ปุ๊กกังวลไปด้วยเลยค่ะ  
สุดท้ายเลยขอเลือกทำอะไรที่ง่ายลงหน่อยนะคะ คือ "Éclairs Forêt Noire", เป็น แป้งชูร์ ที่นำมารวมกับส่วนประกอบของ แบล็กฟอเรส คือ ครีมช็อกโกแลต, วิปปิ้งครีม, เชอรี่เชื่อม และช็อกโกแลต และตกแต่งให้น่ารักด้วยช็อกโกแลตอีกนิดหน่อยค่ะ 
พอดีว่า หลานสาวทานด้วย รอบนี้เลยละเจ้าเหล้า kirshไปนะคะ แต่ถ้าใครอยากใส่ก็ใส่ลงไป 10ml หลังจากใส่ช็อกโกแลตลงไปแล้วค่ะ 
ถ้าใครรักช็อกโกแลต และชอบเค้ก แบล็กฟอเรส ก็น่าจะชอบขนมรอบนี้ไม่น้อยค่ะ  ^^ เพราะรสชาติช็อกโกแลตเข้มข้นขนาดนี้ ใครๆก็ต้องหลงรักค่ะ 


Adaptation from: Eclairs ! by Christophe Adam




Éclairs Forêt Noire
Makes about 15 pieces 






 Pâte à choux
160ml ................................. น้ำ
3g ........................................ น้ำตาลทราย
70g ...................................... เนยจืด ตัดเป็นชิ้นเล็ก
3g ........................................ เกลือทะเล
15g ...................................... นมผง
90g ...................................... แป้งขนมปัง (หรือ แป้งอเนกประสงค์ก็ได้ค่ะ)
3 ........................................... ไข่ (ประมาณ 160g)
Egg wash
1 ............................................ ไข่ ผสมกับน้ำ 1 ช้อนโต๊ะ
Crémeux au chocolat
110g ..................................... ดาร์กช็อกโกแลต (70%), สับ
150ml .................................. นม
160g ..................................... Whipping cream
3 ............................................ ไข่แดง
15g ........................................ น้ำตาลทราย
½ tsp .................................... Vanilla paste
Filling
200g ..................................... เชอรี่ในน้ำเชื่อม นำออกจากน้ำ แล้วตัดเป็นชิ้นเล็ก
Crème chantilly
190g ...................................... Whipping cream
10g ........................................ น้ำตาลไอซิ่ง
Decoration
500g ..................................... ดาร์กช็อกโกแลต เทมเพอริ่ง แล้วตัดเป็นชิ้นขนาด 13x3 cm 
............................................... Chocolate curls



เปิดเตาอบไว้ที่ 200°C
ร่อนแป้งแล้วพักไว้
วางกระดาษรองอบลงบนถาด 



ผสมน้ำ เนยจืด, น้ำตาล และ เกลือ ใส่หม้อตั้งไฟให้เดือด ใส่นมผงลงไป แล้วตั้งไฟอีกรอบ จนเดือด ยกออกจากเตาใส่แป้ง คนเร็ว ๆ จนแป้งจับกันเป็นก้อนล่อนไม่ติดหม้อ ลดไฟลงต่ำนำหม้อขึ้นตั้งไฟ คนประมาณ 3-4 นาที แล้วจึงนำลงจากเตาทิ้งให้อุ่น




ใส่ไข่ในแป้งทีล่ะน้อย คนให้เข้ากันดี แป้งจะได้ที่เมื่อแววสวย และลองใช้นิ้วแตะแป้ง เมื่อดึงแป้งจะยืดออกจากกันโดยไม่เหนียวเกินไป
ตักแป้งใส่ถุงบีบ และใส่หัวบีบ รูปดาว ขนาด 1 นิ้ว บีบลงบนถาดที่เตรียมไว้ บีบแป้งเป็นแท่งขนาด 12.5x2.5cm วโดย เว้นให้มีระยะห่างกันเล็กน้อย ทาด้วย egg wash

นำเข้าอบ 20 นาที แล้วลดความร้อนลง เหลือ 180°C อบต่ออีก 15-20 นาที หรือจนพองอยู่ตัว


 Make Crémeux au chocolat:





ตีไข่แดง น้ำตาลทราย และ Vanilla paste เข้าด้วยกันในหม้อ นำนม และวิปปิ้งครีมไปต้ม แล้วเทลงไปในไข่อย่างช้าๆ คนเรื่อยๆจนเข้ากันดี 
นำหม้อไปตั้งไฟอ่อน คนเรื่อยๆจนกระทั่งอุณหภูมิ 82°C.
นำลงจากเตา แล้วใส่ช็อกโกแลตลงไปลงไป คนให้เข้ากัน



Fill the éclairs:

