Wednesday, June 30, 2010

Caramel Buttercream and Maple syrup layers Cake: The must try cake for the caramel lover!

ก็คงเห็นกันอยู่แล้วนะคะ ว่า บล็อกปุ๊กนี่ มีสูตรที่มีคาราเมลเยอะเหลือเกิน 555 ถ้าใครคิดว่า เยอะเกินไป ก็ไปโทษพี่สาวพี่ก็แล้วกันนะคะ อิอิ  ^^ เพราะว่า ถ้าเสนอ สูตรอะไรก็ตามที่มีคาราเมลอยู่ในชื่อ หรือเป็น ส่วนประกอบ เธอจะบอกให้ทำทันทีเลยอะคะ  
คราวนี้ เนื่องมาจาก ปุ๊กเพิ่งซื้อหนังสือ ที่ชื่อว่า : Caramel โดย Trish Deseine, เมื่อประมาณเดือนที่แล้วค่ะ โดยบอกไปว่า ปุ๊กอะนะ ซื้อหนังสือเล่มนี้ เพื่อเธอโดยเฉพาะเลยนะ เธอก็เลยถามหาค่ะ ว่า ไหนว่าซื้อหนังสือมา เพื่อที่จะขนมให้เรา แล้วทำไม่ไม่ทำสักที (อิอิ อย่างว่านะคะ ปุ๊กก็ซื้อไปเรื่อยๆอะคะ แต่พอบอกว่าซื้อเพื่อใครสักคนมันก็ดูดีใช่ปะ ทั้งๆที่จริงๆก็คือ อยากได้เองนี่ล่ะค่ะ ^^") ก็เลยต้องเอาสูตรมาทำอะไรสักอย่างให้เธอ ตามคำสั่งค่ะ !

แต่ก็เลือกไม่ยากค่ะ เพราะว่าความจริงแล้ว หนังสือเล่มนี้ มีสูตรที่น่าทานเยอะเชียวค่ะ (ทั้งแบบ ยาก แบง่าย แล้วยังมีทั้งสูตรอาหารที่ทำจากคาราเมลด้วยนะคะ ไม่ใช่เฉพาะของหวานเท่านั้น) ปุ๊กก็เลยเลือเอาสูตรที่เตะตามากที่สุด ตอนเปิดหนังสือออกมาดูค่ะ เป็นสูตร  Caramel Buttercream and Maple syrup layers Cake  เหตุผลในการเลือกสูตรก็ไม่มีอะไรมาก อืม...มันสวยดีค่ะ 555 แล้วยังเป็นเค้กที่ดูเด่นแบบโชว์ออฟได้เลยนะคะ ทั้งๆที่มันทำแสนจะง่ายค่ะ โดยเฉพาะการที่เราเอา  hazelnut praline มาตกแต่ง ทำให้เค้กดูน่าสนใจมากขึ้น (ปล.สวยขึ้นด้วยค่ะ) ทั้งๆที่ีตัวมัน เป็น อะไรที่ทำง่ายๆๆๆๆมากๆเลย เพียงแค่อย่างเดียวคือ เมื่อทำงานกับน้ำตาล สิ่งที่ต้องระวังคือ ความร้อนของมันค่ะ ที่ทำให้มือพองได้ง่ายเหมือนกันนะคะ  

ปุ๊กก็ปรับสูตรไปนิดหน่อยนะคะ ตามสไตล์ ก็อย่างว่าค่ะ ปุ๊กทำขนมเยอะมากอะ ถ้าทำแต่ล่ะอย่างเยอะๆอีก คงไม่ดีค่ะ ต้องทำอย่างล่ะน้อยๆ จะได้ทานกันหมดเร็วๆ ^^ และก็มีการปรับรสชาติให้เข้ากับ การที่ไม่ชอบให้มันหวานโอเวอร์มาก โดยการ เพิ่ม มาสคารโปเน่ เข้าไปเป็นจำนวนมากนะคะ ในส่วนของบัตเตอร์ครีม ซึ่ง รสชาติของบัตเตอร์ครีม ก็ดีมากเลยค่ะ  ^^ แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่า ตัวบัตเตอร์ครีมจะไม่เนียนนะคะ แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะเมื่อตอนทานจะไม่รู้สึกอะไรค่ะ คือ มันจะละลายไปเลย อืม...อร่อยมากเลยอะค่ะ ดังนั้น ปุ๊กว่า หลายๆคนคงคิดเหมือนปุ๊กว่า ความสวย perfect อะไรนั้นมันไม่สำคัญเท่ากับรสชาติอร่อยที่ทำให้ใจละลายใช่ไหมคะ อิอิ

