เมื่อวันหยุดที่ผ่านมา มีเพื่อนมาพักที่บ้านค่ะ ก็คงเดากันได้นะคะว่าเวลาเพื่อนมาปุ๊กจะทำอะไร อิอิ
Showing posts with label Verrines. Show all posts
Showing posts with label Verrines. Show all posts
Monday, March 16, 2015
Saturday, July 19, 2014
Monday, June 16, 2014
Thursday, March 27, 2014
Sunday, March 16, 2014
Strawberry Shortcake in a shot: Small cake in a glass.
ปุ๊กชอบขนมชิ้นเล็กๆนะคะ ไม่ใช้แค่เพราะขนาดนะคะ แต่จากขนาดเล็กๆของเค้าทำให้คนไม่ค่อยปฏิเสธค่ะ
โดยเฉพาะหลังอาหารเย็น ถ้าจะเสิร์ฟเค้กชิ้นใหญ่ๆ หลายๆคนคงรู้สึกว่ามันเยอะไปนะคะ เพราะถ้าเพิ่งอิ่มคงไม่มีใครอยากทานเยอะๆค่ะ
แต่ปุ๊กว่าถ้าเป็นขนมชิ้นนี้ คงไม่มีใครปฏิเสธค่ะ เพราะเป็น สตรอเบอรี่ช็อตเค้กชิ้นเล็กๆค่ะ ถ้วยเล็กๆใบนี้กว้างแค่ 4 เซนติเมตร เองค่ะ แค่ 2 คำ (หรือคำเดียว อิอิ) ก็หมดแล้วค่ะ ขนมสูตรนี้ทำง่ายมากๆ โดยเฉพาะหากไม่ต้องทำ สปันจ์เค้กเอง ^^
ขนมชิ้นนี้ทำล่วงหน้าได้นะคะ โดยทำแล้วแช่เย็นไว้ก่อน แล้วค่อยนำมาตกแต่งก่อนเสิร์ฟค่ะ
Strawberry
150g .............................. สตรอเบอรี่สด
20-25 g ......................... น้ำตาลทราย (ขึ้นอยู่กับความหวานของสตรอเบอรี่ค่ะ)
15g ................................. เหล้าKirsch
Sweeten whipped cream
70g ................................ วิปปิ้งครีม
7g ................................... น้ำตาลทราย
........................................ สปันจ์เค้ก, ตัดเป็นชิ้นกลมเล็ก
ตัดสตรอเบอรี่เป็นชิ้น, เก็บไว้ 6 ชิ้นสำหรับตกแต่งขนม
ใส่สตรอเบอรี่ที่เหลือลงในชามที่สามารถใช้กับไมโครเวฟได้ พร้อมกับน้ำตาลทรายและเหล้าKirsch ปิดฝา แล้วนำเข้าให้ความร้อนในไมโครเวฟ 1 นาที (600w),นำออกมาคน ปิดฝาแล้วนำเข้าให้ความร้อนในไมโครเวฟอีก 1 นาที (600w) พักจนเย็นลง
ตีวิปปิ้งครีมกับน้ำตาลทราย จนตั้งยอดอ่อน
ตักส่วนผสมของสตรอเบอรี่ที่ทำไว้ลงในแก้ว แล้วบีบวิปปิ้งครีมลงไป
วางสปันจ์เค้กลงไป บีบวิปปิ้งครีมลงบนเค้ก แล้วราดด้านบนด้วย ส่วนผสมของสตรอเบอรี่
นำเข้าแช่เย็น จนพร้อมเสิร์ฟ
ตกแต่งด้วยชิ้นสตรอเบอรี่ก่อนเสิร์ฟ
โดยเฉพาะหลังอาหารเย็น ถ้าจะเสิร์ฟเค้กชิ้นใหญ่ๆ หลายๆคนคงรู้สึกว่ามันเยอะไปนะคะ เพราะถ้าเพิ่งอิ่มคงไม่มีใครอยากทานเยอะๆค่ะ
แต่ปุ๊กว่าถ้าเป็นขนมชิ้นนี้ คงไม่มีใครปฏิเสธค่ะ เพราะเป็น สตรอเบอรี่ช็อตเค้กชิ้นเล็กๆค่ะ ถ้วยเล็กๆใบนี้กว้างแค่ 4 เซนติเมตร เองค่ะ แค่ 2 คำ (หรือคำเดียว อิอิ) ก็หมดแล้วค่ะ ขนมสูตรนี้ทำง่ายมากๆ โดยเฉพาะหากไม่ต้องทำ สปันจ์เค้กเอง ^^
