Showing posts with label ABC Delicious magazine. Show all posts
Showing posts with label ABC Delicious magazine. Show all posts

Thursday, April 14, 2011

Strawberry and vanilla crumb cake: Playing around when you have a little time

ช่วงนี้ดีมากเลยค่ะ เพราะสตรอเบอรี่มีขายตลอดเลย ต้องขอบคุณคนเกาหลีนะคะ อิอิ^^ คือ ปุ๊กว่า เวลาที่เราอยากจะใช้ แล้ว เราก็หาซื้อได้ตลอดเนี่ยะ เยี่ยมค่ะ ถึงบางคนจะบอกว่า มันไม่ค่อยดีหรอกที่จะทานของที่มาไกลขนาดนั้น แต่ปุ๊กก็คิดว่า ถ้ามันยังรสชาติดี ก็ไม่เห็นเป็นไรนิ 

Thursday, March 31, 2011

Caramel Banana: Let me make you feel better!

ช่วงนี้อากาศในเมืองไทยประหลาดมากๆค่ะ ทั้งๆที่เดือนมีนาแล้ว แต่อากาสกลับหนาว (ปรกติแล้วช่วงนี้ปุ๊กคงบ่นค่ะ ว่า อากาศร้อนเกินไปแล้ว อะไรแบบนั้นมากกว่า ^^"), ก็เลยทำให้หลายๆคนที่ปุ๊กรู้จัก เริ่มกังวลค่ะ 

Friday, September 10, 2010

Ham and Spring Onion Muffin: For your lazy Sunday brunch!


วันอาทิตย์แสนสบายของอาทิตย์นี้ ปุ๊กมีเมนูแนะนำค่ะ ^^ เป็นมัฟฟิน อร่อยๆที่มีชื่อว่า "Ham and Spring Onion Muffin". ว่าไปแล้วปุ๊กชอบมัฟฟินเป็นทุนอยู่แล้วค่ะ เพราะมันช่างทำง่ายเหลือเกิน แล้ว เวลาทานตอนอุ่นๆนะ เป็นใครก็รู้สึกดีค่ะ 



อย่างที่พูดว่า ทำมัฟฟินนั่นง่ายมาก แล้วยังสามารถเตรียมไว้ล่วงหน้าได้ด้วยนะคะ โดยการตวงทั้งส่วนแป้ง กับของเหลว แล้วแช่ไว้ในตู้เย็นค่ะ พอตอนเช้าจะทำปุ๊บ ก็เอาสองส่วนมาผสมกัน แล้วก็เข้าอบแค่นั้นเอง เพียงแค่ 18-20 นาที ก็ได้มัฟฟินอร่อยๆแล้วค่ะ เรียกได้ว่า เป็นอาหารเช้าแบบโฮมเมดที่รวดเร็วมากๆ อีกอย่างนึงเลยค่ะ  สูตรนี้ปุ๊กเอามาจากนิตยสาร delicious magazine (UK edition, issue: August 2010, อันเดียวกับที่เอาสูตร ฟรอสติ้งมาใช้กับเค้ก  flower carrot cake ค่ะ).
ตอนนั้นก็คิดอยู่นะคะ ว่า อยากลองทำสูตรนี้จังเลย แต่ก็ยังอยู่ในช่วงวันหยุด (แบบไปเที่ยวข้างนอกเกือบทุกวันอ๊ะนะ ) แล้วก็ไม่ต้องทำอาหารเช้าเองด้วยอะสิค่ะ  คราวนี้ พอกลับมาบ้าน ก็เลยต้องทำตามลิสต์ที่คิดไว้ให้ได้เลยล่ะค่ะ ^^.

สำหรับการทำมัฟฟิน ปุ๊กว่า หลายๆคนจะกลัวกับคำนี้มากๆเลยค่ะ  over-mix (หรืออะไรก็ตามนะคะที่หนังสือเตือนๆไว้ ), ทั้งๆที่หลักการที่ต้องระวังไว้ก็คือ การไม่คลุกส่วนเปียก (นม, ไข่ หรือ อะไรก็ตามค่ะ) กับส่วนของแป้งมากไป จนส่วนผสมกลายเป็น แบทเทอร์เหนียวๆ (เหมือน โดขนมปัง)ค่ะ เพราะถ้าเป็นแบบนั้น ก็มั่นใจได้เลยค่ะว่า มัฟฟินจะออกมาแข็งแน่ๆค่ะ เอาเป็นว่า เวลาผสมให้ดูแค่ให้ส่วนผสมพอเข้ากัน อาจจะมีเศษแป้งเป้นจุดเล็กๆอยู่บ้าง ก็ไม่เป็นไรค่ะ 

งั้น วันหยุดคราวนี้ ถึงไม่ต้องตื่นแต่เช้า แต่เราก็ยังมีอาหารเช้าอร่อยๆทานกัน  อย่างงี้ถือว่าเป็นวันหยุดที่สุดยอดได้ไหมคะ ?