ใช้หัวบีบขนาด 8 mm เจาะด้านล่างของ เอแคลร์ให้เป็นรู
ใส่เชอรี่ลงไป ประมาณ 6-8 ชิ้นต่อ เอแคลร์ 1ชิ้น 
บีบครีมช็อกโกแลตลงไป แล้วนำเข้าแช่เย็น


Decorate:
ตีวิปปิ้งครีมกับน้ำตาลไอซิ่งเพื่อทำ Crème chantilly 
บีบครีมลงด้านบนของเอแคลร์เล็กน้อย แล้ววางช็อกโกแลตลงไป 1 แผ่น
บีบครีมCrème chantilly ลงบนช็อกโกแลตแล้ววางช็อกโกแลตอีกแผ่นลงไป 
บีบครีมช็อกโกแลตลงไป แล้วตกแต่งด้วย chocolate curls.


Chicken Farm Baker's Project # 40 : Play me please!!, 
Pâte à choux, Éclairs Forêt Noire

Saturday, September 17, 2011

Chicken farm bakers' project # 39 : Mon Entremets, Café panaché: Everything starts from basic

หากจะพูดว่า การบ้านฟาร์มรอบนี้ ไม่ตื่นเต้นเลย ก็คงเป็นเรื่องโกหกค่ะ 555 ก็นะ เดือนนี้ปุ๊กเป็นโฮสเอง เรียกว่า อารมณ์ดีเลยค่ะเวลาคิดว่า จะได้บังคับให้คนอื่นเขาทำตามที่เราต้องการ อิอิ 

Monday, August 15, 2011

Chicken farm bakers' project # 38 : Egg white free, gluten free and also non dairy dessert, Allergen free Boston cream cake

คราวนี้ถือว่ายากมากเลยค่ะสำหรับปุ๊ก Chicken farm bakers' project # 38 : Egg white free, gluten free and also non dairy dessert, ก็นะ ดูจากโจทย์แล้วคงเข้าใจว่าทำไมรอบแรกที่ปุ๊กลองทำเค้กสำหรับโปรเจ็คนี้ ปุ๊กถึงต้องทิ้งเค้กไป 1 ก้อนเลยค่ะ 

Friday, July 15, 2011

Chicken farm baker's project# 37: My roll cake, Raspberry chocolate roulade

เดือนนี้ เรามาม้วนๆกันค่ะ  ^^ เพราะว่า โฮสของ Chicken farm bakers' project ของเดือนนี้ คิดว่า เรามาลงมือทำโรลกันดีกว่า ว่าไปแล้ว โรลเค้กเนี่ยะก็เป็นของชอบของปุ๊กเหมือนกันนะคะ 

Monday, June 20, 2011

Chicken Farm Baker's Project # 35: Sweet Enhancer! Rum and coffee mini Bundt with chocolate sauce

 เอ้อ!.............. แบบว่า ปุ๊กนี่เป็นคนที่มีอะไรที่อยากทำเยอะมากๆค่ะ จนกระทั่งเกือบลืม  Chicken Farm Baker's Project ของเดือนนี้ไปเลยล่ะ ^^" แต่ยังถือว่า โชคดีค่ะที่มีเพื่อนๆคอยเตือน อิอิ คราวนี้ พอมีโอกาสได้อยู่บ้านก็เลยต้องรีบทำซะเลย .

Tuesday, May 17, 2011

Chicken Farm Baker's Project # 34 : Boost your body with Yummy Sweet, Five spices macaron with roasted Chinese pear and ginger custard sauce

Chicken Farm Baker's Project # 34 : Boost your body with Yummy Sweet, ฟังแล้วดูดีใช่ไหมคะ ว่าไปแล้ว เรื่องร่างกายเราสำคัญจริงๆนี่ค่ะ เดือนนี้ พวกเราจะมาให้ความสำคัญกับมันกันค่ะ  

Thursday, March 17, 2011

Chicken Farm Baker's Project # 32: !!Life is always bittersweet!! Espresso Thimbles

 เพราะชีวิตคนเรา มันมีทั้งหวานและขม ^^,ซึ่งปุ๊กเชื่อจริงๆเลยค่ะ ในคำกล่าวนี้ และเพื่อให้ทุกคนเชื่อพวกเรา เดือนนี้ ชาวฟาร์มไก่ จะมาแสดงให้ดูผ่านขนมนี่ล่ะ  !!!!!!!