Adaptation fromCaramel by Trish Deseine



CARAMEL BUTTER CREAM AND MAPLE SYRUP LAYER CAKE
Make 18cm (4layers cake)



For the cake
200g ................................. แป้งอเนกประสงค์
160g .................................. น้ำตาลทรายแดง
80g .................................... น้ำตาลทรายละเอียด
4 ........................................ ไข่
250g .................................. เนยเค็ม, นิ่ม 
1tsp ................................... ผงฟู

For the caramel butter cream 
220g .................................. น้ำตาลไอซิ่ง
125g ................................... เนย, นิ่ม
2tbsp .................................. liquid caramel 
............................................. (จะซื้อมาหรือทำเองก็ได้นะคะ ถ้าทำเองก็, สูตรอยู่ที่นี่ค่ะ)
140g ................................... mascarpone

For the caramelized hazelnuts 
40g ..................................... ถั่ว hazelnuts, ลอกเปลือกออก และอบพอหอม 
15 ml .................................. น้ำ
85g ..................................... น้ำตาลทราย

40 ml ................................. maple syrup

เปิดเตาอบที่ 180°C.
ทาเนยและโรยแป้งที่พิมพ์กลมขนาด 18cm. สองใบ 
ร่อนแป้ง และ ผงฟูเข้าด้วยกัน, พักไว้




ตีเนยกับน้ำตาลทั้ง 2 อย่างเข้าด้วยกัน ใส่ไข่ และแป้ง ผสมให้เข้ากัน 
แบ่งส่วนผสม ใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ แล้วนำเข้าอบ ประมาณ 25 นาที หรือ จนเค้กเป็นสีเหลืองทอง 




ตรวจดูว่าเค้กสุก โดยการใช้มีดแทงลงไป เมื่อนำขึ้นมาจะไม่มีเศษเค้กติดออกมาค่ะ 
นำเค้กออกจากเตา แล้วพักไว้สักครู่ แล้วจึงนำเค้กออกจากพิมพ์ พักไว้บนตะแกรง 




 ทำบัตเตอร์ครีม โดยการตีน้ำตาลและเนยเข้าด้วยกัน จนเนียน แล้วใส่คาราเมล และ มาสคารโปเน่ลงไป ตีจนเข้ากัน พักไว้ในตู้เย็นสักพัก ก่อนใช้ (บัตเตอร์ครีมจะดูแตกๆนะคะ แต่ ไม่ต้องคิดมากค่ะ อร่อยๆ)




ทำ caramelized hazelnut praline
เทฮาเซลนัทลงบนแผ่นซิลิโคน ต้มน้ำ และน้ำตาลด้วยกัน จนเดือดและเป็น สีอัมพัน 
เทน้ำตาลลงบนถั่วที่วางไว้ แล้วปล่อยให้อยู่ตัว
เมื่ออยู่ตัวแล้ว ทุบให้แตกเป็นชิ้นๆไว้ 




ตัดเค้กแต่ล่ะก้อน เป็น 2 ส่วน 
ทาบัตเตอร์ครีมให้ทั่ว ทั้ง 3 ชิ้น โดยเก็บส่วนหนึ่ง (มากหน่อย) เอาไว้ ทาด้านบนค่ะ
วางเค้กทับกัน แล้วทาบัตเตอร์ครีมที่เหลือที่ด้านบน ตกแต่งด้วย  praline แล้ว ราดด้วย เมเปิ้ลไซรับเมื่อพร้อมที่จะเสิร์ฟ  



Caramel Buttercream and Maple syrup layers Cake: 
The must try cake for the caramel lover!