Adaptation from: delicious magazine (UK edition, issue: August 2010)



Ham and Spring Onion Muffins
Makes 7 


180g ............................... แป้งอเนกประสงค์
1tsp ................................ ผงฟู
½tbsp ........................... น้ำตาลทราย
¼tsp ............................. เกลือ
50ml .............................. น้ำมันพืช
1 ..................................... ไข่
100ml ............................ Sour cream
50ml .............................. นม
50g ................................. แฮม, สับHam, finely diced
40g .................................. Cheddar, ตัดเป็บชิ้น 
.......................................... Cheddar, ขูดฝอย สำหรับโรยหน้า
3 ...................................... ต้นหอม, ซอย

เปิดเตาอบที่ 180°C
วางถ้วยกระดาษลงบนพิมพ์มัฟฟิน 7 อัน 


ร่อนแป้ง ผงฟู น้ำตาล และเกลือลงในชามใบใหญ่ 
ตีไข่ น้ำมันพืช  sour cream, และนมเข้าด้วยกัน แล้วเทลงในส่วนของแป้ง ตะล่อมเล็กน้อย แล้วใส่ Cheddar และต้อนหอมลงไป ตะล่อมให้พอเข้ากัน

แบ่งส่วนผสมลงในถ้วยที่เตรียมไว้ แล้วโรย  Cheddarที่ขูดไว้ลงไป นำเข้าอบ 18-20 นาที จนสีทองสวย และเมื่อแตะเบาๆหน้ามัฟฟินไม่ยุบตัวลง  


Ham and Spring Onion Muffin: 
For your lazy Sunday brunch!

Monday, June 7, 2010

Chocolate Banoffee Pies: Easy pies for the chocolate and banana lovers!

กล้วยกับช็อกโกแลต อีกแล้วค่ะ ว่าไป ปุ๊กคิดว่า มันเป็น combination ที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งในโลกของอาหารเลยนะคะเนี่ยะ 555 ส่วนหนึ่งก็คงเป็น เพราะปุ๊กเอง ชอบทั้งกล้วยและช็อกโกแลตเลยนะสิคะ เพราะทั้ง 2 อย่างมีความอร่อยในตัวเองมันเอง .
ไม่รู้จะบรรยายอะไรมากนะคะ เกี่ยวกับขนมแบบนี้ บอกได้คำเดียวว่า ชอบค่า อิอิ 

Banoffee pieเป็น การนำเอา กล้วย มาจับคู่กับ ทอฟฟี่ซ้อสนะคะ ซึ่ง ทอฟฟี่ซ้อสก็ง่ายมากเลยค่ะ โดยเฉพาะ ถ้าใครสามารถหาซื้อแบบเป็น กระป๋องได้ (ที่เขาเรียกว่า dulce de leche, ^ ^,ค่ะ) แต่ เมื่อหาซื้อไม่ได้ ก็อาจจะต้องเสียเวลา ในการทำเองค่ะ แต่ ไม่ได้ยากเลยนะคะ