ขนมชิ้นนี้ทำล่วงหน้าได้นะคะ โดยทำแล้วแช่เย็นไว้ก่อน แล้วค่อยนำมาตกแต่งก่อนเสิร์ฟค่ะ
Strawberry Shortcake in a shot
Makes 6 shots (4cm shot)
Strawberry
150g .............................. สตรอเบอรี่สด
20-25 g ......................... น้ำตาลทราย (ขึ้นอยู่กับความหวานของสตรอเบอรี่ค่ะ)
15g ................................. เหล้าKirsch
Sweeten whipped cream
70g ................................ วิปปิ้งครีม
7g ................................... น้ำตาลทราย
........................................ สปันจ์เค้ก, ตัดเป็นชิ้นกลมเล็ก
ตัดสตรอเบอรี่เป็นชิ้น, เก็บไว้ 6 ชิ้นสำหรับตกแต่งขนม
ใส่สตรอเบอรี่ที่เหลือลงในชามที่สามารถใช้กับไมโครเวฟได้ พร้อมกับน้ำตาลทรายและเหล้าKirsch ปิดฝา แล้วนำเข้าให้ความร้อนในไมโครเวฟ 1 นาที (600w),นำออกมาคน ปิดฝาแล้วนำเข้าให้ความร้อนในไมโครเวฟอีก 1 นาที (600w) พักจนเย็นลง
ตีวิปปิ้งครีมกับน้ำตาลทราย จนตั้งยอดอ่อน
ตักส่วนผสมของสตรอเบอรี่ที่ทำไว้ลงในแก้ว แล้วบีบวิปปิ้งครีมลงไป
วางสปันจ์เค้กลงไป บีบวิปปิ้งครีมลงบนเค้ก แล้วราดด้านบนด้วย ส่วนผสมของสตรอเบอรี่
นำเข้าแช่เย็น จนพร้อมเสิร์ฟ
ตกแต่งด้วยชิ้นสตรอเบอรี่ก่อนเสิร์ฟ
Strawberry Shortcake in a shot: Small cake in a glass.
Thursday, November 28, 2013
Friday, September 20, 2013
Wednesday, July 31, 2013
White Forest Verrines: White is beautiful
Wednesday, January 23, 2013
Thursday, November 1, 2012
Wednesday, October 17, 2012
Saturday, June 23, 2012
Fraisecha: Strawberry and Matcha verrines
ว่าไปแล้ว ชาเขียวก็เป็นอีกหนึ่งรสชาติที่ปุ๊กชอบมากๆนะคะ แล้วมันยังสามารถจะใช้ได้กับหลายอย่างเด้วย แต่คราวนี้ เขาจับมือมากับสตรอเบอรีค่ะ
Thursday, May 17, 2012
Sentimental: Berry and pistachio verrines
ว่าไปเคยสัญยาไว้นานแล้วนะคะ ว่าจะทำเจ้าขนมแบบนี้ให้ดู แต่เพราะนิสัยแย่ๆของปุ๊กที่อยากทำไปซะทุกอย่างอะค่ะ ก็เลยกลายเป็นไม่ได้ลงมือทำมันซะทีนะคะ
Monday, January 2, 2012
Blancemange with Berry Rose: Do you feel love in the air?
555 สวัสดีปีใหม่นะคะ ^^ เรียกว่า งานนี้ เจ้ากระเชาของปุ๊กเลยต้องโพสข้ามปีเลย ก็อย่างว่าล่ะคะ่ ที่บ้านยุ่งมากๆ เป็นช่วงที่ไม่ค่อยมีเวลาเลย
Friday, December 9, 2011
Choc A Block Trifle: 1 Chocolate 2 Chocolate and 3 Chocolate again!