Saturday, February 19, 2011

Chicken Farm Baker's Project # 31: My dream wedding Cake; baked and frosted my dreams, Traditional Fruitcake Wedding Cake

My dream wedding Cake; baked and frosted my dreams, Traditional Fruitcake Wedding Cake, ว่าไปงานนี้ชื่อยาวดีไหมคะ 555 ก็นะ เดือนนี้เป็นเดือนแห่งความรักนะ เราจะมาฝันกันต่อนะคะ

Sunday, January 16, 2011

Chicken Farm Baker's Project # 30 : A Valentine’s Baking Treat for My Sweetheart, Devil food cake with Pink buttercream and Dark chocolate Ganache

ปุ๊กเองคิดว่า การทำขนมให้ใครสักคนที่พิเศษเนี่ยะ (คือเน้นตอน"ทำ"เลยนะคะ) ทั้งการคิดถึงว่า เราจะทำขนมอะไรให้เขา หรือ ความรู้สึกในช่วงเวลาที่ทำ มันสำคัญทั้งหมดเลยค่ะ คราวนี้ สมาชิกฟาร์มไก่ ก็ได้รับมอบหมายให้ทำขนมในโอกาศพิเศษค่ะ คือ  Valentine’s Day ไงคะ

Tuesday, December 21, 2010

Chicken Farm Baker's Project # 29 : Traditional Cake for Father's Day, CHO: Chocolate, Honey and Special Honey Orange cake!

โปรเจ็ครอบนี้พิเศษมากค่ะ เพราะว่าคราวนี้เป็น การทำเค้กให้คุณพ่อค่ะ อย่างว่านะคะ เดือนธันวาคมมาทีไร วันสำคัญที่ลืมไม่ได้เลย ก็คงเป็น วันที่ 5 ธันวาคม วันพ่อนั่นเองล่ะค่ะ คราวนี้ บีม ซึ่งเป็น โฮสของเดือนนี้ ได้ออกโจทย์มาให้ พวกเราทำเค้ก (เน้นนะคะ ว่าต้องเป็นเค้ก ^^) ซึ่งสิ่งที่สำคัญกว่าการทำแค่เค้กคือ การบังคับให้เราต้องเลือกใช้ ผลไม่ไทย หรือ ของไทยๆ นำมาเป็น ส่วนผสมของเค้กค่ะ   
ตอนแรกปุ๊กก็คิดอะไรไม่เกินไปกว่า มะพร้าวเลยค่ะ แต่พอคิดไปคิดมา การจะทำมะพร้าวมาทำเป็น มูส ก็ต้องทำด้วยกะทิ ซึ่งรู้สึกว่า หนักไปในการที่จะทำให้ปาป๊าทานค่ะ  -*- ถ้าคิดถึงขนมที่จะทำให้ปาป๊า ก็อยากจะทำอะไรที่ให้ความรู้สึกสดชื่นมากกว่านะ นั่นคือไอเดียที่เริ่มเข้ามาในหัวค่ะ 
จริงๆแล้วของไทยๆ ก็มีเยอะแยะเลยนะคะ ที่สามารถนำมาทำเป็นขนมได้ แต่ถ้าเป็น เค้กรสชาติที่จะเข้ากันได้ กับนมหรือเนย ปุ๊กกลับรู้สึกว่า ยากจังค่ะ  
ก็เพราะว่าใช้เวลาคิดยาวนานมาก คราวนี้เลยลงการบ้านฟาร์มช้าอย่างไม่น่าเชื่อเลยค่ะ  555 แต่ก็นะ หลังจากคิดแล้วคิดอีก ในที่สุดก็ได้มาลงตัวที่ส้มสายน้ำผึ้งค่ะ เพราะคิดแล้ว เป็นผลไม้ที่ปาป๊าของปุ๊กชอบทานเล่นด้วย เนื่องจากส้มสายน้ำผึ้งที่ซื้อมาหวานมากเลยค่ะ ทำให้ปุ๊กไม่จำเป็นต้องในน้ำตาลลงในส่วนของเจลลี่เลย สุดยอดเลยไหมคะ ผลไม้ไทย ^^.
หลังจากเลือกผลไม้ได้ ก็ต้องมานั่งคิดแล้วล่ะค่ะ ว่าจะทำเป็นเค้กแบบไหน ในใจปุ๊กเองอยากจะทำเป็นเค้กมูสและเจลลี่ค่ะ ดังนั้น เมื่อจะทำเป็น มูส + เจลลี่เค้ก ปุ๊กเลือกที่จะใช้ส้มเป็น ตัวเจลลี่ค่ะ เพื่อว่า จะได้ให้รสชาติของส้มออกมาชัดๆ (เจลลี่ส้มของปุ๊กไม่ต้องใส่น้ำตาลเพิ่มเลยนะคะ หวานหอมส้มจากธรรมชาติเลย) ส่วนมูส เลือกแบบง่ายๆ เอาเป็นมูสน้ำผึ้งเพื่อว่า จะได้เป็น เบสให้กลับรสชาติของส้มได้ค่ะ  (อีกส่วนคือ พอคิดถึงคำว่า ส้มสายน้ำผึ้งก็เลยอยากจะทำเป็น มูสน้ำผึ้งขึ้นมาด้วยล่ะ)แต่ถ้าจะให้เค้กมีแต่รสหวานอย่างเดียวก็คงจะน่าเบื่อแย่ใช่ไหมคะ  ปุ๊กเลยเลือกที่จะทำส่วนของเค้กให้เป็น เค้กช็อกโกแลตค่ะ ซึ่งเมื่อนำเค้กมาพรมด้วยน้ำเชื่อม  Grand Marnier ก็ทำให้รสชาติโดยรวมของเค้ก เข้ากันได้ดีทีเดียว 
แต่ก็นะ นี่เป็นครั้งที่ทำเค้กที่จะมีส่วนเป็นเจลลี่ปรกบลงไปโดยตรงค่ะ ดังนั้นก็เลยเจอปัญหาที่ทำให้ตกใจมากทีเดียว คือ พอปุ๊กเทส่วนของเจลลี่ลงไป เค้กมันซับไปหมดเลยค่ะ -*- เลยต้องมานั่งคิดว่า จะทำยังไงดีให้เราสามารถเทเจลลี่ลงไปได้ ก็เลยมาตรงข้อสรุปที่ว่า ให้เทเจลลี่ประมาณ 1tbsp ลงไปก่อนค่ะ แล้วก็นำเค้กไปแช่เย็น เมื่อเค้กซับเจลลี่รอบแรกแล้ว และอยู่ตัว เราจึงค่อยมาเทเจลลี่ที่เหลือลงไป เพื่อให้เป็นชั้นของเจลลี่ค่ะ ^^
คราวนี้ก็ได้ออกมาแล้วค่ะ เค้กของปุ๊กที่ออกมามี 3 ชั้นตามตั้งใจ คือ ช็อกโกแลตเค้ก, มูสน้ำผึ้ง และ เจลลี่ส้ม ซึ่งความรู็สึกที่ดีที่สุดเมื่อทำเค้กชิ้นนี้เสร็จคือ ตอนที่เอาให้ปาป๊าทานแล้ว ปาป๊าบอกว่า "อร่อย" นั่นล่ะค่ะ สุดยอดเลย ซึ่งทำให้อาการปวดหัวทั้งหลายหายไปเป็นปลิดทิ้งเชียวล่ะค่ะ
ก็เลยคิดว่า เพื่อนๆถ้าได้ลองทำเค้กชิ้นนี้ให้คุณพ่อ (หรือ พ่อของคุณลูกๆก็ได้นะคะ) น่าจะชอบเช่นกันค่ะ 
Note: สามารถใช้ส้มแบบอื่นมาทำเป็นเจลลี่ได้นะคะ เพียงแค่ว่า ถ้าส้มที่มีอยู่ไม่หวานมาก ก็สามารถเติมน้ำตาลได้ 10-30 กรัมตามชอบค่ะ โดยให้นำน้ำตาลไปต้มให้ละลายพร้อมกับน้ำส้มค่ะ  
Adaptation from: คราวนี้เป็นการมิกซ์ไอเดียมาจากหลายเล่มมากจนไม่สามารถบอกได้เลยค่ะ ว่ามาจากไหนแน่ 555 