เพียงแค่ นำนมข้นหวานไปต้มทั้งกระป๋องค่ะ (ไม่ต้องเปิดกระป๋องนะคะ) วางลงในหม้อ ใส่น้ำลงไป ให้ท่วม นำขึ้นตั้งไฟอ่อน ประมาณ 4 ชั่วโมงค่ะ (บางคนบอกว่า วีธีนี้ อันตรายนะคะ แต่สำหรับปุ๊ก ปุ๊กว่า อะไรในครัว ก็อันตรายทั้งนั้นละค่ะ ถ้าเราไม่ระวัง) สิ่งที่สำคัญคือ ต้องคอบดูไม่ให้น้ำแห้งค่ะ คอยเติมน้ำ ให้เกือบท่วมกระป๋องตลอด แล้วก็ นำออกมาพักจนเย็นก่อนที่จะเปิดกระป๋องค่ะ 
สำหรับสูตรนี้ ปุ๊กปรับแค่เล็กน้อยเองค่ะ โดยการ เปลี่ยนจาก คุกกี้
chocolate digestive มาเป็น โอรีโอแทนค่ะ (ก็นะ ถ้ารู้จักปุ๊กก็คงรู้นะคะ ว่าปุ๊กชอบโอรีโอมาก 555 แล้ว ระหว่างการจะมีคุกกี้ chocolate digestive กับโอรีโอ ติดบ้าน ปุ๊กก็มี แต่โอรีโอนี่ล่ะค่ะ อิอิ) ปุ๊กว่าถ้าใครชอบกิน โอรีโอ ก็คงคิดเหมือนกันว่า เปลี่ยน เป็น แบบนี้ ก็อร่อยถูกใจแน่นอนเลยค่ะ 

ตอนนี้ เริ่มรู้ตัวนะคะ ว่าปุ๊กนี่มีสูตรขนมที่ใช้คุกกี้ โอรีโอเยอะมากเลยนะคะ ดังนั้น อย่า แปลกใจนะคะ ถ้า บล็อกต่อไปของปุ๊กจะเป็น ขนม ที่มีคุกกี้ โอรีโอเป็น ส่วนประกอบอีก ก็อย่างที่ีบอก คนมันชอบค่ะ ^ ^ 

Adaptation from: delicious magazine (UK edition) Issue: April 2010

Chocolate banoffee pies 
MAKES 6 





คุกกี้โอรีโอ ............................. 250g 
เนยจืด .................................... 180g 
Dark chocolate, สับ .............. 75g 
Caramel condensed milk 
[dulce de leche] ........................ 395g
น้ำตาลทรายแดง ......................... 100g
Golden syrup ............................ 1 tbsp
วิปปิ้งครีม .................................... 300ml 
กล้วยหอมลูกเล็ก  ........................ 2 ลูก
..................................................... Chocolate curl, to serve




1.เอาครีมออกจากคุกกี้ แล้วนำไปบดในเครื่อง food processor. ละลายเนย 80g  แล้วเทลงไป ผสม แค่พอเข้ากัน 



เทลงในพิมพ์ ขนาด 10 เซนติเมตร 6 ชิ้น (เลือกแบบที่ถอดก้นได้) กดให้เสมอทั่ว แล้วนำไปแช่ตู้เย็น 20 นาที จนอยู่ตัว 


2. นำคาราเมล เนยที่เหลือ และนำตาล ใส่ลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟอ่อน จนน้ำตาลละลาล แล้วนำลงจากเตา ใส่ syrupลงไป 




3.ละลายช็อกโกแลต โดยละลายในชาม ที่วางบนหม้อน้ำอุ่น เมื่อช็อกโกแลตละลายแล้ว เทลงในส่วนของคาราเมล คนให้เข้ากัน 

4.วางกล้วยลงในพิมพ์ แล้วเททับด้วยซ้อสคาราเมลช็อกโกแลต เกลี่ยให้เรียบ นำเข้าพักไว้ในตู้เย็น จนอยู่ตัว ประมาณ 1 ชั่วโมง 
5. ตีวิปปิ้งครีมจนตั้งยอด
6.เมื่อจะเสิร์ฟ บีบวิปปิ้งลงด้านบน โรยด้วย ผงโกโก้ และ ช็อกโกแลตขูด 



Chocolate Banoffee Pies: Easy pies for the chocolate and banana lovers!

Sunday, December 13, 2009

Strawberry Cheesecake Muffin

วันนี้ มารื้อแม็กกาซีนเก่าๆ ดูกันบ้างนะคะ ส่วนใหญ่ปุ๊กก็เก็บไว้ค่ะ ไม่ว่าจะเก่าแค่ไหน 555 เพราะว่าถึงจะเก่า แต่สูตรที่อยู่ในแต่ล่ะเล่มก็ไม่ได้ เก่าจน ไม่สามารถใช้ได้นะคะ (ส่วนที่ตกยุค น่าจะเป็นพวก เทรน หรือ อุปกรณ์แนะนำ อะไรพวกนั้นหน่ะค่ะ) เพราะว่า ทั้งสูตร การจัดแต่งก็ยังทำให้ รู้สึกอยากทำตามได้อีกนะคะ