Sunday, June 27, 2010

June 2010 Daring Bakers Challenge #41: Chocolate Pavlovas with Chocolate Mascarpone Mousse


เดือนนี้ Daring Bakers พาพวกเรามาอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยช็อกโกแลตอีกรอบค่ะ ^^.
เพราะปุ๊กเองชอบช้อกโกแลต แล้วก็ มาสคารโปเน่มากอยู่แล้วเป็นทุน ขนมรอบนี้ เลยน่าสนใจมากๆเลยค่ะ 

แต่ปุ๊กก็เจอปัญหารุมเร้าค่ะ กว่าจะได้ทำ เริ่มต้น ก็จากที่ตัวเองเป็นหวัดจนลูกไม่ขึ้นเลย แล้ว ก็ตามมาด้วย การที่เจ้าหลานสาวตัวจิ๋ว มาไม่สบายไปด้วยนะสิคะ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่เลยค่ะ เพราะกลายเป็นเรื่องที่ ทั้งปุ๊ก มาม้า แล้วก็พี่สาว ต้องอพยบไปคอยดูแลเธอที่โรงพยาบาลด้วยค่ะ 
แต่ก็โชคดีนะคะที่ตอนนี้เธอหายดีแล้วค่ะ พวกเรา ก็เลยกลับมาอยู่บ้านกันแล้ว ^ ^.
แต่ก็นะ ปุ๊กอะ ยังคงโชคร้ายค่ะ เพราะว่าอุตสาห์ไปซื้อผลไม้ที่ซุปเปอร์มา (เพราะคิดว่าของหวานแบบนี้ ไม่เหมาะที่จะทานโดยไม่มีผลไม้ด้วยค่ะ เพราะผลไม้จะช่วยตัดความเลี่ยนของช็อกโกแลตได้มากทีเดียว) พอซื้อเสร็จ กลับบ้าน แล้วถึงได้รู้ว่า ตัวเองไม่ได้เอาผลไม้กลับบ้านมานะสิคะ -*- เอ้อ.... เรียกว่าเซ็งไปเลยค่ะ ต้องรอให้พี่ชายไปซุปเปรอ์อีกรอบ ถึงจะได้ซื้อผลไม้มาใหม่ กว่าจะทำเสร็จก็เมื่อวานนี้เองค่ะ !!!

พูดถึงของหวานแบบนี้ ก็ออกมาดี สมใจนะคะ เมอแรงค์ ก็ทำง่ายๆ แล้วก็รสชาติดีค่ะ เพียงแต่ปัญหาที่ปุ๊กเจออย่างหนึ่งคือ เจ้า pavlova มันออกมาเหนียวนิดหน่อยค่ะ แต่ ยังไม่ทราบว่า เพราะอะไร เพราะด้วยความที่รีบมาก เลยยังไม่มีโอกาสได้ลองอีกรอบค่ะ 
มูสก็ออกมารสชาติดีค่ะ โดยเฉพาะถ้า ใครที่ชอบทานช็อกโกแลตน่าจะถูกใจไม่น้อยค่ะ (แต่คนที่ไม่ชอบช็อกโกแลต อาจจะรู้สึกว่า ขมเล็กน้อยนะคะ อันนี้ พี่สาวคนสวยบอกมา 555) แล้วก็เมื่อผสมช็อกโกแลต กับส่วนผสมอื่น อย่า ปล่อยให้ช็อกโกแลตเย็นเกินไปนะคะ เพราะจะทำให้ผสมยากแล้วก็เป็นเม็ดค่ะ  

สำหรับ mascarpone drizzling sauceนี่ ปุ๊กทำไปแค่ครึ่งสูตรนะคะ เพราะปุ๊กคำนวณแล้วว่ามันน่าจะพอค่ะ แล้วปุ๊กก็ เอา เจ้าขนมอันนี้ มาทานคู่กับราสเบอรี่ค่ะ ซึ่งก็เป็น รสชาติที่น่าพอใจค่ะ ^ ^ เพราะว่า ราสเบอรี่ทำให้ขนมที่เต็มไปด้วยรสชาติของช็อกโกแลตสูตรนี้ สดชื่นขึ้นมากทันทีเลยค่ะ ถ้าจะถามปุ๊กว่าคิดอย่างไงกับขนมสูตรนี้ ก็บอกได้เลยค่ะว่า ใครที่ชอบช็อกโกแลตเหมือนกัน ก็น่าจะทานแล้วบอกว่า "อร่อยจัง" ได้เหมือนกับปุ๊กค่ะ  