CHO: Chocolate, Honey and Special Honey Orange cake  
Makes 6 (7cm cake)

Chocolate sponge cake
70g .................................. แป้งเค้ก 
15g .................................. ผงโกโก้
3 ...................................... ไข่
90g ................................. น้ำตาลทราย
30g ................................. เนยจืด (ละลาย)
......................................... เกลือ
Simple Syrup
50g .................................. น้ำตาลทราย
50cc ................................. น้ำ
Grand Marnier syrup
50g ................................. Simple syrup
1tbsp .............................. เหล้า Grand marnier
Honey mousse
120ml ............................. นม
3 ...................................... ไข่แดง
20g ................................. น้ำตาลทราย
5g ................................... เจลาตินแผ่น
50g ................................. น้ำผึ้ง
140ml ............................ Whipping cream
Orange jelly
400ml ............................ น้ำส้ม จากส้มสายน้ำผึ้ง 
6g ................................... เจลาตินแผ่น

เปิดเตาอบที่ 180°C. 
วางกระดาษรองอบลงในถาดขนาด 30x30 cm
ตีไข่ด้วยเครื่องตี โดยค่อยๆใส่น้ำตาลและเกลือลง จนฟูและขาวข้น (ribbon stage) 
ร่อนแป้งและผงโกโก้ลงไปในไข่ แล้วตะล่อมให้เข้ากัน 
ใส่เนยลงไป แล้วตะล่อมให้เข้ากัน 
แล้วเทลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้