คราวนี้ ใช้สูตรจาก แม็กกาซีน ABC delicious issue: April 2004, ก็เก่ามากแล้วนะคะ เกือบ6 ปีแล้ว แต่สูตร ก็ยังคงน่าลองอยู่ใช่ไหมล่ะคะ
จริงๆที่อยากลองสูตรนี้ ก็เพราะว่า ปุ๊กชอบรสชาติ ของ ครีมชีสมากเลยค่ะ แต่จะให้ ทำชีสเค้กทานเรื่อยๆ ก็คงไม่ไหว 555 ดังนั้นมัฟฟินชิ้น ไม่ใหญ่มาก แต่มีรสชาติของ ครีมชีส น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีใช่ไหมคะ

ปุ๊กก็ดัดแปลง จากสูตรเดิมนิดหน่อยค่ะ เพราะว่า ปุ๊กเปี่ยนมาทำเป็นชิ้นเล็ก แทนที่ จะทำเป็นไซส์ จัมโบ เหมือนกับในหนังสือค่ะ (อย่างว่าค่ะ ไม่ค่อยชอบของชิ้นใหญ่ๆค่ะ ชิ้นจิ๋วๆ นี่ ดูน่าทานกว่า แล้วเวลาทาน ก็ไม่หนักเกินไปด้วยค่ะ) แล้วปุ๊กก็ใช้ whipping cream แทนครีมข้น ในส่วนของ ชีสเค้กครีม เนื้อก็เลย จะออกมาเหลวๆ (เพื่อว่า เวลาเทลงมา ก็จะคลุมมัฟฟินค่ะ)
เวลาใส่แบทเทอร์ลงในพิมพ์ ก็ใส่แค่ประมาณ 3/4 นะคะ เพื่อว่า เวลาอบเสร็จ จะได้มีเนื้อที่เหลือเอาไว้ใส่ ครีมค่ะ
มัฟฟินสูตรนี้ ก็นุ่มหอมดีค่ะ แล้วยังอร่อยจาก ชีสเค้กครีมด้วย ส่วนปุ๊กเองก็มีความสุขมากเลยค่ะ ทีในที่สุดก็ได้ลองสูตรนี้ หลังจาก ตั้งใจไว้นานแล้ว

Adaptation from: ABC delicious issue: April 2004

Strawberry Cheesecake Muffin
Makes 15 (standard muffin)


Muffin


65g

เนย

125g

Cream cheese

150g

น้ำตาล

2

ไข่

½ tsp

Vanilla extract

150g

แป้งเค้ก

1 tsp

ผงฟู

150g

สตรอเบอรี่ (หั่นเป็นชิ้นเล็ก)



Cheesecake cream


150g

Cream cheese

50g

น้ำตาลไอซิ่ง

120ml

Whipping cream

½ tsp

Vanilla extract



For decoration



สตรอเบอรี่



เปิดเตาอบที่ 180°C วางถ้วยกระดาษไว้ในพิมพ์มัฟฟิน 15 อัน
ร่อนแป้งกับผงฟูรวมกัน
ทำ cheesecake cream, โดยใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในชาม แล้ว ตีให้เข้ากัน แล้ว แช่เย็นไว้ก่อน

ใส่เนย ครีมชีส และน้ำตาลลงในชาม แล้วตีด้วย electric mixer จนฟูขาว ใส่ไข่ทีล่ะฟอง แล้วตีให้เข้ากัน ใส่วานิลลา แป้ง และเกลือนิดหน่อย คลุกแป้งเล็กน้อย กับสตรอเบอรี่ แล้วใส่ลงในส่วนของเนย ตักลงในพิมพ์ แล้วนำเข้าอบ ประมาณ 25-30 นาที หรือ จนสีเหลืองทอง แล้วนำออกจากเตา พักไว้ให้เย็น

เท cheesecake cream ลงด้านบน แล้ววางสตรอเบอรี่ไว้ด้านบน

From ABC delicious April 2004


Strawberry Cheesecake Muffin

Monday, October 12, 2009

Apple crumble traybake: Sunny day Baking!