   The June 2010 Daring Bakers’ challenge was hosted by Dawn of Doable and Delicious. Dawn challenged the Daring Bakers’ to make Chocolate Pavlovas and Chocolate Mascarpone Mousse. The challenge recipe is based on a recipe from the book Chocolate Epiphany by Francois Payard




Chocolate Pavlovas with Chocolate Mascarpone Mousse
serves 4 


 Chocolate Meringue (for the chocolate Pavlova):

3 ไข่ขาว
½ cup plus 1 tbsp (110 grams) น้ำตาลทราย
¼ cup (30 grams) น้ำตาลไอซึ่ง
1/3 cup (30 grams) ผงโกโก้


Directions:
1. เปิดเตาอบที่ 200º F (95º C)เตรียมถาดอบ 2 อันโดยวางรองด้วย กระดาษรองอบ 
2.ใส่ไข่ลงในชาม แล้วตีจนตั้งยอดอ่อน แล้วค่อยๆใส่น้ำตาลลงไป จนตั้งยอดแข็ง 
3. ร่อน น้ำตาลไอซิ่งและผงโกโกลงไปบนไข่ขาว แล้วตะล่อมให้เข้ากัน 
4. ใส่แบทเทอร์ลงในถุงบีบ (หรือจะใช้การตักเอาก็ได้ค่ะ) ทำให้เป็น รูปร่างตามแบบที่ต้องการ
5. นำเข้าอบ ประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือ จนแห้งกรอบ เมื่อนำออกมาพักจนเย็น จะสามารถเก็บไว้ได้ 3 วันค่ะ 

Chocolate Mascarpone Mousse (for the top of the Pavlova base):

1 ½ cups (355 mls) วิปปิงครีม
ผิวเลมอน จากเลมอน 1 ลูก
9 ounces (255 grams) ช็อกโกแลต 72%, สับ
1 2/3 cups (390 mls) มาสคาโปเน่ชีส 
ลูกจันทร์ป่น เล็กน้อย
2 tbsp (30 mls) Grand Marnier (หรือน้ำส้มคั้น)
Directions:


1.ใส่ครีม  ½ cup (120 mls) และผิวเลมอน ลงในหม้อ แล้วนำขึ้นตั้งไฟปานกลาง เมื่อเดือด นำลงจากเตา แล้วเทช็อกโกแลตลงไป คนให้ละลาย แล้วพักไว้  


2. ใส่มาสคารโปเน่ และครีม กับลูกจันทร์ป่น ตีจนเข้ากัน แล้วใส่ เหล้า Grand Marnier แล้วตีจน ตั้งยอดอ่อน (ระวังมารคารโปเน่แตกมันนะคะ)
3.ใส่ประมาณ ¼ ส่วนของส่วนผสมของ mascarpone ลงในช็อกโกแลต แล้วตะล่อมให้เข้ากัน แล้วเทใส่ลงในส่วนของมาสคารโปเน่ แล้วตี หรือ ตะล่อมให้เข้ากัน จะใส่ถุงบีบ เพื่อที่จะบีบลงบน Pavlova (หรือ จะใช้ ตักเอาก็ได้นะคะ)

Crème Anglaise (a component of the Mascarpone Cream above):
(dailydelicious' note: ปุ๊กทำแค่ครึ่งสูตรนะคะ)

1 cup (235 mls) นมไม่พร่องมันเนย
1 cup (235 mls) วิปปิ้งครีม
1 vanilla bean, split หรือ1 tsp pure vanilla extract
6 ไข่แดง
6 tbsp (75 grams) น้ำตาลทราย