เมื่ออาทิตย์ที่แล้วคุณพี่สาวมาบ้านค่ะ ปุ๊กก็เลยทำคุกกี้ กะว่าจะให้เธอเอากลับไปด้วย แต่ดันกลายเป็นว่าวันกลับ เธอรีบมากจนลืมทุกอย่างเลย รวมถึงเจ้าคุกกี้ด้วย
Saturday, August 13, 2011
Tiramisu de fraises: Strawberry Tiramisu, Fresher side of Tiramisu
"โอ้ยๆ ทีรามิสุอีกแล้ว" คิดว่าหลายๆคนกำลังคิดแบบนี้อยู่ในใจใช่ไหมล่ะ ก็นะ ทีรามิสุ มันมาบ่อยเหลือเกินในบล็อกปุ๊ก 555 แต่คราวนี้รับรองว่าไม่เหมือนเดิมค่ะ ลองดูจากสีของมันก็ได้ ^^
Tuesday, May 3, 2011
Mousse au chocolat a la pomme et cannelle: Chocolate mousse with apple Lovely delicious mousse!!
ปุ๊กชอบทำขนมใส่แก้วมากเลยค่ะ ^^ มันน่ารักใช่ไหมล่ะ ? นอกจากว่ามันน่ารักแล้ว มันยังเตรียมง่ายด้วยนะคะ คราวนี้ สูตรมาจากหนังสือเล่มใหม่ของปุ๊กค่ะ คือ , ピエール・エルメが教えるチョコレートのお菓子by PIERRE HERME
Monday, December 6, 2010
Le rêve de pomme crumble: When apple crumble wants to be more beautiful
ปุ๊กว่าทุกคนคงมีความฝันเหมือนกันใช่ไหมคะ ^^ และบางครั้ง ปุ๊กว่าหลายๆสิ่งหลายๆอย่าง ก็คงมีความฝันว่า ตัวเองจะสวยขึ้นหรือดูดีขึ้น เหมือนกันค่ะ คราวนี้ปุ๊กก็เลยลองใช้ความพยายามเต็มที่ในการที่จะ dress up เจ้าขนมที่แสนธรรมดา "Apple crumble" ให้กลายเป็น เจ้าหญิงแสนสวยค่ะ
ว่าไปแล้ว เจ้า "Apple crumble" เนี่ยะ เป็นขนมที่แสนจะธรรมดา แล้วก็ homey มากๆเลยนะคะ แต่เพราะเขาธรรมดาจนเรา ไม่ค่อยได้คิดว่า จะแปลงเขายังไงให้เขาออกมาเป็น ขนมที่แสนสวย แต่ไม่ได้ทำให้เขาเปลี่ยนไปค่ะ (อืม ปุ๊กคิดไม่ออกนะ ว่า จะแปลยังไงคือ ไม่ให้รู้สึก pretending อะค่ะ) "Apple crumble" คราวนี้ เลยยังคงมีความโฮมมีอยู๋ ไม่ว่าจะเป็น sauté apple (แอ๊ปเปิ้ลผัด) ที่ให้รสชาติใกล้เคียงกับการนำเอาแอ๊ปเปิลไปอบ ตามมาด้วย vanilla mousse ที่เข้ามาแทนที่ custard sauce และ red berry jelly ที่มีความซ่าเล็กน้อยของ Vodka และรสชาติเปรี้ยวนิดๆ ที่ทำให้ทุกอย่างในถ้วยเข้ากันได้ดีขึ้น แล้วยังมีครัมเปิ้ลที่รสชาติเข้มข้น ที่เพิ่มทั้งความกรุบกรอบและหอมมันให้กับ verrine แก้วนี้ค่ะจริงๆแล้ว ความฝัน ก็คงเป็นความฝันของปุ๊กมากกว่านะคะ ^^ เพราะปุ๊กชอบไอเดียของการใส่ขนมลงในแก้วมากๆเลยค่ะ มันทั้งน่ารัก แล้วก็ยังง่ายต่อการ เสิร์ฟด้วยนะคะ (ปุ๊กใช้แก้วใบเล็ก ขนาดประมาณ5.5x8.5cm ที่บางคนอาจจะรู้สึกว่า เล็กไปนะคะ แต่สำหรับที่บ้านปุ๊ก ขนาดนี้กำลังดีค่ะ เพราะว่า เราสามารถทานได้หมดถ้วยโดยไม่รู้สึกว่า มันหนักเกินไป) ปุ๊กก็เลยคิดว่า จะทำยังไงถึงจะเอาของโปรดของปุ๊ก "Apple crumble" ใส่ลงไปในแก้วใบเล็กนี้ได้ แล้วทำให้มันน่ารักน่าทานขึ้นมากกว่าเดิมด้วย และอีกอย่างคือ ปุ๊กอยากจะเอาเครื่องดื่มที่ปุ๊กชอบดื่มมาก Smirnoff Ice® (อร่อยๆค่ะ 555 อุ๊ยๆ อย่ามองปุ๊กในแง่ร้ายนะ ก็แค่ขวดเล็กๆเองค่ะ ไม่เป็นไรเนาะ ^^).