เมื่อเดือนที่แล้ว ปุ๊กไปเยี่ยมพี่สาวมาค่ะ (คนนี่ล่ะค่ะ ที่เคยเอามาเล่าให้ฟังว่า มีปัญหาเรื่อง ต้นแอ๊ปเปิลที่บ้าน ออกลูกดกมากๆๆๆค่ะ จนไม่รู้ว่าจะทำอะไรกับมันดีเลย 555) แต่อย่างว่าค่ะ ตอนที่ไปบ้านเธอ แอ๊ปเปิลยังออกไม่ดกมากนะคะ เพราะยังไม่ เข้าฤดูใบไม้ร่วงค่ะ แต่ก็ได้ที หาสูตร ที่น่าจะอร่อย ไว้ให้เธอใช้เมื่อมี แอ๊ปเปิลเยอะๆค่ะ

-the apple on the tree-

ปุ๊กเลือกสูตรง่ายๆค่ะ เพราะว่า เมื่อเข้าถึงฤดูกาลของมันแล้ว รสชาติของแอ๊ปเปิล ย่อมอร่อยโดยที่เราไม่จะเป็น ต้องทำอะไรมากค่ะ ดังนั้น apple crumble ก็ย่อมอร่อยอยู่แล้วค่ะ อย่างที่บอกค่ะ ว่าของตามฤดูกาลนี่ เราสามารถนำเอามาเป็น ไกด์ของเราได้ ว่าขนมอะไรน่าทำในช่วงนั้นค่ะ

และเหตูผลอีกส่วนนึง ที่ทำให้ปุ๊กทำเค้กนี้ ก็เพราะว่า หลานชาย ของปุ๊ก ชอบทานแอ๊ปเปิล มากๆค่ะ (เธอชอบมากๆค่ะ ทั้งทานสด หรือเอามาทำขนม ขนาดน้ำดื่มนี่ เธอยังไม่ค่อยยอมดื่มอย่างอื่น นอกจาก น้ำแอ๊ปเปิลเลยค่ะ ^ ^) ก็เลยคิดว่า เธอคงจะชอบ ทานเค้กนี่ด้วยค่ะ
สูตรนี้เอามาจาก แม๊กกาซีน delicious (UK edition) issue September 2009 ค่ะ ตอนอ่านก็คิดอยู่ว่า มันน่าจะอร่อยค่ะ ส่วนหนึ่ง เพราะมัน มีส่วนผสมเป็น ฮาเซลนัทด้วย ฮาเซลนัท ทำให้เค้กออกมา หอมมาก แล้วก็อร่อยมากเลยค่ะ แต่ล่ะคำที่กัดเข้าไป เราจะได้ สัมผัสถึงทั้ง ความนิ่ม หวานของแอ๊ปเปิล พร้อมๆกับ ความกรุบกรอบ ของถั่วใน ครัมเบิลค่ะ ลองคิดตามสิค่ะ ว่าน่าทานแค่ไหน เค้กสูตรนี้ ตอนอบนี่ หอมฟุ้งทั่วบ้านเลยค่ะ คิดว่าถ้าใครได้กลิ่นก็คงรู้สึกดี อย่างเดียวกับที่ปุ๊กรู้สึกค่ะ ^ ^ค่ะ

NOTE: ถ้าต้องการให้เสิร์ฟพร้อมซ้อสวานิลลา ค่ะ

From: delicious (UK edition) issue September 2009

Apple crumble traybake
MAKES 16 SQUARES

100g hazelnuts (แบบไม่มีเปลือก)
250g เนยจืด, นิ่ม
75g น้ำตาลทรายแดง
200g แป้งอเนกประสงค์
เกลือเล็กน้อย
200g น้ำตาลทราย
3 ไข่ (ตีให้พอเข้ากัน)
2 tsp ผงฟู
4 tbsp soured cream
6oog แอ๊ปเปิล ปอกเปลือก และตัดเป็นชิ้นสี่เหลื่ยมเล็ก

1. เปิดเตาอบที่ 180°C fan 160°C /gas 4. อบ hazelnuts ประมาณ 7 นาที จนสีเหลืองอ่อน แบ่งออกมาประมาณ 25กรัม แล้วสับเพื่อใช้สำหรับ ครัมเบิล


2. ทำครัมเบิล ละลายเนย 25g ลงในชาม ใส่ถั่วที่สับไว้ลงไป ใส่น้ำตาลทรายแดง แล้วร่อนแป้ง 50กรัมลงไป แล้วผสมให้เข้ากัน