Directions:
1. ตีไข่แดง และน้ำตาลในชาม จนสีอ่อนลง
2. ผสมนม และครีมลงในหม้อ พร้อมกับวานิลลา นำขึ้นตั้งไฟจนเดือด แล้วนำลงจากเตา
3.  เท½ ถ้วยของ ส่วนผสมของนมและครีมลงในชามไข่แดง โดยตีตลอดเวลาเพื่อป้องกันไข่แดงจับตัวเป็นก้อน เมื่อเข้ากันดีแล้ว เททั้งหมด กลับลงในหม้อ แล้วนำขึ้นตั้งไฟ ปานกลาง คนตลอดเวลา จนกระทั่งส่วนผสมสามารถคลุมช้อนได้ (ปุ๊กใช้ เทอร์โมมิเตอร์ค่ะ โดยหยุดต้มเมื่ออุณหภูมิ ถึง 85º C) 
4. นำลงจากเตา แล้วเทผ่านกระชอน พักจนเย็นสนิท ตั้งแต่ 2 ชั่วโมงถึงข้ามคืน 


Mascarpone Cream (for drizzling):
(dailydelicious' note: ปุ๊กทำแค่ครึ่งสูตรนะคะ)

1 recipe crème anglaise
½ cup (120 mls) มาสคารโปเน่
2 tbsp (30 mls) Sambucca (อันนี้ปุ๊กไม่ได้ใส่ค่ะ)
½ cup (120 mls) วิปปิ้งครีม
Directions:


1.ทำ crème anglaise. แล้วใส่มาสคารโปเน่และ Sambucca ลงไป แล้วพักไว้ ตีวิปปิ้งครีม จนตั้งยอดอ่อน แล้วตะล่อมให้เข้ากับส่วนผสมของมาสคารโปเน่ 

Assembly:
บีบมูสลงบน pavlovas แล้วราดด้วย mascarpone cream โรยด้วยไอซึ่ง และผลไม้สดตามต้องการ 


June 2010 Daring Bakers Challenge #41: 
Chocolate Pavlovas with Chocolate Mascarpone Mousse

Sunday, June 20, 2010

Apricot & almond Chelsea buns: Soft and sweet for delight tea time !


ช่วงหลังๆนี้ เหมือนเป็นคนไม่มีไอเดีย เรื่องการทำขนมปังไปซะงั้นอะคะ ทำขนมก็แบบเดิมๆ  ^^". อย่างว่าค่ะ ต้องยอมรับว่า เมื่อเราทำขนมไปเรื่อย ก็มักจะเริ่มมีสูตรที่เราทำบ่อย อาจจะเพราะหลายๆเหตุผล เช่น ง่าย อร่อย หรือ ว่า เราสามารถไว้ใจได้ในเรื่องผลของมันทุกครั้ง

แต่ก็นะคะ มันไม่ใช่นิสัยปุ๊กเลยนะสิ ปุ๊กอะ ไม่เคยเชื่อในเรื่องของที่สุดค่ะ  "ultimate things" เนี่ยะ ไม่มีหรอกค่ะ 555 , แล้วโดยเฉพาะ เจ้า ultimate recipe! อืม ยิ่งไม่เชื่อใหญ่เลยค่ะ เพราะว่า ในโลกนี้มีสูตรตั้งมากมายให้เราทดลองทำ หรือ จะบอกว่ามีสูตรอีกตั้งมากมายรอให้เราทำออกมาแล้วกินไม่ได้เช่นกัน 5555, แต่ไม่ว่า จะเป็นเช่นไร ปุ๊กก็ยังอยากจะลองมันอยู่ดีค่ะ เพราะเมื่อพูดถึงเรื่องความอร่อย หรือ รสชาติแล้ว คงไม่มีใครพูดได้ว่า อะไรคือที่สุดใช่ไหมคะ ดังนั้น การที่ปุ๊กมีสูตรอยู่ในบล็อกเยอะๆ ก็แค่หวังว่า จะมีสูตรที่ถูกใจ ใครต่อใครบ้างนะคะ   ^^