คราวนี้ ก็เลยออกมาเป็น สูตรที่ค่อยๆเอาสูตรจากหลายๆที่ มารวมๆกันค่ะ เพื่อให้ได้ออกมาเป็น สูตรที่ต้องการ โดยชั้นแรก เจ้าred berries jelly ที่ทำไม่ยากเลยค่ะ แล้วก็ไม่ต้องห่วงนะคะ ถ้าไม่ดื่มเหล้า ก็ใช้น้ำมะนาวกระป๋องแทนได้ค่ะ ตามมาด้วย vanilla mousse ที่เป็น custard base mousse ที่แสนจะริซและให้ความรู้สึกดีค่ะ เมื่อมาถึงแอ๊ปเปิ้ล ก็เป็น แอ๊ปเปิ้ลผัด ที่ปุ๊กขอแนะนำว่า ควรจะเป็น Granny Smith apple, นะคะ เพราะ เราต้องการความเปรี้ยวและอยู่ตัวของแอ๊ปเปิ้ลค่ะ สุดท้ายคือครัมเบิ้ลค่ะ ที่แสนจะกรอบมัน
สุดท้ายปุ๊กก็ได้มาแล้วค่ะ ของหวานในฝัน เจ้าแอ๊ปเปิ้ลครัมเบิ้ลที่แปลงร่างกลายเป็น สาวสวย ปุ๊กว่า ใครๆก็คงไม่ปฏิเสธเธอใช่ไหมคะ ก็เธอออกจะสวยขนาดนี้นะ ^^
Le rêve de pomme crumble
Serve 6 (using small glass 5.5x8.5cm)
Berry Vodka jelly
135g ................................ Frozen berries (ผสมกันหลายๆอย่างค่ะ)
55g ................................. Raspberry puree
65g .................................. Smirnoff Ice®
70g .................................. น้ำตาลทรายละเอียด
4g .................................... เจลาตินแผ่น
Vanilla mousse
Cream anglaise
100g ...................... นมจืด
30g ........................ น้ำตาล
................................ เม็ดวานิลลา จาก วานิลลา ¼ ของฝัก
20g ........................ ไข่แดง
3g ................................... เจลาตินแผ่น
140g .............................. Whipping cream
Sauté apple
300g ............................. แอ๊ปเปิ้ล
15g ................................ เนย
60g ................................ น้ำตาลทราย
1½tsp ........................... น้ำเลมอน
Crumble
50g ................................. แป้งอเนกประสงค์
50g ................................. น้ำตาลทรายแดง
50g ................................. อัลมอนด์
60g ................................. เนย
......................................... เกลือเล็กน้อย
......................................... อบเชยป่นเล็กน้อย
Make the berry jelly:
บลูมเจลาติน ในน้ำเย็นพักไว้
ผสม ราสเบอรี่ puree กับน้ำตาลทราย
แบ่งส่วนผสมครึ่งนึงใส่ลงในถ้วยที่สามารถใช้ในไมโครเวฟได้ แล้วนำเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟ แล้วใส่ เจลาตินลงไป ผสมให้เข้ากัน
เทลงในราสเบอรี่ puree ที่เหลือ ข้นให้เข้ากัน แล้วใส่ Smirnoff Ice®, ลงไป จะมีฟองขึ้นมา ให้พักจนฟองลดลงก่อน
เทลงในถ้วยที่ใส่เบอรี่ไว้ แล้วนำเข้าไปแช่ในตู้เย็น ข้ามคืนMake the vanilla mousse:
First make the Creme anglaise:
บลูมเจลาตินในน้ำเย็น
นำนมไปต้มในหม้อใบเล็ก แล้วตีไข่แดงกับน้ำตาลและเม็ดวานิลลาให้เข้ากันในหม้อก้นหนา
พอนมเดือด เทนมลงในไข่แดงที่ตีไว้ โดยตีตลอดเวลาจนเข้ากันหมด