บดถั่วที่เหลือ75g ใน food processor พร้อมกับ แป้ง เกลือและผงฟู แล้วพักไว้

3. วางกระดาษรองอบไว้บนพิมพ์ ขนาด 23cm x 33cm และทาเนยบนกระดาษ
ตีเนยที่เหลือด้วย hand mixer พร้อมกับน้ำตาล จนฟูขาว ค่อยๆ ใส่ไข่ลงไป แล้วตีให้เข้ากัน
4. ใส่ส่วนของแป้ง สลับกับ ครีมเปรี้ยว ผสมจนเข้ากันดี

5. เทแบทเทอร์ลงในพิมพ์ แล้วเกลี่ยให้ทั่วพิมพ์ โรยด้วยแอ๊ปเปิล แล้วโรยทับด้วย ครัมเบิล
นำเข้าอบประมาณ 45-50 นาที จนกระทั่งสีเหลืองสวย และเมื่อใช้ ไม้จิ้มลงไป ไม่มีเศษเค้กติดขึ้นมา เสิร์ฟอุ่นๆ พร้อมคัสตาร์ดซ้อส

Vanilla sauce


2

ไข่

50g

น้ำตาลทราย


เกลือนิดหน่อย

2tbsp

แป้งอเนกประสงค์

½tsp


แป้งข้าวโพด

500 ml

นม


เม็ดจากฝักวานิลลา ½ ฝัก

4tbsp

เนยจืด





ในขณะที่อบ crumble ให้ทำซ้อส
ใส่ไข่ น้ำตาล แป้งทั้ง 2 ชนิดลงในหม้อ คนให้เข้ากัน
นำนมไปอุ่น ในไมโครเวฟ ประมาณ 1 - 1 นาทีครึ่ง หรือจนร้อนทั่ว
เทนมลงในส่วนผสมของไข่ ช้าๆ โดยคนตลอดเวลา

นำขึ้นตั้งไฟอ่อน ปล่อยให้เดือด (โดยคนตลอดเวลา) หรือจนกระทั่งส่วนผสมข้นขึ้นเล็กน้อย
นำลงจากเตา แล้วใส่เนยลงไป คนช้าๆ จนเนยละลายหมด

เทช้อสลงในเหยือก ตอนนี้ ก็พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ

Apple crumble traybake: Sunny day Baking!

Monday, November 10, 2008

Oven-baked sausages and balsamic tomatoes: Easy one pan dish !

เรียกว่าเป็นความชอบส่วนบุคคลนะคะ สำหรับ balsamic vinegar เพราะปุ๊กก็เคยเจอคนที่ไม่ชอบเลยก็มีนะคะ แต่สำหรับปุ๊กนี่ปุ๊กชอบมากเลยค่ะ ปุ๊กว่ารสเปรี้ยวๆ กับกลิ่นหอมเฉพาะตัวนี่ล่ะคะ่ ที่ทำให้ชอบมากๆ ปุ๊กลองทานครั้งแรก ก็ตอนที่ไปเรียนทำอาหารอิตาเลี่ยนกับเพื่อนค่ะ (อย่าถามนะว่าเมื่อไหร่ นานๆๆๆๆ มากเแล้วค่ะ 555) ตอนนั้นระหว่างนั่งคุยกัน เชฟชาวอิตาเลี่ยน (ที่เป็นคนสอน) เอาตระกร้าขนมปังมา พร้อมกับ balsamic vinegar แล้วก็ extra virgin olive oil เรานั่งคุยกันไป ปุ๊กก็ลองอาขนมปังจุ่ม ลงใน balsamic vinegar พอชิมไปคำนึงก็รู้ได้เลยค่ะ ว่าหลงรักมันไปซะแล้ว วันนั้นพอเรียนเสร็จอย่างแรกที่ทำคือ พุ่งไปที่ซุปเปอร์มารเก็ต แล้วก็ซื้อ balsamic vinegar มาขวดนึงทันทีเลยค่ะ