คราวนี้ ปุ๊กได้สูตรมาจากนิตยสาร BBC Good Food magazine, Issue April 2010 อีกแล้วค่ะ (ว่าไป ปุ๊กเริ่มจะเห็นด้วยกะเพื่อนแล้วนะคะว่า เจ้านิตยสาร Good Foodเนี่ยะ ดีมากเลยค่ะ เพราะว่าปุ๊กเองทำขนมจากเล่มเดือน เมษาฉบับนี้ไป 3 อย่างแล้วค่ะ)  แต่ก็ มีการปรับสูตรไปนิดหน่อยนะคะ เพราะไม่รู้ว่าเกิดการที่แป้งในแต่ละประเทศต่างกันหรือเปล่านะคะ เพราะปุ๊กต้องเพิ่มนมไปจากสูตรเยอะเหมือนกันค่ะ แต่ ก็ยังไม่แน่ใจมากนัก เพราะว่า ในตอนที่ปุ๊กไปอยู่บ้านพี่สาวที่อังกฤษ แล้วได้ลองทำขนมปังสูตรที่ทำประจำ ก็ไม่ต้องปรับเพิ่มหรือ ลดน้ำแต่อย่างไรค่ะ พอคิดแบบนี้ ก็เลยคิดว่า น่าจะเป็น จากการที่ปุ๊กชอบทานขนมปังนิ่มๆมากกว่าค่ะ ก็เลยเป็น เหตุของการปรับสัดส่วนนมเพิ่ม ซึ่งผลก็ออกมาเป็นที่น่าพอใจนะคะ เพราะเราก็ได้ขนมปังนิ่มๆ ใส้หวาน หอมอร่อยมาทานไงล่ะคะ

ว่าไปสูตรนี้ง่ายดีค่ะ (โดยเฉพาะ ถ้าใช้  stand mixer ทำก็ยิ่งง่ายมากกว่าเดิมอีกค่ะ เพราะว่าไม่ต้องออกแรงนวดเลย) โดจับตัวกันเป็นก้อน ได้เร็วมากเลย ทำให้นวดได้ง่ายมากๆ แล้วยังอร่อย ยิ่งคนที่ชอบทาน แอ็พพริคอตแห้ง ก็ยิ่งต้องชอบแน่เลยค่ะ 
แต่สุดท้าย ต้องบอกไว้ก่อนว่า ปุ๊กไม่ได้พูดถึง "the ultimate Apricot & almond Chelsea buns" นะ ^ ^ ดังนั้น นี่อาจจะเป็น สูตรแรก ของอีกหลายๆสูตรที่จะลงอยู่ในบล็อกของปุ๊ก 555 เรียกว่าช่วยไม่ได้จริงๆค่ะ เพราะมันเป็น mission ของปุ๊กที่จะเสาะหา และทดลองสูตรไปเรื่อยๆ เพื่อว่า เราจะได้เจอสูตรที่เราเห็น พ้องต้องกันว่า อร่อย เพิ่มขึ้นๆทุกทีไงคะ 

Adaptation from: BBC Good Food Magazine, Issue April 2010


Apricot & almond Chelsea buns
MAKES  1 (23cm round pan)




FOR THE DOUGH

450g ..............................  แป้งขนมปัง
14g ................................. easy-blend yeast (instant yeast)
1 tsp ............................... เกลือ
50g ................................. น้ำตาลทราย
200ml ............................ นมจืดแบบไม่พร่องมันเนย
50ml ............................... น้ำ
1 ...................................... ไข่
50g ................................. เนยจืด, ละลาย

FOR THE FILLING AND TOPPING

25g ................................. เนย, นิ่ม 
85g ................................. dried apricots, สับ
85g .................................  toasted flaked almonds, อัลมอนด์สไลด์ อบ 
25g ................................. caster sugar
2 tbsp ............................ apricot jam
...... .................................  toasted flaked almonds, อัลมอนด์สไลด์ อบ สำหรับโรยหน้า


1. ใส่แป้ง ยีสต์ น้ำตาลทราย และเกลือลงในชามผสม คนให้เข้ากัน แล้วเทของเหลวลงไป (ผสม เนยละลาย, ไข่, นม, และ น้ำเข้าด้วยกันค่ะ) แล้วใช้หัวตะขอ ผสมให้เข้ากัน  (หากโดแห้ง หรือ แฉะไปก็เติม แป้ง หรือ น้ำเพิ่มค่ะ) นวด ประมาณ 5-7 นาที ที่ความเร็ว ปานกลางค่ะ 