วางหม้อขึ้นตั้งไฟกลาง แล้วคนตลอดเวลา จนเดือด และข้นขึ้น ใส่เจลาตินลงในส่วนผสมร้อนๆ คนให้เข้ากัน แล้วเทผ่านกระชอนเพื่อกรองเอาเศษไข่ออก
พักจนเย็นสนิท
ตีครีมจนตั้งยอดอ่อนพักจนเย็นสนิท
ใส่ 1/3 ของครีมลงใน creme anglaise ตะล่อมให้เข้ากัน
หลังจากนั้น ให้ค่อยๆตะล่อมส่วนของ creme anglaise กับครีมกลับเข้าไปในส่วนของครีมค่ะ ส่วนผสมจะอยู่ประมาณ ribbon stage ค่ะ
บีบครีมลงในถ้วยที่ใส่เจลลี่ไว้ (ใช้ไม่หมดนะคะ)นำเข้าแช่เย็นพักไว้
Make the sauté apple:
ใส่เนยลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟอ่อน เมื่อเนยละลายนำแอ๊ปเปิ้ลลงไปผัด
เมื่อแอ๊ปเปิ้ลเริ่มนิ่ม ใส่น้ำตาลและน้ำเลมอนลงไป ผัดจนน้ำตาลละลาย และเริ่มมีสีเข้มขึ้น นำลงจากเตาแล้วพักจนเย็นสนิท
Make the crumble:
เปิดเตาอบที่ 180°C
วางกระดาษรองอบลงในถาดอบ
ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในเครื่อง food processor, เปิดเครื่องผสมให้เข้ากัน
กดให้แบน แล้วนำเข้าอบ 10 นาที
นำออกจากเตาลดความร้อนในเตาลงเหลือ 150°C
ใช้ส้อมยีให้แยกเป็นครัม แล้วพักให้เย็นลง
เมื่อเย็นลง นำไปอบอีกรอบอีก 10 นาที แล้วนำออกมาพักจนเย็นสนิท
Assemble the dessert:
วาง sauté apple ลงบน vanilla mousse แล้วโรยครัมลงด้านบน
นำเข้าแช่เย็นจนกว่าจะเสิร์ฟ
Le rêve de pomme crumble:
When apple crumble wants to be more beautiful
Monday, November 15, 2010
Chicken Farm Baker's Project # 28 : Tiramisu in my style: Mocha Oreo Tiramisu
อิอิ ปุ๊กว่า ใครๆคงว่า ทำไมสูตรมันยาวๆๆๆๆๆๆ มากขนาดนี้ล่ะเนี่ยะ แต่ก็นะ ยอมรับค่ะว่า มันยาวมากจริงๆ พิมพ์เองยังงงตัวเองเลย 555
ก็นะ พอได้รับโจทย์ของเดือนนี้ มา"Chicken Farm Baker's Project # 28 : Tiramisu in my style",ปุ๊กก็เอาแต่นั่งคิดละค่ะ ว่าอยากจะทำทีรามิสุแบบไหน ที่จะเป็นรสชาติแบบใหม่ที่เราต้องการ
เพราะเพื่อนๆคงรู้ว่า ปุ๊กชอบทีรามิสุมากๆค่ะ แล้วก็เป็น ขนมที่ทำบ่อยมากๆเลยด้วยค่ะ ดังนั้น ส่วนตัวก็ชอบแบบคลาสสิกที่สุดค่ะ แต่การที่ชอบแบบคลาสสิกก็ไม่ได้แปลว่า เราจะลองทานแบบใหม่ๆไม่ได้นิคะ ก็เลยต้องมาลองคิดดูว่า เจ้าครีม อร่อยๆจากมาสคารโปเน่ชีสเนี่ยะ มันจะสามารถนำไปอยู่ร่วมกับส่วนผสมอะไรได้อีกหนอ (แต่ก็ไม่ยากค่ะ เพราะตัวครีมมันอร่อยและรสชาติอ่อน สามารถเข้ากับรสชาติอย่างอื่นได้ง่ายค่ะ) ปุ๊กก็เลยเลือกส่วนประกอบที่จะนำมามิกซ์กับครีมเป็น โอรีโอและครีมกาแฟ แทนค่ะ เรียกว่า เป็นการแปลงจากต้นตำหรับไปนิดหน่อยค่ะ เพราะ Oreo นี่ก็เป็นของโปรด แล้วกาแฟก็เป็นรสชาติที่ชอบมากๆด้วยนะสิคะ เมื่อมารวมกันอยู่ในแก้ว พร้อมๆกับ mascarpone cream ก็ต้องอร่อยแน่นอนค่ะ
แต่คราวนี้ปุ๊กเลือกที่จะทำครัมเองนะคะ ว่าไปก็ทำไม่ยากค่ะ แล้วยังได้รสชาติเข้มข้นมากๆเลย แล้วก็เพิ่มเมอแรงค์ลงไป เพื่อให้รสชาติของทั้งหมดเข้ากันดีขึ้นค่ะ