นำเข้าอบประมาณ 16นาที หรือ จนสีสวย และเมื่อใช้ปลายนิ้วแตะเบาๆ หน้าเค้กไม่ยุบตัวลง 
นำออกจากพิมพ์ แล้วพักไว้บนตะแกรงพักขนม


Make the syrup:


ใส่น้ำและน้ำตาลลงในหม้อ แล้วนำขึ้นตั้งไฟจนเดือด แล้วพักให้เย็น 
Make the honey mousse:

บลูมเจลาตินในน้ำเย็น 
นำนมไปต้มในหม้อใบเล็ก แล้วตีไข่แดงกับน้ำตาลให้เข้ากันในหม้อก้นหนา 
พอนมเดือด เทนมลงในไข่แดงที่ตีไว้ โดยตีตลอดเวลาจนเข้ากันหมด
วางหม้อขึ้นตั้งไฟกลาง แล้วคนตลอดเวลา จนข้นขึ้น 


ใส่เจลาตินลงในส่วนผสมร้อนๆ คนให้เข้ากัน แล้วใส่น้ำผึ้งลงไป คนให้เข้ากัน 
พักจนเย็นสนิท 


ตีครีมจนตั้งยอดอ่อน
 ใส่ 1/3 ของครีมลงใน creme anglaise ตะล่อมให้เข้ากัน
หลังจากนั้น ให้ค่อยๆตะล่อมส่วนของ creme anglaise กับครีมกลับเข้าไปในส่วนของครีมค่ะ ส่วนผสมจะอยู่ประมาณ ribbon stage แล้วใส่ลงในถุงบีบ ที่ติดหัวบีบแบบกลมใหญ่ไว้
ตัดเค้กเป็นชิ้นวงกลม 12 ชิ้น (ขนาด 7cm/ต่อชิ้น).
ผสมเหล้า Grand marnier กับน้ำเชื่อม
วางเค้กลงในเค้กริงค์ แล้วพรมให้ชุ่มด้วยไซรัป
บีบมูสน้ำผึ้งลงไป แล้ววางเค้กอีกชิ้นทับลงด้านบน 
พักในตู้เย็น อย่างน้อย 30 นาที หรือจนพร้อมใช้ 
Make orange jelly:
บลูมเจลาตินในน้ำเย็น นำน้ำส้ม 100ml ไปต้ม 
เมื่อเดือด นำลงจากเตา ใส่เจลาตินลงไป 
เมื่อส่วนที่ต้มเย็นลงแล้ว ให้นำมาผสมกับน้ำส้มส่วนที่เหลืออยู่ 
พรมน้ำเชื่อมลงบนเค้ก แล้วเทส่วนของเจลลี่ส้มประมาณ 1tbsp ลงไปบนเค้ก
นำเข้าแช่เย็นอีกรอบ ประมาณ 30นาที
นำออกจากตู้เย็น แล้วเทส่วนของเจลลี่ ที่เหลือลงไป แล้วนำเข้าแช่เย็น ประมาณ 12ชั่วโมง หรือจนอยู่ตัว
เมื่อต้องการเสิร์ฟ นำออกจากพิมพ์ แล้วตกแต่งด้วยแผ่นช็อกโกแลต 
Chicken Farm Baker's Project # 29 : 
Traditional Cake for Father's Day,
 CHO: Chocolate, Honey and Special Honey Orange cake!  