ตอนแรกไม่คิดว่าจะเอาสูตรนี้ลงบล็อกนะคะ เพราะคิดว่าไม่ใช่สูตรที่แบบใครๆก็ชอบนะ แต่ก็ได้รับอีเมลล์ ที่เขียนมาบอกว่า เขาชอบทาน balsamic vinegar มากๆเหมือนกัน เลยอยากได้สูตร หลังจากที่เห็นปุ๊กพูดถึงใน Garlic Butter Fan Tan Rolls ค่ะ ปุ๊กก็เลยคิดขึ้นมาว่า อาจจะมีคนที่อยากได้สูตร แต่ไม่ได้เขียนเมลล์มา ^ ^ ดังนั้นก็เอามาลงที่นี่ซะเลยค่ะ สูตรนี้ง่ายๆๆๆที่สุดเลยค่ะ เพราะแค่เอาส่วนผสมใส่ลงในชาม แล้วก็เอาเข้าเตาอบ แล้วก็รอให้ครบเวลา แค่นี้ก็ได้อาหารอร่อยๆมื้อนึงแบบง่ายๆแล้วค่ะ ปุ๊กเสิร์ฟพร้อมกับ Garlic Butter Fan Tan Rolls แล้วก็อร่อยดีค่ะ แต่ถ้าจะทำให้ง่ายขึ้นก็คือ เสิร์ฟพร้อมกับขนมปังอะไรก็ได้ค่ะ ที่ชอบ (แบบซื้อมาก็ง่ายดีค่ะ) เวลาทานไป เอาขนมปังจุ่มน้ำในชามขึ้นมาทาน อืม...อร่อยดีค่ะ เพราะจะมีรสชาติ เปรี้ยวๆเค็มๆ โอย...ชอบค่ะ

From: ABC delicious magazine issue October 08


Oven-baked sausages and balsamic tomatoes

เสิร์ฟได้ 4 ที่



12

ใส้กรอก (ใช้ใส้กรอกแบบเนื้อหมูบดหยาบนะคะ)


6 กลีบ

กระเทียม (หั่นบางๆ)


2หัว

หอมแดง (หั่นเป็นชิ้น)


1 tbs

น้ำมันมะกอก


2 x 250g

cherry tomatoes (มะเขือเทศเชอรี่, หั่นครึ่ง)


1/4 cup (60ml)

balsamic vinegar



ใบโหระพา (ฉีกเป็นชิ้นหากเป็นใบใหญ่)



ขนมปัง สำหรับเสิร์ฟ




เปิดเตาอบไว้ที่ 180°C.

ผสม ใส้กรอก หอมแดง กระเทียม และ น้ำมันมะกอกเข้าด้วยกัน ปรุงรสด้วย เกลือ และพริกไท แล้วนำเข้าอบโดยไม่ต้องปิดฝา 15 นาที หรือจนใส้กรอกเริ่มเหลือง


ใส่ cherry tomatoes และ balsamic vinegar แล้วผสมให้เข้ากัน นำเข้าไปอบอีก 15 นาที หรือจนกระทั่งมะเขือเทศ นิ่มและใส้กรอกสุกทั่ว


ใส่ใบโหระพาลงไป แล้วคนให้กระจายทั่วๆ เสิร์ฟพร้อมกับขนมปัง



Oven-baked sausages and balsamic tomatoes: Easy one pan dish !

Monday, June 16, 2008

Caramel Nut Diamonds - For Nut & Caramel Lovers

ถั่ว และถั่วแยะมากๆค่ะ คุกกี้นี้สำหรับคนที่ชอบถั่วทุกคนเลย (โดยเฉพาะพี่ชายของปุ๊กกับแฟนปุ๊กเอง) ถึงสูตรจะบอกว่าข้าวหลามตัด แต่ก็ขอตัดเป็นสี่เหลื่ยมดีกว่าค่ะ เพราะไม่งั้นแล้วเวลาตัดจะมีเศษเหลือด้วยนะสิ (จริงๆ ไม่เป็นไรเลยนะสำหรับปุ๊ก เพราะเศษที่เหลือนี่ทานได้หมดค่ะ อร่อยดี แต่ตัดเป็นสี่เหลี่ยมก็ยังดีกว่าอยู่ดีค่ะ เพราะจะได้สวยเหมือนกันทุกชิ้น) คุกกี้หวานค่ะ แต่พี่ชายปุ๊กบอกอร่อยดี (เพราะเขาชอบบอกว่าขนมที่ปุ๊กทำนี่ไม่หวานเลย ปุ๊กส่ารสชาติเวลาทานเหมือนทานคุกกี้กับลูกอมเลย แต่ก็อร่อยค่ะ (ก็แปลกดีค่ะ ทั้งๆที่ธรรมดาจะไม่ทานของที่หวานขนาดนี้เลย แต่เวลาทานของหวานแล้วอร่อยนี่มันให้ความรู้สึกเหมือนเด็กๆเลยค่ะ) สูตรมาจากนิตยสาร Delicious Magazine issue June 08 ค่ะ (ในส่วนของ recipe by Belinda Jeffery) สูตรที่เอามาลงนี่คือสูตรที่ปุ๊กหารครึ่งนะคะ (ปุ๊กทำครึ่งสูตรค่ะ เพราะอยากลองก่อน) แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าพี่ชายบอกให้ทำเพิ่มอีกแล้วสิ