เรียกว่า สูตรคราวนี้ เป็นแค่คำแนะนำค่ะ คือ จะทำตามสูตรเลยก็ได้ หรือจะเลือกทำตามทางลัดที่ปุ๊กจะบอกต่อไปก็ได้นะคะ ^^ เริ่มต้นคือ ใช้เจ้าคุกกี้โอรีโอเลยค่ะ ไม่ต้องทำครัมเอง ต่อมาคือ ใช้เมอแรงค์ที่ซื้อเอาก็ได้ค่ะ ไม่ต้องทำเอง คราวนี้ก็เหลือแค่ 2 อย่างที่ต้องทำเองแล้วใช่ไหมล่ะ เพราะในส่วนของแผ่นช็อกโกแลตนี่ เรียกว่า เป็นการตกแต่งค่ะ เมื่อใช้จะช่วยให้เห็นชั้นของครัม และครีมชัดขึ้นเท่านั้นเอง จะมีหรือไม่มีก็ได้ ไม่ได้มีผลกับรสชาติมากนักค่ะ คราวนี้ก็สามารถทำขนมชิ้นนี้ ได้อย่างรวดเร็วเลยใช่ไหมล่ะ (น่าจะเร็วกว่าปุ๊กสัก 3 เท่าเลยค่ะ 555)
คราวนี้ พอรู้ทางลัดแล้วก็อย่ามัวนั่งอ่านบล็อกปุ๊กอยู่เลยค่ะ ไปเข้าครัวทำทีรามิสุกันเลยดีกว่า แบบว่าทำได้รวดเร็วกว่าของปุ๊กขนาดนี้ ยังไงก็ต้องลองใช่ไหม ^-^
Note on flavor: สำหรับขนมคราวนี้ อยากจะฝากโน้ตนิดนึงค่ะ เพราะอยากให้ออกมาถูกใจกัน^^.
1. ถ้าชอบรสชาติกาแฟเข้มๆ ก็ทำตามสูตรนะคะ แต่ถ้าไม่ชอบให้ขมมาก ให้ลดกาแฟเป็น 6กรัม และลดน้ำตาลเป็น 10 กรัมแทนค่ะ
2. เมอแรงค์ที่ใส่เข้าไป ไม่ใช่แค่การตกแต่งนะคะ แต่เป็น ส่วนหนึ่งของรสชาติของขนมค่ะ อย่าสกิปนะคะ 3. ทีรามิสุจะรสชาติดีขึ้น เมื่อได้พักไว้ประมาณ 12-24ชั่วโมงก่อนเสิร์ฟค่ะ
Mocha Oreo Tiramisu
Serves 6
-Crème Cappuccino-
40g ................................. whipping cream (A)
8g ................................... กาแฟผงสำเร็จรูป (Instant coffee powder)
1 ..................................... ไข่แดง
15g ................................. น้ำตาลทราย
75g ................................. whipping cream (B)
60g ................................. ไวท์ช็อกโกแลต (white chocolate)
25g ................................. whipping cream (C)
-Mascarpone Cream-
200g .............................. Mascarpone cheese
30g ................................. ไข่แดง (ประมาณ 1½ ฟองค่ะ)
1tsp ................................ Kahlua® หรือเหล้ากาแฟยี่ห้ออื่น
45g ................................. ไข่ขาว (ประมาณ 1½ ฟองค่ะ)
45g ................................. น้ำตาลทราย
-Homemade Oreo Crumbs-
30g ................................. เนยจืด
50g ................................. น้ำตาลทราย
¼tsp .............................. vanilla extract
40g ................................. ช็อกโกแลต semisweet chocolate (แบบที่มีช็อกโกแลตประมาณ 50%ค่ะ)
50g ................................. แป้งอเนกประสงค์
25g ................................. ผงโกโก้
......................................... เกลือเล็กน้อย
-Meringue-
50g ................................. ไข่ขาว
100g ............................... น้ำตาล
20cc ................................ น้ำ
-Chocolate Disk-
50g .................................. มิลล์ช็อกโกแลต (Milk chocolate)
Make the meringue:
Note: ทำออกมาแล้วอาจจะมากกว่าที่จะต้องใช้นิดหน่อยนะคะ แต่ก็สามารถนำมาทานเล่นหรือเอามาทานกับวิปปิ้งครีมก็ได้นะคะ เรียกว่าทำไว้ไม่ผิดหวังค่ะ ^^.