Monday, November 15, 2010

Chicken Farm Baker's Project # 28 : Tiramisu in my style: Mocha Oreo Tiramisu

อิอิ ปุ๊กว่า ใครๆคงว่า ทำไมสูตรมันยาวๆๆๆๆๆๆ มากขนาดนี้ล่ะเนี่ยะ แต่ก็นะ ยอมรับค่ะว่า มันยาวมากจริงๆ พิมพ์เองยังงงตัวเองเลย 555  
ก็นะ พอได้รับโจทย์ของเดือนนี้ มา"Chicken Farm Baker's Project # 28 : Tiramisu in my style",ปุ๊กก็เอาแต่นั่งคิดละค่ะ ว่าอยากจะทำทีรามิสุแบบไหน ที่จะเป็นรสชาติแบบใหม่ที่เราต้องการ
เพราะเพื่อนๆคงรู้ว่า ปุ๊กชอบทีรามิสุมากๆค่ะ แล้วก็เป็น ขนมที่ทำบ่อยมากๆเลยด้วยค่ะ ดังนั้น ส่วนตัวก็ชอบแบบคลาสสิกที่สุดค่ะ แต่การที่ชอบแบบคลาสสิกก็ไม่ได้แปลว่า เราจะลองทานแบบใหม่ๆไม่ได้นิคะ ก็เลยต้องมาลองคิดดูว่า เจ้าครีม อร่อยๆจากมาสคารโปเน่ชีสเนี่ยะ มันจะสามารถนำไปอยู่ร่วมกับส่วนผสมอะไรได้อีกหนอ (แต่ก็ไม่ยากค่ะ เพราะตัวครีมมันอร่อยและรสชาติอ่อน สามารถเข้ากับรสชาติอย่างอื่นได้ง่ายค่ะ) 
ปุ๊กก็เลยเลือกส่วนประกอบที่จะนำมามิกซ์กับครีมเป็น โอรีโอและครีมกาแฟ แทนค่ะ เรียกว่า เป็นการแปลงจากต้นตำหรับไปนิดหน่อยค่ะ เพราะ Oreo นี่ก็เป็นของโปรด แล้วกาแฟก็เป็นรสชาติที่ชอบมากๆด้วยนะสิคะ เมื่อมารวมกันอยู่ในแก้ว พร้อมๆกับ mascarpone cream ก็ต้องอร่อยแน่นอนค่ะ 
แต่คราวนี้ปุ๊กเลือกที่จะทำครัมเองนะคะ ว่าไปก็ทำไม่ยากค่ะ แล้วยังได้รสชาติเข้มข้นมากๆเลย แล้วก็เพิ่มเมอแรงค์ลงไป เพื่อให้รสชาติของทั้งหมดเข้ากันดีขึ้นค่ะ  

เรียกว่า สูตรคราวนี้ เป็นแค่คำแนะนำค่ะ คือ จะทำตามสูตรเลยก็ได้ หรือจะเลือกทำตามทางลัดที่ปุ๊กจะบอกต่อไปก็ได้นะคะ ^^ เริ่มต้นคือ ใช้เจ้าคุกกี้โอรีโอเลยค่ะ ไม่ต้องทำครัมเอง ต่อมาคือ ใช้เมอแรงค์ที่ซื้อเอาก็ได้ค่ะ ไม่ต้องทำเอง คราวนี้ก็เหลือแค่ 2 อย่างที่ต้องทำเองแล้วใช่ไหมล่ะ เพราะในส่วนของแผ่นช็อกโกแลตนี่ เรียกว่า เป็นการตกแต่งค่ะ เมื่อใช้จะช่วยให้เห็นชั้นของครัม และครีมชัดขึ้นเท่านั้นเอง จะมีหรือไม่มีก็ได้ ไม่ได้มีผลกับรสชาติมากนักค่ะ คราวนี้ก็สามารถทำขนมชิ้นนี้ ได้อย่างรวดเร็วเลยใช่ไหมล่ะ (น่าจะเร็วกว่าปุ๊กสัก 3 เท่าเลยค่ะ 555) 
คราวนี้ พอรู้ทางลัดแล้วก็อย่ามัวนั่งอ่านบล็อกปุ๊กอยู่เลยค่ะ ไปเข้าครัวทำทีรามิสุกันเลยดีกว่า แบบว่าทำได้รวดเร็วกว่าของปุ๊กขนาดนี้ ยังไงก็ต้องลองใช่ไหม   ^-^

Note on flavor: สำหรับขนมคราวนี้ อยากจะฝากโน้ตนิดนึงค่ะ เพราะอยากให้ออกมาถูกใจกัน^^.
1. ถ้าชอบรสชาติกาแฟเข้มๆ ก็ทำตามสูตรนะคะ แต่ถ้าไม่ชอบให้ขมมาก ให้ลดกาแฟเป็น 6กรัม และลดน้ำตาลเป็น 10 กรัมแทนค่ะ 
2. เมอแรงค์ที่ใส่เข้าไป ไม่ใช่แค่การตกแต่งนะคะ แต่เป็น ส่วนหนึ่งของรสชาติของขนมค่ะ อย่าสกิปนะคะ 3. ทีรามิสุจะรสชาติดีขึ้น เมื่อได้พักไว้ประมาณ 12-24ชั่วโมงก่อนเสิร์ฟค่ะ 


Mocha Oreo Tiramisu
Serves 6 


-Crème Cappuccino-
40g ................................. whipping cream (A)
8g ................................... กาแฟผงสำเร็จรูป (Instant coffee powder)
1 ..................................... ไข่แดง
15g ................................. น้ำตาลทราย
75g ................................. whipping cream (B)
60g ................................. ไวท์ช็อกโกแลต (white chocolate)
25g ................................. whipping cream (C)  

-Mascarpone Cream-
200g .............................. Mascarpone cheese
30g ................................. ไข่แดง (ประมาณ 1½ ฟองค่ะ)
1tsp ................................ Kahlua® หรือเหล้ากาแฟยี่ห้ออื่น 
45g ................................. ไข่ขาว (ประมาณ 1½ ฟองค่ะ)
45g ................................. น้ำตาลทราย