2. นำออกจากชาม แล้ว ปั้นเป็น ก้อนกลม แล้ว ใส่ลงในชามที่ทาเนยไว้เล็กน้อย แล้วคลุมด้วย ผ้าชื้น (หรือ จะทำแบบปุ๊กคือ เอาใส่ไว้ในถุงพลาสติกก็ได้ค่ะ) พักไว้จนขึ้น 2 เท่า ประมาณ 1 ชม



3.เปิดเตาอบที่  200C ทาเนยที่พิมพ์กลมขนาด 23cm พักไว้ นำโดออกจากชาม แล้วรีดเป็นแผ่นสี่เหลี่ยม ขนาดประมาณ  20 x 30cm ทาเนยให้ทั่ว แล้วโรยด้วย แอ๊พพริคอต น้ำตาล และ อัลมอนด์ 
ม้วนให้เป็น แท่ง (ถ้าม้วนแล้วด้านริมไม่ติด ก็เอาน้ำทาหน่อยๆก็ได้นะคะ) แล้วตัดเป็น ชิ้น 8 ชิ้น แล้ววางลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้  



คลุมด้วย ผ้าชื้น แล้ว พักไว้จนขึ้นเกือบ 2 เท่า ประมาณ 20 นาที นำเข้าอบประมาณ 10 นาที แล้ว ลดความร้อนลงเหลือ  180C แล้วอบต่อ อีก  10 นาทีจนสีน้ำตาลสวย 


ละลายแยม แอ็พพริคอต กับน้ำ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วทาบนขนมปัง
แล้ว โรยด้วย อัลมอนด์สไลด์ให้ทั่ว


Apricot & almond Chelsea buns: Soft and sweet for delight tea time !

Wednesday, June 16, 2010

Chicken Farm Baker's Project 23:Spicy Sweet Treats !!! Bell Pepper Tiramisu.


ว่าไป ขนมคราวนี้มาแปลกก็จริงนะคะ แต่เป็น ของที่ปุ๊กอยากลองมานานแล้วค่ะ เพียงแต่ที่ผ่านมา ไม่สบโอกาสซะที ก็เลยยังไม่ได้ทำ พอเดือนนี้ เจ้าน้องบัวตัวเล็ก เป็นโฮส ได้กำหนดโจทย์ที่ทำให้มึนกันไปเป็น แถวที่ชื่อว่า Chicken Farm Baker's Project 23:Spicy Sweet Treats !!!, โดยกำหนดให้ เราใส่ส่วนประกอบที่เป็น เครื่องเทศ หรือ ของที่มีรสชาติเผ็ดลงในของหวานด้วยค่ะ 

ปุ๊กเองก็ไม่รู้ว่า ตอบโจทย์น้องถูกหรือ เปล่านะคะ เพราะเอาเข้าจริงของหวานของปุ๊กเนี่ยะ ไม่มีรสชาติเผ็ดเลยนะสิค่ะ  ^ ^" ถ้าจะตอบได้ก็อย่างเดียวคือ ปุ๊กได้ใช้พริกในการทำขนมด้วยค่ะ (แม้มันจะไม่เผ็ดก็ตามนะ 555)