Caramel nut diamonds (I mean square, haha)

ทำได้ 15 ชิ้นค่ะ


Caramel nut topping

60 g

macadamia (แบบยังไม่อบ, ผ่าครึ่ง)

60 g

Pecan แบบยังไม่อบ

60 g

blanched almonds

หรือ เม็ดมะม่วงแบบยังไม่อบ

120g

เนยจืด

100 g

น้ำตาลทรายแดง

35 g

น้ำตาลทราย

1½ tbsp

golden syrup

1 tsp

vanilla extract

¼ tsp

เกลือ

Base

120 g

เนยจืด

100 g

น้ำตาลทราย

1

ไข่แดง

½ tsp

vanilla extract

150 g

แป้งอเนกประสงค์

35 g

self-raising flour (หรือแป้งเค้ก กับผงฟู ⅛ ช้อนชาค่ะ)

15 g

custard powder

½ tsp

ground cinnamon (อบเชยป่น)

¼ tsp

เกลือ


หน้าตาของ Golden syrupค่ะ

เปิดเตาอบที่ 180°C ทาเนยที่พิมพ์ขนาด 28cm x 17cm แล้วปูด้วยกระดาษรองอบ


อบถั่ว โดยวางในถาด แล้วนำเข้าอบประมาณ 5-7 นาที เอาออกมาเกลี่ยไปมาให้ได้รับความร้อนทั่วสัก 2 ครั้ง จนหอม แล้วก็สีสวย นำออกจากเตาพักให้เย็น สับหยาบๆ แล้วนำมาผสมกับ Macadamias พักไว้


For the base: ตีเนยกับน้ำตาลจนฟูขาว ประมาณ 5 นาที ใส่ไข่แดง แล้วตีให้เข้ากัน แล้วใส่ vanilla


ร่อนแป้งทั้งสองชนิด, Custard powder, cinnamon และเกลือ (และผงฟู-ถ้าใช้) แล้วนำมาใส่ในส่วนของไข่กับเนย ให้เข้ากันดี แล้วตักลงในถาด เกลี่ยให้ทั่ว แล้วกดให้เสมอกัน นำเข้าอบประมาณ 20-25 นาที หรือจนสีสวยและฟูขึ้นเล็กน้อย


ระหว่างอบ นำเนย น้ำตาลทั้งสองชนิด และเกลือ ใส่ลงในหม้อนำขึ้นตั้งไฟอ่อน คนจนเนยและน้ำตาลละลาย เพิ่มความร้อนขึ้นเป็นปานกลาง จนส่วนผสมเดือด ต้มประมาณ 7 นาที แล้วใส่ถั่ว และ Vanilla (ระวังนิดนึงค่ะ เพราะส่วนผสมตะเดือดฟู่ขึ้นมา) นำลงจากเตา แต่อย่าปล่อยให้เย็น (ใช้ผ้าหนาๆคลุมไว้ก็ได้ค่ะ)


เมื่อทำตัว Base เสร็จ นำออกจากเตาแล้วพักไว้ประมาณ 3 นาที เทส่วนของถั่วลงไป (ตรงนี้อย่าช้านะคะ ไม่งั้นจะเกลี่ยไม่ได้ค่ะ) เกลี่ยให้ทั่ว แล้วนำเข้าอบต่อ ประมาณ 10-15 นาที จนด้านบนของคุกกี้ เดือดเล็กน้อย และเป็นสีทองสวย นำออกจากเตา

พักไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วจึงตัดเป็นชิ้น (ถ้าเย็นแล้วจะตัดลำบากค่ะ) จะตัดเป็นข้าวหลามตัดก็ได้ แต่ตัดเป็นสี่เหลี่ยมดีกว่าค่ะ พักให้เย็นในพิมพ์ แล้วจึงนำออกมาเก็บในกล่องที่ปิดสนิท (ถ้าจะซ้อนต้องใช้กระดาษรองอบคั่นไว้นะคะ)


Adaptation from: Delicious Magazine issue June 08 (recipe by Belinda Jeffery)

Printfriendly