-Homemade Oreo Crumbs-
30g ................................. เนยจืด
50g ................................. น้ำตาลทราย
¼tsp .............................. vanilla extract
40g ................................. ช็อกโกแลต semisweet chocolate (แบบที่มีช็อกโกแลตประมาณ 50%ค่ะ)
50g ................................. แป้งอเนกประสงค์
25g ................................. ผงโกโก้
......................................... เกลือเล็กน้อย 

-Meringue-
50g ................................. ไข่ขาว
100g ............................... น้ำตาล
20cc ................................ น้ำ

-Chocolate Disk-
50g .................................. มิลล์ช็อกโกแลต (Milk chocolate)

Make the meringue:
Note: ทำออกมาแล้วอาจจะมากกว่าที่จะต้องใช้นิดหน่อยนะคะ แต่ก็สามารถนำมาทานเล่นหรือเอามาทานกับวิปปิ้งครีมก็ได้นะคะ เรียกว่าทำไว้ไม่ผิดหวังค่ะ  ^^.

เปิดเตาอบที่110°C
วางกระดาษรองอบบนถาด 

ใส่น้ำตาลและน้ำลงในหม้อ น้ำขึ้นตั้งไฟปานกลาง
เมื่อน้ำเชื่อมอุณหภูมิประมาณ 100°C, ให้เริ่มตีไข่ขาว
เมื่อน้ำเชื่อมร้อนถึง  117°C เทลงใส่ไข่ขาว เป็นสายและตีไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเมอแรงค์เย็น 

ใส่เมอแรงค์ลงในถุงบีบ ที่ใส่หัวบีบขนาด 1.2cm ไว้ บีบเป็น เส้น 
นำเข้าอบประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วพักจนเย็นในเตา ก่อนจะเก็บใส่กล่องค่ะ 

Make the milk chocolate disk:

How to temper the chocolate in microwave:



1. ใส่ 2 ส่วน3 ของช็อกโกแลตลงในชามพลาสติก (ชามชนิดอื่น จะเก็บความร้อนมากไปนะคะ) ที่สามารถเข้าไมโครเวฟได้ (แยกอีกส่วนเก็บไว้ก่อนค่ะ เราต้องใช้ หลังจาก ช็อกโกแลตส่วนแรกละลายแล้ว)

2. นำเข้าไมโครเวฟ แล้ว ให้ความร้อน ประมาณ 30 วินาทีที่ไฟปานกลาง แล้วนำออกมาคน นำเข้าอีก 30 วินาที แล้วนำออกมาคน ทำเช่นนี้ จนช็อกโกแลตละลาย
3. โดยช็อกโกแลตจะค่อยๆละลายค่ะ เมื่อช็อกโกแลตละลายหมด ลองวัดอุณหภูมิ จะอยู่ที่ประมาณ45°C.

4. ใส่ช็อกโกแลตที่แบ่งไว้ลงไป ค่อยๆใส่ และค่อยๆคนค่ะ (อย่าคนมากไปนะคะ) อุณหภูมิของช็อกโกแลตจะค่อยๆลดลงค่ะ
5. ช็อกโกแลตจะค่อยๆข้นข้น และเนื่องจากเริ่มเย็นตัวลง อาจจะมีช็อกโกแลตบางส่วนละลายไม่หมด ให้ใช้  hairdryer เป่าให้ละลายค่ะ แต่ก็ไม่จะเป็นต้องเป่านานนะคะ ช็อกโกแลตจะค่อยๆละลายต่อเอง เมื่อได้รับความร้อน
6. เช็คอุณหภูมิของช็อกโกแลตที่ได้นะคะ ถ้าทำได้ถูกต้อง อุณหภูมิ จะอยู่ที่  29°C.
Note: ถ้าช็อกโกแลตร้อนเกินไป อาจจะต้องใช้ช็อกโกแลตมากกว่า ที่กำหนดไว้ในสูตรใส่ลงไปเพิ่ม เพื่อให้อุณหภูมิลดลงตามที่ต้องการค่ะ




เทช็อกโกแลตลงบนแผ่นพลาสติก (หรือ อลูมิเนี่ยมฟรอย) แล้ว ปาดให้เรียบ
พักไว้จนเกือบแข็งตัว (เช็คเรื่อยๆนะคะอย่าให้แข็งเกินไป)
พอเริ่มแตะแล้วไม่ติดนิ้ว ก็ตัดให้เป็น วงขนาดที่ต้องการ (ให้พอดีกับขนาดที่ใส่แก้วได้ค่ะ)
นำทั้งหมดเข้าแช่ตู้เย็น 10-20 นาที แล้ว แกะแผ่นช็อกโกแลตออกมา
พักไว้ ในตู้เย็น โดยวางในกล่องขั้นแต่ล่ะแผ่นด้วย กระดาษรองอบจนพร้อมใช้ 