เปิดเตาอบที่110°C
วางกระดาษรองอบบนถาด
ใส่น้ำตาลและน้ำลงในหม้อ น้ำขึ้นตั้งไฟปานกลาง
เมื่อน้ำเชื่อมอุณหภูมิประมาณ 100°C, ให้เริ่มตีไข่ขาว
เมื่อน้ำเชื่อมร้อนถึง 117°C เทลงใส่ไข่ขาว เป็นสายและตีไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเมอแรงค์เย็น
ใส่เมอแรงค์ลงในถุงบีบ ที่ใส่หัวบีบขนาด 1.2cm ไว้ บีบเป็น เส้น
นำเข้าอบประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วพักจนเย็นในเตา ก่อนจะเก็บใส่กล่องค่ะ
Make the milk chocolate disk:
How to temper the chocolate in microwave:
1. ใส่ 2 ส่วน3 ของช็อกโกแลตลงในชามพลาสติก (ชามชนิดอื่น จะเก็บความร้อนมากไปนะคะ) ที่สามารถเข้าไมโครเวฟได้ (แยกอีกส่วนเก็บไว้ก่อนค่ะ เราต้องใช้ หลังจาก ช็อกโกแลตส่วนแรกละลายแล้ว)
2. นำเข้าไมโครเวฟ แล้ว ให้ความร้อน ประมาณ 30 วินาทีที่ไฟปานกลาง แล้วนำออกมาคน นำเข้าอีก 30 วินาที แล้วนำออกมาคน ทำเช่นนี้ จนช็อกโกแลตละลาย
3. โดยช็อกโกแลตจะค่อยๆละลายค่ะ เมื่อช็อกโกแลตละลายหมด ลองวัดอุณหภูมิ จะอยู่ที่ประมาณ45°C.
4. ใส่ช็อกโกแลตที่แบ่งไว้ลงไป ค่อยๆใส่ และค่อยๆคนค่ะ (อย่าคนมากไปนะคะ) อุณหภูมิของช็อกโกแลตจะค่อยๆลดลงค่ะ
5. ช็อกโกแลตจะค่อยๆข้นข้น และเนื่องจากเริ่มเย็นตัวลง อาจจะมีช็อกโกแลตบางส่วนละลายไม่หมด ให้ใช้ hairdryer เป่าให้ละลายค่ะ แต่ก็ไม่จะเป็นต้องเป่านานนะคะ ช็อกโกแลตจะค่อยๆละลายต่อเอง เมื่อได้รับความร้อน
6. เช็คอุณหภูมิของช็อกโกแลตที่ได้นะคะ ถ้าทำได้ถูกต้อง อุณหภูมิ จะอยู่ที่ 29°C.