คราวนี้ ปุ๊กลองทำเป็น ทีรามิสุพริกหวานค่ะ ด้วยเหตุผลง่ายๆ 2 ข้อคือ ปุ๊กชอบทานทีรามิสุมาก และอีกอย่างคือ ปุ๊กชอบทานพริกหวานค่ะ 
พริกหวานนี้เป็น ของที่ปุ๊กสามารถทานเล่นได้เลยนะคะ โดนเฉพาะที่เป็น สีแดง และสีเหลือง จะมีรสชาติหวาน แล้วก็ไม่เหม็นเขียวค่ะ ออกจะหอมแบบเฉพาะตัวอีกต่างหาก ปุ๊กเคยคิดว่า ของอร่อยแบบนี้เราน่าจะลองเอามันมาทำเป็น ของหวานได้นะ 
แต่ต้องยอมรับนะคะ ว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบทานเหมือนปุ๊ก ดังนั้น ปุ๊กจะเอามันมาทำเป็นขนม ปุ๊กก็ต้องทำให้คนที่ไม่ชอบเนี่ยะ ทานแบบไม่รู้ตัวค่ะ ก็เลยเริ่มต้น ด้วยการนำเจ้าพริกหวานเนี่ยะ ไปอบซะก่อน เพราะการนำไปอบ จะทำให้ พริกหวาน หวานขึ้น แล้วก็ลดกลิ่นเหม็นเขียวด้วยค่ะ เมื่ออบแล้ว เราก็นำมันมาลอกเปลือกออก ซึ่งเป็น การแปลงร่างเจ้าพริกหวาน ให้กลายเป็น เหมือน ผลไม้นุ่มนิ่มไปเลยค่ะ หลังจากนั้น ก็นำมันมา แช่ในเหล้าราสเบอรี่ ที่เรียกว่า Creme de Framboises ซึ่งจะเพิ่ม ความหวาน และหอมให้กับพริกหวานได้อีกมากทีเดียวค่ะ คราวนี้เมื่อแช่เสร็จแล้ว เอามาชิม เราก็จะได้พริกหวาน ที่หวานหอมมากเลย ราวกับเป็น ผลไม้เลยล่ะค่ะ 
พอเอามาทำเป็น ทีรามิสุแล้ว รอบนี้ปุ๊กลองให้คนชิม ชิมโดยปุ๊กไม่บอกก่อนนะคะ ว่า ผลไม้สีแดงเหลืองที่ใส่อยู่คืออะไร ก็ได้รับคำยืนยันค่ะ ว่าอร่อยทีเดียวเลย แต่คนชิมเขาก็นึกไม่ออกค่ะ ว่ามันคืออะไรเรียกว่า ปุ๊กประสบความสำเร็จในการแปลงร่างมันทีเดียว ^ ^
คราวนี้สนุกดีนะคะ แล้วก็เป็นการได้ลองของที่แปลกใหม่จากเดิมด้วยค่ะ ปุ๊กเองอยากให้หลายๆคนลองนะคะ ไม่แน่นะ การลองทำขนมแบบแปลกใหม่แบบนี้ อาจจะทำให้เราได้มีไอเดียเพิ่มขึ้นอีกมากมายก็ได้นะคะ ใครจะรู้ 



Bell pepper tiramisu
serves 4


2 ...................................... พริกหวาน
50ml ............................... เหล้า Creme de framboise 
125ml ............................. Whipping cream
2 ...................................... ไข่แดง
30g .................................. น้ำตาลทราย
½ tsp .............................. Vanilla paste
125g ................................ Mascapone cheese
50ml ............................... เหล้า Creme de framboise 
......................................... Lady finger biscuits



- Creme de Framboises -

เปิดเตาอบที่  200°C. 



หั่นพริกหวาน แล้วเอาเม็ดออก แล้ววางลงบน ถาดอบ
นำเข้าอบ 20 นาที หรือจนนิ่ม
นำพริกหวานใส่ลงในถุงพลาสติก เพื่อให้เกิดไอน้ำ พักไว้ 10 นาที
นำออกจากถุง แล้วลอกเปลือกออก แล้วจึงสับเป็นชิ้น ประมาณ 1 เซ็นติเมตร
แช่ ลงในเหล้า Creme de framboise (50 ml) ประมาณ 1 ชั่วโมง 

Prepare the mascapone cream:


ตีวิปปิ้งครีมจนตั้งยอดอ่อน พักไว้ 


ตีไข่แดง และน้ำตาล ตามด้วย vanilla paste, ตีจนสีอ่อนลง 
ใส่มาสคารโปเน่ชีสลงไป แล้วตะล่อมให้เข้ากัน ด้วยพายยาง 
ใส่วิปปิ้งครีมที่เตรียมไว้ลงไป แล้วตะล่อมให้เข้ากัน


จุ่มบิสกิตลงในเหล้า Creme de framboise (60 ml) แล้ววางลงในแก้ว ทับด้วย พริกหวาน แล้วตามด้วยครีม ทำเช่นนี้ อีกหนึ่งรอบ
นำเข้าแช่ในตู้เย็น ประมาณ ครึ่งชั่วโมงก่อน เสิร์ฟ



Chicken Farm Baker's Project 23:Spicy Sweet Treats !!! 
Bell Pepper Tiramisu.

Printfriendly

LinkWithin

Related Posts with Thumbnails