Make the Homemade Oreo crumbs:


ละลายช็อกโกแลตกับเนยด้วยกัน โดยใส่ลงในชามแล้ววางไว้บนชามน้ำอุ่น
ร่อนแป้ง เกลือ และผงโกโก้เข้าด้วยกัน 


เทช็อกโกแลตละลายลงในส่วนของแป้ง แล้ว คนให้เข้ากัน 
นำเข้าแช่เย็น 2 ชั่วโมงจนอยู่ตัว 

เปิดเตาอบที่ 180°C
วางกระดาษรองอบไว้บนถาด 


บิโดเป็น ก้อนเล็กๆ (หรือถ้าแข็งมากก็ให้ใช้มีดตัดค่ะ) 
นำเข้าอบประมาณ 10 นาที แล้วลดไฟลงเหลือ 150°C แล้วอบต่อ 5นาที  
นำออกจากเตาแล้วพักจนเย็น ก่อนเก็บไว้ในกล่อง

Make Crème Cappuccino:


ใส่กาแฟผงสำเร็จรูปพร้อม whipping cream (A)ลงในหม้อใบเล็ก แล้วนำขึ้นตั้งไฟ
ในขณะเดียวกัน ก็ตีไข่แดงกับน้ำตาลตีรวมกัน 
เมื่อ into a small saucepan and bring to boil, meanwhile beat the yolk with the sugar until เมื่อวิปปิ้งครีมเดือด เทลงในส่วนของไข่แดงอย่างช้าๆ โดยตีตลอดเวลา จนเข้ากันดี 


เทส่วนผสมกลับไปในหม้อแล้วนำไปตั้งไฟอ่อน จนกระทั่งข้นขึ้น แล้วนำลงจากเตามาพักไว้ 


ละลายไวท์ช็อกโกแลตโดยใส่ลงในชามแล้ววางบนชามน้ำอุ่น เมื่อช็อกโกแลตละลาย เท whipping cream (C) ลงไปแล้วคนให้เข้ากัน 


ตีวิปปิ้งครีม whipping cream (B) จนกระทั่งตั้งยอดอ่อน


ตัก ¼ ของวิปปิ้งครีมลงในส่วนของไวท์ช็อกโกแลต แล้วคนให้เข้ากัน แล้วเททั้งหมดกลับลงไปในส่วนของวิปปิ้งครีม ตะล่อมให้เข้ากัน 


ตัก ¼ ของส่วนผสมของวิปปิ้งครีมและไวท์ช็อกโกแลตลงในส่วนของกาแฟ คนให้เข้ากัน แล้วเททั้งหมดกลับลงไปในชามของ วิปปิ้งครีม ตะล่อมให้เข้ากัน 


เทส่วนผสมของ Crème Cappuccino ลงในถุงบีบ แล้วบีบลงในถ้วยที่ต้องการ นำเข้าแช่ตู้เย็น ระหว่างทำขั้นตอนต่อไป 

Make the Mascarpone Cream:


ตีไข่แดง กับน้ำตาล 25กรัม ให้เข้ากัน แล้วใส่ mascarpone และ เหล้ากาแฟ 1 ช้อนชา คนให้พอเข้ากัน
Note from dailydelicious: ในการผสมมาสคาร์โปเน่ ให้ใช้พายยางปาดไปมาอย่างเบามือก่อนก็ดีค่ะ จะช่วยไม่ให้ ไขมันแตกตัวได้



ตีไข่ขาวให้พอเป็นฟอง แล้วใส่น้ำตาล ที่เหลือ ลงไป แล้วตีจนตั้งยอดเกือบแข็ง (medium stiff peaks) 
ใช้ช้อนคันใหญ่ หรือพายยาง ค่อยๆ ตะล่อมไข่ขาว ลงไปในส่วนผสมของไข่แดงและชีส


ใส่ Mascarpone Creamลงในถุงบีบแล้วบีบลงในถ้วยที่มี Crème Cappuccino แล้ววางทับด้วยOreo crumbs 


วางแผ่นช็อกโกแลตลงด้านบน แล้วบีบ Mascarpone Cream ลงไปอีกรอบ 
พักไว้ในตู้เย็น 
เมื่อต้องการเสิร์ฟ วางเมอแรงค์ลงด้านบน แล้วเสิร์ฟค่ะ 

Chicken Farm Baker's Project # 28 : 
Tiramisu in my style: Mocha Oreo Tiramisu

Printfriendly