Note: ถ้าช็อกโกแลตร้อนเกินไป อาจจะต้องใช้ช็อกโกแลตมากกว่า ที่กำหนดไว้ในสูตรใส่ลงไปเพิ่ม เพื่อให้อุณหภูมิลดลงตามที่ต้องการค่ะ
เทช็อกโกแลตลงบนแผ่นพลาสติก (หรือ อลูมิเนี่ยมฟรอย) แล้ว ปาดให้เรียบ
พักไว้จนเกือบแข็งตัว (เช็คเรื่อยๆนะคะอย่าให้แข็งเกินไป)
พอเริ่มแตะแล้วไม่ติดนิ้ว ก็ตัดให้เป็น วงขนาดที่ต้องการ (ให้พอดีกับขนาดที่ใส่แก้วได้ค่ะ)
นำทั้งหมดเข้าแช่ตู้เย็น 10-20 นาที แล้ว แกะแผ่นช็อกโกแลตออกมา
พักไว้ ในตู้เย็น โดยวางในกล่องขั้นแต่ล่ะแผ่นด้วย กระดาษรองอบจนพร้อมใช้
Make the Homemade Oreo crumbs:
ละลายช็อกโกแลตกับเนยด้วยกัน โดยใส่ลงในชามแล้ววางไว้บนชามน้ำอุ่น
ร่อนแป้ง เกลือ และผงโกโก้เข้าด้วยกัน
เทช็อกโกแลตละลายลงในส่วนของแป้ง แล้ว คนให้เข้ากัน
นำเข้าแช่เย็น 2 ชั่วโมงจนอยู่ตัว
เปิดเตาอบที่ 180°C
วางกระดาษรองอบไว้บนถาด
บิโดเป็น ก้อนเล็กๆ (หรือถ้าแข็งมากก็ให้ใช้มีดตัดค่ะ)
นำเข้าอบประมาณ 10 นาที แล้วลดไฟลงเหลือ 150°C แล้วอบต่อ 5นาที
นำออกจากเตาแล้วพักจนเย็น ก่อนเก็บไว้ในกล่อง
Make Crème Cappuccino:
ใส่กาแฟผงสำเร็จรูปพร้อม whipping cream (A)ลงในหม้อใบเล็ก แล้วนำขึ้นตั้งไฟ
ในขณะเดียวกัน ก็ตีไข่แดงกับน้ำตาลตีรวมกัน
เมื่อ into a small saucepan and bring to boil, meanwhile beat the yolk with the sugar until เมื่อวิปปิ้งครีมเดือด เทลงในส่วนของไข่แดงอย่างช้าๆ โดยตีตลอดเวลา จนเข้ากันดี
เทส่วนผสมกลับไปในหม้อแล้วนำไปตั้งไฟอ่อน จนกระทั่งข้นขึ้น แล้วนำลงจากเตามาพักไว้
ละลายไวท์ช็อกโกแลตโดยใส่ลงในชามแล้ววางบนชามน้ำอุ่น เมื่อช็อกโกแลตละลาย เท whipping cream (C) ลงไปแล้วคนให้เข้ากัน
ตีวิปปิ้งครีม whipping cream (B) จนกระทั่งตั้งยอดอ่อน
ตัก ¼ ของวิปปิ้งครีมลงในส่วนของไวท์ช็อกโกแลต แล้วคนให้เข้ากัน แล้วเททั้งหมดกลับลงไปในส่วนของวิปปิ้งครีม ตะล่อมให้เข้ากัน
ตัก ¼ ของส่วนผสมของวิปปิ้งครีมและไวท์ช็อกโกแลตลงในส่วนของกาแฟ คนให้เข้ากัน แล้วเททั้งหมดกลับลงไปในชามของ วิปปิ้งครีม ตะล่อมให้เข้ากัน
เทส่วนผสมของ Crème Cappuccino ลงในถุงบีบ แล้วบีบลงในถ้วยที่ต้องการ นำเข้าแช่ตู้เย็น ระหว่างทำขั้นตอนต่อไป
Make the Mascarpone Cream:
ตีไข่แดง กับน้ำตาล 25กรัม ให้เข้ากัน แล้วใส่ mascarpone และ เหล้ากาแฟ 1 ช้อนชา คนให้พอเข้ากัน
Note from dailydelicious: ในการผสมมาสคาร์โปเน่ ให้ใช้พายยางปาดไปมาอย่างเบามือก่อนก็ดีค่ะ จะช่วยไม่ให้ ไขมันแตกตัวได้
ตีไข่ขาวให้พอเป็นฟอง แล้วใส่น้ำตาล ที่เหลือ ลงไป แล้วตีจนตั้งยอดเกือบแข็ง (medium stiff peaks)
ใช้ช้อนคันใหญ่ หรือพายยาง ค่อยๆ ตะล่อมไข่ขาว ลงไปในส่วนผสมของไข่แดงและชีส
ใส่ Mascarpone Creamลงในถุงบีบแล้วบีบลงในถ้วยที่มี Crème Cappuccino แล้ววางทับด้วยOreo crumbs
วางแผ่นช็อกโกแลตลงด้านบน แล้วบีบ Mascarpone Cream ลงไปอีกรอบ
พักไว้ในตู้เย็น
เมื่อต้องการเสิร์ฟ วางเมอแรงค์ลงด้านบน แล้วเสิร์ฟค่ะ
Chicken Farm Baker's Project # 28 :
Tiramisu in my style: Mocha Oreo Tiramisu

Subscribe to:
Posts (Atom)


























































